ตอนที่แล้ว ตอนต่อไปบทที่ 374 การต่อสู้อันรุนแรงในซอยเล็ก
ภายในห้องที่โรงแรม ราชันปีศาจหั่วอวิ๋นต้องปะทะกับผู้ฝึกวิญญาณทั้งสองที่ไม่สามารถมองเห็นตัวได้ สีหน้าพลันหมองคล้ำ
ถ้าหากราชันปีศาจหั่วอวิ๋นมีความแข็งแกร่งเท่าปกติ สามารถจัดการผู้ฝึกวิญญาณทั้งสองได้เพียงโบกมือครั้งเดียวเท่านั้น อย่างไรก็ตามตอนนี้เขาจะต้องใช้ความพยายามที่จะสังหารพวกเขาให้ได้
“ก็ดี งั้นข้าจะจัดการพวกแกทีเดียวเลย”
ราชันปีศาจหั่วอวิ๋นยิ้มชั่วร้าย เมื่อจัดการผู้ฝึกวิญญาณทั้งสองนี้ ภัยคุกคามเขาในโลกของลดน้อยลง
เขาไม่ได้ใส่ใจกับพี่สาวสุดเซ็กซี่ที่กระโดดไปจากหน้าต่าง ขณะมือหนึ่งโบกสะบัดขึ้น เปลวเพลิงสองลูกก็ถูกส่งแยกออกไปสองทิศทาง หนึ่งไปที่จ้าวอี้เปยและอีกหนึ่งที่หลิงเฉิน
แม้ว่าความแข็งแกร่งจะลดลง แต่ราชันปีศาจหั่วอวิ๋นเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับสัญชาตญาณการต่อสู้ และยังน่ากลัวกว่าจ้าวอี้เปยและหลิงเฉินที่เพิ่งจะเป็นผู้ฝึกวิญญาณขั้นต้น
“คมดาบผนึกปีศาจ!”
“หอกกระดูกพิษโลกา!”
พวกเขาปราศจากความลังเล รวบรวมพลังวิญญาณ ก่อนจะใช้วิชาควบคุมวิญญาณ คมดาบสีดำและหอกกระดูกสีเทาพุ่งเข้าไปปะทะกับกลุ่มเปลวเพลิงทั้งสองลูก
เปรี้ยง!
บอลเพลิงแตกกระจาย เปล่งประกายราวกับดาวตก ส่วนจ้าวอี้เปยและหลิงเฉินสลับตำแหน่งกัน จ้าวอี้เปยเข้าขัดขวางราชันปีศาจหั่วอวิ๋น ส่วนหลิงเฉินก็สร้างร่างกายขึ้นมาก่อนที่จะพุ่งออกไปที่หน้าต่างระเบียง กลายเป็นร่างเงา ด้วยความสูงขนาดนี้เซียวเยวี่ยจะต้องข้อเท้าพลิกแน่นอน
“วิ่งเร็ว”
หลิงเฉินเอ่ยปากเบาๆ
เซียวเยวี่ยฝืนความเจ็บปวดที่ข้อเท้า รู้ว่าตอนนี้อยู่ในสถานการณ์วิกฤต มิจำเป็นต้องเอ่ยถึงว่าเธอเป็นลูกสาวที่ถูกตามใจจนเหลิง ในเวลานี้ได้แต่กัดฟันแน่น วิ่งไปยังถนนที่อยู่ห่างไปไม่ไกล
“เย่เฟิงล่ะ?”
เธอมองไปยังเงาร่างหลิงเฉินด้านข้าง อดมิได้ที่จะถามออกไป
“เขากลับมาถึงแล้วตอนนี้ พักก่อนเถอะ…”
หลิงเฉินพูดเสร็จร่างก็พลันสลายหายไป กลายเป็นกลุ่มหมอกควัน ครู่ต่อมาก็ปรากฏขึ้นอีกด้านหนึ่ง หลบหลีกเปลวเพลิงที่ยิงออกมาของราชันปีศาจหั่วอวิ๋น
“เปยจือ?”
