I-Here.info [ไอ้-เหี้ย ดอท อินโฟ]

Arena ตอนที่ 15 สหาย (Part 2)

| Arena | 357 | 1221 วันที่แล้ว
ตอนที่แล้วตอนต่อไป

Chapter 15 Comrades (Part 2)

กลุ่มของเราได้ล้างหน้าและดื่มน้ำจากลำธาร ผมกระหายน้ำแน่นอน แต่ผมต้องถือกระต่ายไว้จนกว่าเลือดมันจะหมด แต่ผมต้องถือมันนานแค่ไหน?

“ส่งมันมาให้ผม ผมจะถือมันไว้เอง.”

จุนโฮพูดหลังจากดื่มน้ำเสร็จแล้ว

“ขอบคุณ.”

ทุกคนในกลุ่มผมชอบจุนโฮมากที่สุด

ผมดื่นน้ำจากลำธารและมันก็ถึงเวลาที่กระต่ายได้เทเอาเลือดของมันออกมาหมดแล้ว

ตอนนี้ผมต้องชำแหละมัน แต่ทุกคนที่ไม่มีใครมีมีด ไม่มีตัวเลือกอื่นนอกจากซิล

ซิลตัดกระต่ายโดยใช้ลมมีดเช่นเคย เพราะผมได้เรียนรู้ขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับการฆ่าสัตว์แล้วผมจึงสามารถสั่งเขาได้อย่างถูกต้อง

หลังจากผ่าท้องจากส่วนล่างและเอาข้อเท้าออกและเอาของที่อยู่ข้างในออกมา

“อุค!” (เหมือนกับ “แหวะ!”)

แฮซูผู้ที่มองเห็นสิ่งนี้ช่วยไม่ได้ที่เขาจะไม่ปิดปากของเธอได้ ผมเข้าใจ ผมจะทำบ้าอะไรแบบนี้ต่อหน้าสาวๆ

หลังจากที่ตัดหัวมันออกและลอกหนังแล้ว ก็เห็นเนื้อสีแดงอยู่ตรงหน้า

ผมใช้ซิลอีกครั้งคราวนี้ตั้งแต่ลำไส้ใหญ่-ลำไส้เล็ก-ตับ-หัวใจ ที่เรากินได้ถูกเก็บไว้ที่เหลือเอาฝังดิน.

กลุ่มคนที่กำลังมองดูโปรเจคชำแหละอยู่

ฆ่าและชำแหละมันเป็นครั้งแรกที่ผมทำมือผมสั่นนิดๆ.

‘แม้จะอย่างนั้นมันก็ต้องคุ้นเคย.’

เมื่อล้างน้ำสิ่งต่างๆออกมาจากร่างกายของกระต่ายแล้วมันก็ดูดีที่จะกินได้

“ว้าว คุณรู้การทำแบบนี้ด้วย?”

จุนโฮมองผมด้วยความประทับใจและประหลาดใจ ผมยักไหล่ของผม

“ไม่ ผมดูมาจากอินเตอร์เน็ตและศึกษาเรื่องนี้สักหน่อย ต้องขอบคุณซิลที่มันจบลงด้วยดี”

“การเตรียมการของคุณทำได้ดีมาก ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมฮยองนิม*ได้รับคาม่ามากที่สุด อา มันจะเรียกคุณว่า ฮยองนิมได้ ไหม?”

(TN: ฮยองคือเรียกชายที่แก่กว่าด้วเครารพ แต่ถ้าเพิ่มนิมเข้าไปจะเป็นคุณพี่.)

“แค่เรียกผมฮยองก็พอ.”

(TN: จนถึงตอนนี้พวกเขาได้พูดกันเป็นทางการตลอดเวลา.)

“จริงนะ?” (พูดปกติ.)

มันง่ายที่จะพูดกับเขาอย่างสบายๆเนื่องจากจุนโฮนั้นเป็นมิตร

“ถ้าแกทำมันเสร็จแล้วก็ย่างมันซะ ฉันหิว”

ปาร์คโกชางเอนหลังพิงต้นไม้และทรุดตัวลงบบนพื้น ชายคนนั้นจริงๆดิ

ผมถามจุนซาง

“เราพักที่นี่คืนนี้ไหม? หรือว่าเราควรจะย้ายไปสักหน่อย?”

“ทำในสิ่งที่คุณต้องการ”

การตอบกลับของเขาก็ไม่ต่างจากที่คิดไว้

‘จิ๊ นี่มันเป็นเรื่องน่าหงุดหงิด.’

จุนซางเป็นคนที่น่ารำคาญคนละอย่างกับโกชาง.

เขาเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดของเราและเป็นคนที่ทำงานได้ไม่เหมือนกับโกชางที่ไม่ทำอะไรเลย ถ้าเขาเป็นผู้นำกลุ่มของเราแล้วมันจะออกมาดีมาก แต่นี่เขาไม่สนใจอะไรเสมอต้นเสมอปลาย

‘เขาไม่มีพรสวรรค์หรือเปล่า?’

