ตอนที่แล้ว ตอนต่อไปบทที่ 318 ร่างแปลงระเบิดชีพ
ยามเมื่อเสียงระเบิดดังสนั่น เย่เฟิงรับรู้ได้ถึงคลื่นความร้อนที่กระจายมาจากด้านหลัง แทบจะในทันทีมันก็ส่งเขาลอยออกไป
เขาคิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยาเบื้องหน้าเมื่อครู่นี้เป็นเพียงแค่ร่างปลอมแปลงจากวิชาเซียน ไม่สงสัยเลยว่าเขาถึงได้อ่อนแอลง อย่างไรก็ตาม ถึงแม้มันจะเป็นเพียงวิชาเซียนปลอมแปลงแต่มันก็ยังคงสามารถสร้างความเสียหายให้กับร่างหลักได้
ยิ่งร่างปลอมแข็งแกร่งเท่าใดมันก็ยิ่งกินกำลังของร่างหลักเท่านั้น จากร่างปลอมแปลงของเจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยาที่ระเบิดตอนนี้ มันคงทำให้เจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยาต้องฟื้นตัวเป็นเวลาหลายปีกว่าจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม
แน่นอนว่าข้อสงสัยในตอนนี้คือเย่เฟิงสามารถรอดจากแรงระเบิดของร่างแปลงระเบิดชีพได้หรือไม่
วิชาเซียน โล่ดารา!
ของวิเศษ กำไลวิญญาณม่วง!
เย่เฟิงใช้ออกวิชาโล่ดาราได้ทันท่วงที ในเวลาเดียวกันทำให้เจิ้นชี่สีน้ำเงินเปล่งประกายล้อมรอบร่างเย่เฟิงและค่อยปกป้องเอาไว้
เครื่องรางคุ้มกันกำไลวิญญาณม่วงก็ถูกกระตุ้นใช้งานโดยเขา ก่อเกิดเป็นลำแสงลาเวนเดอร์(ม่วง)สกัดกั้นระหว่างเย่เฟิงและเปลวเพลิง
พลังป้องกันของกำไลวิญญาณม่วงแข็งแกร่งอย่างยิ่ง เหมือนเหตุการณ์สำนักเซียนเร้นลับ ที่ต้องเผชิญหน้ากับแรงระเบิดมันก็ยังป้องกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่เมื่อต้องมาพบกับร่างแปลงระเบิดชีพของเจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยาตอนนี้ ท้ายที่สุดกับไม่สามารถป้องกันได้
ของวิเศษภายในโลกเทวะมันเป็นเพียงอาวุธวิเศษระดับต่ำมีคุณภาพค่อนข้างน้อย มันสามารถต้านทานจากปืนในโลกนี้ได้อย่างง่ายดาย แต่กับร่างแปลงระเบิดชีพของเจ้าสำนักอวิ๋นเยามันอาจจะมีแรงระเบิดเทียบเท่ากับระเบิดนิวเคลียร์ได้เลย เมื่อต้องพึ่งพาอาวุธวิเศษขั้นของวิเศษมันจึงยากที่จะป้องกันได้
[คั่นหนังสือ : ขอย้ำเรื่องอาวุธวิเศษอีกรอบครับ อาวุธวิเศษจะแบ่งออกเป็น 5 ขั้น
ของวิเศษ (ระดับขั้น 1) ขั้นที่ 1 และ 2 ใช้คนละคำแต่ความหมายเกือบจะเหมือนกันคือ ‘วิญญาณ’ เลยตัดคำว่าอุปกรณ์ไปครับ
อุปกรณ์ขั้นวิญญาณ (ระดับขั้น 2)
อุปกรณ์ขั้นวิเศษ (ระดับขั้น 3) เพิ่มคำว่าอุปกรณ์เข้ามาเพื่อให้ไม่ซ้ำกับขั้นที่ 1
อุปกรณ์ขั้นธรรมชาติ (ระดับขั้น 4)
อุปกรณ์ขั้นเซียน (ระดับขั้น 5)]
ในฉับพลันนั้นเย่เฟิงใช้ออกการป้องกันทั้งสองจมอยู่ภายในทะเลเพลิง
เปรี๊ยะ!
ทันใดนั้นกำไลวิญญาณม่วงของเย่เฟิงพลันแตกกระจายเป็นชิ้นๆ มันก็ยิ่งทำให้โล่ดาราแตกออกเรื่อยๆ ซึ่งคล้ายกับม่านป้องกันของกำไลวิญญาณม่วงเช่นกัน
มองดูแล้วทะเลเพลิงอันใหญ่โตนี้คงจะเผาผลาญเย่เฟิงในไม่ช้า แต่จู่ๆก็เกิดม่านพลังแสงของโล่เจิ้นชี่ขวางกั้นอยู่เบื้องหน้าเย่เฟิง
แน่นอนว่าเป็นซูเฟยหยิ่ง
แม้ว่ามันจะเป็นโล่ดาราเช่นเดียวกันแต่ด้วยวรยุทธของทั้งสองแตกต่างกัน ผลลัพธ์มันจึงแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน
เย่เฟิงเพียงมีวรยุทธ 20 ปี เมื่อใช้โล่ดารา เจิ้นชี่ยังถือว่าอ่อนด้อยอยู่ โล่เจิ้นชี่มันจึงมีความเข้มข้นไม่แข็งแกร่ง สามารถพูดได้เลยว่าเพียงแค่ผู้ฝึกเซียนภายในโลกเทวะเพียงสัมผัสมันก็พังแล้ว แต่ถ้าเป็นซูเฟยหยิ่งที่มีวรยุทธถึง 100 ปี ใช้ออกมันจะต้องแตกต่างอย่างสมบูรณ์
เมื่อเทียบกับความสามารถป้องกันแล้ว โล่ดาราซูเฟยหยิ่งมีความแข็งแกร่งมากกว่าเกือบร้อยเท่าของเย่เฟิงได้เลย!