หลิงเฉินสงสัยจึงหันกลับไปมอง พบว่าราชันปีศาจหั่วอวิ๋นกระโดดลงมาจากระเบียงอย่างรวดเร็ว ไล่ตามมา ส่วนจ้าวอี้เปยไม่ได้ปรากฏตัวขึ้น
แต่เมื่อ “เย่เฟิง” คนนั้นเพิ่งวิ่งสองก้าว คมดาบผนึกมารก็ปรากฏขึ้นอย่างฉับพลันด้านข้าง ก่อนที่จะฟันไปที่ลำตัว
จ้าวอี้เปยไม่ได้สู้กับราชันปีศาจหั่วอวิ๋นตรงๆ แต่เขาใช้วิธีการก่อกวน
ราชันปีศาจหั่วอวิ๋นตอนนี้ไม่สามารถทนจ้าวอี้เปยไปได้ จึงเลิกสนใจเขา กระทืบเท้าอย่างแรง พุ่งไปยังเซียวเวยวี่ยและหลิงเฉินด้วยความรวดเร็ว ถ้าหลิงเฉินสร้างร่างขึ้นมาเป็นไปได้ว่าจะเหินลอยได้รวดเร็วกว่านี้ แต่น่าเสียดายที่มีเซียวเยวี่ยอยู่ด้านข้าง ความเร็วของพวกเขาไม่ต่างอะไรกับยามปกติของราชันปีศาจหั่วอวิ๋นเลย
ภายในซอยด้านหลังโรงแรม ทั้งสามคนต่างหยุดหนีราชันปีศาจหั่วอวิ๋นอย่างกระทะหัน!
“กลัวจนขวัญหนีดีฝ่อแล้วสินะ!”
สีหน้า “เย่เฟิง” เคร่งขรึมในชั่วพริบตา มือหนึ่งโบกขึ้น กลุ่มเปลวเพลิงก็ระเบิดขึ้นไปยังร่างของหลิงเฉินโดยไม่รู้ตัว
เปลวเพลิงกำลังเผาผลาญเขา!
“เอ๊ะ!”
ภายในใจเซียวเยวี่ยกระวนกระวาย มองไปที่หลิงเฉินรู้เลยว่าเขาทรมานอย่างมาก ก่อนที่ร่างของเขาจะสลายหายไป ทั้งร่างแปรเปลี่ยนเป็นหมอกควันกลุ่มนึง ฟุ้งกระจายไปทั่ว ในขณะที่กำลังเผาอยู่ มันลุกไหม้อยู่กลางอากาศในเวลากลางคืนดูเหมือนราวกับผีพุ่งใต้
ภายในโลกเทวะ ราชันปีศาจหั่วอวิ๋นเคยสังหารผู้ฝึกวิญญาณที่เก่งกาจกว่าพวกเขาแล้วซ้ำ คุ้นเคยกับผู้ฝึกวิญญาณดี รู้ดีว่าจะทำลายผู้ฝึกวิญญาณเช่นไรได้รวดเร็วที่สุด
หลิงเฉินพลาดท่าแล้ว รู้สึกเจ็บปวดทรมานอย่างยิ่ง และตอนนี้ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส!
คมดาบผนึกปีศาจ!