ผมถามจุนซางอย่างตั้งใจว่าเขาจะพักที่นี่เหมือนกันโกซางหรือไม่.

หยุดอยู่ที่นี่และกินมันกลางวันแสกๆมันอาจจะเป็นการเชื้อเชิญลิงแดงเข้ามาเป็นความคิดที่ไม่ดี

‘ไม่มีทางเลือกอื่น.’

ผมตัดสินใจก้าวขึ้นเอง

“ตอนนี้เราจะย้ายออกไปจากที่นี่เล็กน้อยและตอนเย็นเราจะตั้งแคมป์กัน.”

“โอเค เข้าใจแล้ว มากินกันเถอะ ไอ้สารเลว.”

“งั้นเราต้องมีไฟ.”

“ทำมันสิ ไอ้ตูด.”

“คุณรู้ไหมว่าต้องทำอย่างไร?”

“ห๊ะ?”

“ผมถามว่าคุณรู้ไหมว่ามันต้องทำอย่างไรถึงจะได้ไฟ ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะทำตอนนี้และทำอีกครั้งในภายหลังเมื่อเราตั้งค่าย?”

“มันจะดีมากถ้านายทำไอ้สารเลว.”

เสียงของโกชางดังขึ้นเรื่อยๆ หากพูกอีกครั้งเขาจะระเบิดอารมณ์ออกมา

หัวใจของผมเต้นและสั่น เอาหล่ะผมไม่คุ้นเคยกับการต่อสู้ ผมกลัวแก๊งนักเลง* ถ้าเราจะสู้เพื่อชนะแต่ผมก็กลัว เราไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะต้องต่อสู้และผมก็ไม่ต้องการชักสีหน้าที่แดงกล่ำ

(TN: คำที่พวกเขาใช้เหมือนกับพวกที่ชอบใช้ความรุนแรงเพื่อแก้ปัญหา.)

ผมหันหัวไปทางจุนซาง

“ผมคิดว่าก่อนอื่นเราก็ต้องย้ายไปก่อนอยู่ดี?”

“ไปสิ.”

“คุณพูดว่าไปหรอ?”

ผมถามโกซาง.

“แก ชา—.”

โกชางกำลังจะระเบิด จุนซางบอกว่าเราจะมาเถียงกันไม่ได้

ผมเอากระต่ายออกจากทีซ่อนและเราเริ่มที่จะเคลื่อนไหวอีกครั้ง เราเคลื่อนไหวตามกระแสน้ำที่ไหล คงจะดีถ้าจะมีสถานที่ๆปลอลภัยเช่นถ้ำ.

และโกชางก็เข้ามาหาผม.

“นี่ คิมฮยอนโฮ”

“ครับ?”

“ระวังตัวให้ดี”

“…”

“ถ้าแกพูดแบบนั้นอีกครั้งฉันจะเอาหัวของแกออก เข้าใจไหม?”

“เหมือนที่ซิลทำ?”

“…!”

ในเวลานั้นโกชางสะดุ้ง ไม่ว่าความชั่วร้ายของเขาที่เป็นคนอันพาลก็ตาม ซิลก็ตัดหัวได้ดีกว่า

ด้วยความสัตย์ผมเองก็ประหลาดใจ ผมจินตนาการได้มากมายในการสั่งให้ซิลทำนอกจากตัดคอของเขา มันเป็นการสะท้อนของคำตอบ.

โกชางมองผมด้วยสายตาที่หวาดกลัวอยู่พักนึงและเราก็เดินต่อไป

‘เฮ้อ…..’

ผมถอนหายใจ

วันนี้เป็นแค่วันแรกเท่านั้น มันเหนื่อยและเหนื่อยกว่าสู้กับลิงแดงอีกแม้ว่าเราจะไม่ได้สู้ก็ตาม

ขณะที่เราเดินผมเรียกซิลทุกครั้งเพื่อที่จะมองหาถ้ำเพื่อที่จะตั้งแคมป์

หลังจากเดินมาสองสามชั่วโมงซิลก็เจอถ้ำ เราจะต้องข้ามเส้นทางเฉพาะเท่านั้นกว่าจะเจอถ้ำ

“ผมคิดว่ามันคงจะดีที่จะตั้งแคมป์ที่นี่ในคืนนี้ ใช่?”

จุนโฮและแฮซูพยักหน้าในขณะที่โกชางและจุนซางยังไม่มีข้อคิดเห็นอะไร

ถึงแม้ว่ามันจะมีมติเป็นเอกฉันทร์และเตรียมพร้อมที่จะก่อไฟขนาดเล็ก

“เราต้องก่อกองไฟ รวบรวมกิ่งไม้และใบไม้แห้งๆบริเวณนี้ได้โปรด.”