มันก็เหมือนกับพวกจอมยุทธ ซึ่งมีวรยุทธ 60 ปี เทียบกับ 50 ปี ก็เก่งกว่าหนึ่งเท่าตัว และวรยุทธ 70 ปีเมื่อเทียบกับ 60 ปีก็เก่งกว่าหนึ่งเท่าตัวเช่นกัน ภายในโลกเทวะก็มีมาตรฐานคล้ายกัน เนื่องจากทุกครั้งที่วรยุทธเพิ่มขึ้น ความแตกต่างมันไม่ใช่เพียงแค่ตอนเลขเท่านั้น แต่มันเป็นคุณภาพความสามารถ
ทะเลเพลิงกระจายออกโดยโล่ดาราของซูเฟยหยิ่ง มันกระจายออกไปอย่างต่อเนื่อง เปลวเพลิงลุกโชนขึ้นแทบจะท่วมเย่เฟิง แต่หลังจากที่มันกระจายออกไปเพียงชั่วครู่ซึ่งไม่สามารถทำลายโล่ดาราต่อไปได้อีก ท้ายที่สุดแรงระเบิดอันรุนแรงก็อ่อนแรงลง
“มานี่!”
ซูเฟยหยิ่งตวาดเบาๆ โบกสะบัดมือเล็กน้อย เส้นสายขาวหิมะทั้งสองก็โค้งไปยังตำแหน่งหลงหวางเอ๋อและสาวที่เหลือก่อนที่พันรอบร่างทั้งสามสาวและดึงพวกเธอมา
ยามเมื่อแรงระเบิดกระจายออกไปยังทิศทางของทั้งสามสาว ซูเฟยหยิ่งก็ดึงร่างพวกเธอมาเพื่อหลีกเลี่ยงให้พวกเธอถูกกลืนไปด้วยเปลวเพลิง
แต่ก็ขณะที่ร่างของทั้งสามสาวกำลังถูกดึงกลับมาโดยซูเฟยหยิ่ง จู่ๆเปลวเพลิงจากใจกลางระเบิดพลันปะทุขึ้นอย่างรุนแรง ลามเลียไปยังตำแหน่งของสามสาว
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ยิ่งมีสาวสวยมากมาย ข้าหั่วอวิ๋นเยาพึงพอใจยิ่งนัก!”
เสียงคลุ้มคลั่งดังให้ได้ยินซึ่งเป็นเสียงหัวเราะอย่างน่ากลัวของเจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยา ปรากฏเป็นแขนเพลิงสองข้างที่พุ่งตรงไปคว้าจับแขนทั้งสองของจื่อเจี้ยนหลานในทันที
“อ้า”
จื่อเจี้ยนหลานตื่นตกใจ ปราศจากการตอบสนองซึ่งถูกดึงรั้งโดยแขนเพลิงทั้งสองอยู่กลางอากาศ
“ฝันไปเถอะ!”
เมื่อเย่เฟิงเห็นก็กระทืบเท้าพุ่งออกไปทันที
ตึง!
เม็ดยาฟื้นฟูเจิ้นชี่ถูกกลืนลงท้องเขาอย่างรวดเร็วพร้อมกับกระตุ้นโคจรเจิ้นชี่ภายในร่างใช้ออกกระบี่ผ่ามิติ!
ร่างเย่เฟิงที่พุ่งออกมาปรากฏตัวขึ้นใกล้กับจื่อเจี้ยนหลานที่ถูกดึงโดยแขนเพลิงอย่างรวดเร็ว ภายในมือของเขาต้องการตวัดกระบี่สีเขียวมรกตเพื่อตัดช่วงแขนเพลิงทั้งสองข้างในทันที
อย่างไรก็ตามเจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยาคล้ายรู้ทันการกระทำของเย่เฟิง พลันดึงร่างจื่อเจี้ยนหลานมาขวางช่วงแขนเพลิง เย่เฟิงจึงทำได้เพียงถอนกระบี่กลับไป
ถ้าพึ่งพาเพียงความสามารถการต่อสู้ของโลกเทวะเท่านั้น เย่เฟิงอาจจะทำได้เพียงมองดูจื่อเจี้ยนหลานถูกอีกฝ่ายลากไปเท่านั้น แต่โชคดีอย่างยิ่งเขานอกจากจะเป็นผู้ฝึกเซียนแล้วยังคงฝึกวิชาอีกหลายอย่าง
กรงเล็บมังกรขั้นสาม!