จ้าวอี้เปยค่อยแอบย่องเข้าไป ก่อนจะลอบโจมตีด้านหลังราชันปีศาจหั่วอวิ๋น คมดาบผนึกปีศาจดำเล็งฟันไปยังหัวราชันปีศาจหั่วอวิ๋น
“เด็กอมมือ”
ราชันปีศาจหั่วอวิ๋นแค่นเสียง ขาซ้ายกระทืบอย่างรุนแรง พื้นหินและอิฐที่ถูกกระทืบกระเด็นพุ่งขึ้นไปปัดป้องไปยังต้นคอของเขา หินพวกนั้นต่างปกคลุมไปด้วยเจิ้นชี่ พลันพุ่งขึ้นมาสกัดกั้นคมดาบผนึกปีศาจทันที
เนื่องจากจ้าวอี้เปยค่อนข้างว่องไว เป็นผู้ฝึกวิญญาณที่ไหลลื่น ราชันปีศาจหั่วอวิ๋นจะต้องจัดการเขาด้วยเล่ห์เหลี่ยม มันไม่ง่ายที่จะเอาชนะได้ ส่วนจ้าวอี้เปยที่ต้องการทำร้ายราชันปีศาจหั่วอวิ๋นก็ทำไม่ได้ง่ายๆเช่นกัน
“เพียงแค่วิญญาณสองดวง ไม่นับว่าเป็นตัวอะไรเลย”
มุมปาก “เย่เฟิง” ยกโค้งขึ้น ก้มหัวลงไปมองที่ข้อเท้าอันเซ็กซี่ของเซียวเยวี่ย ภายในนัยน์ตาเป็นประกายท่าทางเป็นสุข “เสี่ยวเยวี่ย ไม่จำเป็นต้องกังวลพวกเขาอีกแล้ว หรือว่าเธอเชื่อคำพูดพวกเขาจริงๆ?”
“แกไม่ใช่เย่เฟิง อย่าได้คิดมาโกหกฉัน”
เซียวเยวี่ยกัดฟันแน่น ในเวลานี้เธอมีสติดีครบถ้วน แน่นอนว่าเย่เฟิงเบื้องหน้านี้ผิดปกติ
“แล้วอย่างไร?”
ราชันปีศาจหั่วอวิ๋นได้ยินก็รู้สึกรำคาน ผู้หญิงคนนี้ช่างเรื่องเยอะนัก ในเมื่อไม่ได้ง่ายๆก็สังหารทิ้งซะ!
เขายกมือขึ้น กลุ่มเปลวเพลิงก็พุ่งไปยังทิศทางเซียวเยวี่ยด้วยความรวดเร็วอย่างยิ่ง
เซียวเยวี่ยเป็นเพียงคนธรรมดา ซึ่งเมื่อเห็นภาพนี้ บอลเพลิงที่กำลังลอยเข้ามาทำให้เธอตะลึงงัน ทำไมอะไรไม่ถูกได้แต่มองไปยังบอลเพลิง นัยน์ตาแดงก่ำ ไม่แม้แต่จะหลบหลีกออกไป
“ระวัง!”
จ้าวอี้เปยที่ลอยไปลอยมาอยู่ด้านข้างเมื่อเห็นก็กัดฟันแน่น ปราศจากความลังเลรีบสร้างร่างกายขึ้นมา พุ่งไปขวางเบื้องหน้าเซียวเยวี่ยอย่างรวดเร็ว
“อ๊าก…”
จ้าวอี้เปยรับบอลเพลิงเอาไว้ ร่างกายปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิง ลุกไหม้อย่างฉับพลัน
เหมือนเช่นเดียวกันกับหลิงเฉิน จ้าวอี้เปยสลายกลายเป็นร่างวิญญาณ ก่อนที่จะแปรเปลี่ยนเป็นหมอกควัน ผู้ฝึกวิญญาณไ่ม่สามารถมองเห็นรูปร่างได้ แต่ ภายในซอยเล็กนี้มันเต็มไปด้วยลูกไฟลอยได้อยู่ นี้มันเป็นผีพุ่งใต้ชัดๆ แปลกประหลาดและลึกลับ
เซียวเยวี่ยอดไม่ได้ที่จะผงะถอยสองก้าว พิงไปบนกำแพงที่เย็นเยียบ จ้องมองเขม็งไปยัง “เย่เฟิง” เบื้องหน้า
“แกต้องการอะไรกันแน่?”