ผมพูดแบบนั้นและออกจากถ้ำ

จุนโฮและแฮซูเดินออกไปทันทีที่ได้ยินคำพูดของผมมีโกชางที่ไม่ได้ขยับไปไหนและนั่งอยู่ข้างในถ้ำ.

จุนซางเดินออกไปในทิศทางที่ต่างจากเรา

**

จุนโฮ แฮซูและผมเดินไปด้วยกันพร้อมกัยรวบรวมกิ่งไม้

“จุนโฮ* นายและแฮซูต้องการอาวุธไหม?” ผมถาม.

(TN: เขาได้ทิ้งคำว่าลีออกไปเนื่องจากว่าตอนนี้เขาไม่ได้พูดเป็นทางการกับจุนโฮแล้ว.)

“ครับ…”

“ฉันต้องการอาวุธ เมื่อพูดถึงมันแล้วฉันกำลังมองไปรอบๆเพื่อที่จะหาอะไรที่จะสามารถเป็นอาวุธได้.”

“คุณคิดว่าไงถ้าเราจะตัดไม้ออกมาและทำมันเป็นหอก?”

“ว้าว แล้วผมจะขอบคุณ”

“ขอบคุณ”

ดูเหมือนว่าแฮซูต้องการมันเหมือนกันเธอพยักหน้าอย่างหนักแน่น

มันเป็นป่าที่ปกคลุมคล้ายกันป่าอเมซอนมีต้นไม้ใหญ่และน่าขยะแขยง ผมคว้าต้นไม้มาสักต้นและเริ่มโครงการ

“ซิล.”

-เมี๊ยว

อีกครั้งที่ผมเรียกซิลออกมา

“ได้โปรดหากิ่งไม้ที่ยาวประมานสองเมตรและลำต้นของมันตรงที่สุด.”

-เมี๊ํยว.

ซิลเตะเท้าและกลับมาพร้อมกับกิ่งไม้สองอันตกอยู่ตรงหน้าผม

ผมยังคงใช้ซิลเพื่อตัดกิ่งก้านให้เล็กๆน้อยๆโดยที่ความแน่นอนของมันยังคงอยู่

เมื่อปลายของหอกแหลมพอที่จะจิ้มแล้ว หอกทั้งสองอย่างก็เรียบร้อย

“มันค่อนข้างเงอะงะ แต่มันก็จำเป็นตอนนี้.”

ผมมอบมันให้จุนโฮและแฮซู.

“ขอบคุณฮยอง.”

“ขอบคุณ.”

ไม้สำหรับฟืนผมก็ใช้ซิลหากิ่งไม่และตัดมันออกเป็นสองส่วน

เมื่อเรากลับมาที่ถ้ำจุนซางก็กลับมาด้วยที่เท้าของเขามี่เต็มไปด้วยกองฟืน.

ผสสงสัยว่าเขามาสามารถหาซุงได้โดยไม่มีอาวุธ แต่มองไปจากสภาพมันแล้วมันคงยากที่จะหลีกเลี่ยง

‘ง่ะ เขาหักมันด้วยหมัด.’

ดูเหมือนว่าการใช้กำปั้นหลังจากที่ควบคุมอาร่าจะทำลายได้แม้แต่ต้นไม้หนาๆ

“ฮยองคุณรู้ไหมว่าเราจะจุดไฟอย่างไร?”

“ใช่.”

ในการรคาดการณ์นี้ เหมือนกัว่าผมได้ไปปันถูกเขาแทโจวในยามค่ำคืน

“เราจะช่วยกัน.”

“แล้วก็คว้ากิ้งไม้เหล่านี้เข้าด้วยกัน.”

“ตดลง.”

จุนโฮก้าวเดินมาใลก้ๆและเริ่มการเสียดสีของกิ่งไม้

เขาต้องถูเป็นเวลานาน แต่เนื่อจางความแข็งแกร่องของเขาอยู่ในระดับสูมันก้โอเคที่จะมองเขาทำ

ความร้อมและการเสียดสีเริ่มก็ความแผ่ความร้อออกมา ผมได้เรียกซิลออกมา.

“ซิลให้ความสนใจกับออกซิเจน.”

-เมี๊ยว

เมื่อคิดได้ว่าสปิริตลมมีความสามารถแบบนี้ ซิลได้เอาใบไม้แห้งและฟางมาสุมกันและเพิ่มออกซิเจน

ซูวึบๆ(เสียงไฟติด)

ไฟลุกโชติช่วงขึ้น

“มันจบแล้ว!”

จุนโฮมีความสุขและเกือบที่จะกระโดดขึ้นไป

ใบ้ไม้แห้ง,ฟางหญ้าและกิ่งไม้แห้งถูกใส่เข้าไปในกองไฟแล้วเราก็โยนฟืน ไฟที่หน้าถ้ำประสบความสำเร็จ

ตอนที่แล้วตอนต่อไป
comments