ขณะที่วรยุทธของเขาเพิ่มขึ้น เมื่อใช้กรงเล็บมังกรทั้งสองมันก็กลายเป็นสีเหลืองทองสว่างไสว เมื่อใช้ออกในเวลานี้มันทำให้เจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยาตกใจในทันที
“จับไว้!”
เย่เฟิงคำราม กรงเล็บมังกรก็แยกไปคว้ากลางร่างของจื่อเจี้ยนหลานและอีกข้างก็สกัดกั้นแขนเพลิงทั้งสองอย่างรุนแรง
ชุดกระโปรงสีม่วงค่อยๆเผาไหม้กลายเป็นเถ้าถ่าน เย่เฟิงคว้าจับร่างบอบบางของจื่อเจี้ยนหลานเอาไว้และดึงกลับมาอย่างหนักหน่วง ชุดกระโปรงผ้าฝ้ายไหม้กระจายไปในอากาศ เปิดเผยผิวขาวเนียนท่ามกลางเปลวเพลิงที่ร้อนแรง
เย่เฟิงกอดเธออยู่ในโอบแขนสามารถรู้สึกได้ถึงผิวที่เนียนนุ่มของเธอกำลังร้อนลวกก็รู้สึกเป็นกังวล
“หลบไปซะ”
เสียงเย็นชาของซูเฟยหยิ่งดังมาจากด้านข้าง เธอปกป้องได้เพียงแค่หลงหวางเอ๋อและซูเหมิงหาน ส่วนจื่อเจี้ยนหลานไม่ทันได้ระวัง ดีที่เย่เฟิงสายตาไวและลงมือได้ทัน
แขนเพลิงทั้งสองข้างนั้นเป็นแกนของพลังเทวะ ถ้าพวกมันหนีรอดไปได้ อาการบาดเจ็บจากร่างแปลงระเบิดชีพของเจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยามันคงจะมีเพียงเล็กน้อย
ดังนั้นซูเฟยหยิ่งต้องไล่ตามไป!
หากต้องการจะสร้างแกนพลังเทวะมันจะต้องบรรลุถึงวรยุทธหนึ่งร้อยปี ดังนั้นร่างแปลงระเบิดชีพของทุกคนจะต้องมีความรุนแรงอย่างยิ่ง ในเวลานี้ร่างแปลงระเบิดชีพของเจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยามันจะต้องระเบิดตัวเกาะกลายเป็นทะเลเพลิงได้เลย
วิชาเซียน อาชาสวรรค์ทะยานนภา*!
[คั่นหนังสือ : *天马行空/อาชาสวรรค์ทะยานนภา = เป็นสำนวนที่ใช้สื่อถึงจินตนาการอันไร้ขอบเขต ผู้แต่งเขียนมาเป็นชื่อวิชาจึงขอแปลตรงตัวไปเลยครับ]
ซูเฟยหยิ่งประทับมือเข้าด้วยกัน ก่อนที่ปีกของอาชาสวรรค์สีขาวหิมะจะปรากฏขึ้นมาด้านหลัง จากนั้นเส้นสายขาวหิมะก็เคลือนไหวไปยังเย่เฟิงทั้งสี่คน พันล้อมรอบอย่างนุ่มนวล คล้ายกับถูกสัมผัสด้วยขนนก ภาพในสายตาราวกับเทพธิดา
ทะยานไปภายในอากาศอย่างนุ่มนวล!
ตัวเกาะกลายเป็นทะเลเพลิง แม้กระทั่งเรือยอร์ชที่พวกเย่เฟิงใช้เดินทางมาก็ปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิง พูดได้ว่าหากไม่รีบเร่งจากไปหน่วย NSA จะต้องเข้ามาสร้างปัญหาอีกอย่างแน่นอน
“เจ้าไปหาที่หลบก่อน ข้าจะไล่ตามไป”
[คั่นหนังสือ : ขอใช้คำเรียกหาระหว่างพวกโลกเทวะเป็น เจ้า ข้า แทนนะครับ]
ซูเฟยหยิ่งกล่าวออกมาอย่างเย็นชา
“อืม”
เย่เฟิงพยักหน้า รู้ว่าที่ซูเฟยหยิ่งต้องแบกพวกเขาไปด้วยมันจะสิ้นเปลืองเจิ้นชี่อย่างมาก มันภาระเกินไป
เจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยาบาดเจ็บรุนแรงกว่าซูเฟยหยิ่ง ตอนนี้ยังมีการบาดเจ็บจากร่างแปลงระเบิดชีพอีก ตราบเท่าที่ซูเฟยหยิ่งสามารถติดตามจนพบที่ซ่อนของอีกฝ่ายได้ เธอสามารถที่จะสังหารอีกฝ่ายได้อย่างแน่นอน ซึ่งถือว่ากำจัดอุปสรรคในอนาคตได้อย่างถาวร!
……………………………..
แปลโดย คั่นหนังสือ