เธอควบคุมสติของตัวเอง จ้องมองไปยัง “เย่เฟิง” ก่อนที่จะเอ่ยปากถาม
“แน่นอนว่าต้องการเธอ”
ราชันปีศาจหั่วอวิ๋นยกมือขึ้นพลางแสยะยิ้ม
คิดว่าเขาจะเผาผู้หญิงที่สวยยั่วยวนเช่นนี้จริงๆน่ะหรือ? บอลเพลิงเมื่อครู่ ใช้ออกสำหรับผู้ฝึกวิญญาณอีกตนต่างหาก เขาคาดเดาว่าจ้าวอี้เปยจะต้องไม่ยอมมองดูเซี่ยวเยวี่ยถูกเผาทั้งเป็นแน่ และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
การต่อสู้ภายในโลกเทวะ ไม่ใช่เพียงแต่การต่อสู้ที่ยุติธรรม แต่มันคือเล่ห์เหลี่ยม
ราชันปีศาจหั่วอวิ๋นเป็นปีศาจที่มีวรยุทธถึงร้อยปี การต่อสู้ด้วยเล่ห์เหลี่ยมมันเหนือล้ำกว่าจ้าวอี้เปยจนน่ากลัว
เมื่อได้ยินคำของ “เย่เฟิง” ร่างบอบบางของเซี่ยวเยวี่ยพลันสั่นสะท้าน เบื้องหน้าเย่เฟิงตัวปลอมนี้ อะไรคือวัวไหม้? หรือว่าเจ้าวัวไหม้นี้จะต้องการเธอ? ไม่นะ มันต้องไม่ดีแน่ๆ แม้ว่าจะต้องตาย เธอจะไม่ยอมให้มันทำสำเร็จเด็ดขาด
“สบายใจเถอะ ฉันจะทำให้เธอเชื่อฟังจนขัดขืนอะไรฉันไม่ได้ โฮะ โฮะ”
“เย่เฟิง” ที่หัวเราะ โฮะ โฮะ พลางสำรวจภายในซอยเล็กๆ “ที่นี้ดีที่สุดเลย ทำเลก็ดูดีเช่นกัน มั่นใจได้เลยว่าเพียงไม่นานเจ้าจะเชื่อฟังอย่างดีเชียว”
เขาพูดขณะที่ค่อยๆก้าวเข้ามาหาเซียวเยวี่ย
เซียวเยวี่ยเจ็บข้อเท้าเป็นไปไม่ได้ที่จะวิ่งหนี ภายในซอยว่างเปล่า เธอต้องการมองหาอาวุธแต่ก็ไม่พบเจอ ทำได้เพียงมองอีกฝ่ายที่ค่อยๆเข้ามาใกล้อย่างทำอะไรไม่ถูก
ชัวะ!
ราชันปีศาจหั่วอวิ๋นยกแขนขึ้นทันที พลางปลดปล่อยเจิ้นชี่ และทันใดนั้นชุดสีแดงเพลิงตรงช่วงอกของเธอก็กรีดเป็นร่องยาว ทำให้ยอดภูเขาขาวคู่นั้นที่อวบอึ่มผลิออกมา ราวกับมันเด้งพุ่งออกมาอย่างไรอย่างนั้น
ราชันปีศาจหั่วอวิ๋นก้าวเข้าไปเรื่อย ภายในสายตาเปิดเผยถึงความคาดหวัง ต้องการจะชื่นชมหน้าอกของเธอที่เหมือนดั่งคลื่นซัดสาดจนขยายวงกว้างออกมา แต่ในทันใดนั้น จู่ๆ ลำแสงกระบี่สีเขียวพลันสว่างวาบขึ้นรอบตัวเขา
วูบ! วูบ! วูบ!
กระบี่เริงระบำ!
……………………………..
แปลโดย คั่นหนังสือ