I-Here.info [ไอ้-เหี้ย ดอท อินโฟ]

The Strong, The Few, True Cultivators on Campus ตอนที่ 4 : แม่มดเฒ่ากำลังมา

| The Strong, The Few, True Cultivators on Campus | 325 | 882 วันที่แล้ว
ตอนที่แล้วตอนต่อไป

บทที่ 4 : แม่มดเฒ่ากำลังมา

“ฉันก็มาเก็บขยะที่นี้เป็นประจำ แล้วเมื่อไหร่กันที่มันกลายเป็นอาณาเขตของนาย?” เสียงมีอายุเอ่ยออกมาอย่างใจเย็น

“บัดซบ มึงยังกล้าพูดกลับแบบนี้อีก มึงอยากมีปัญหาจริงๆสินะ!” เสียง’ปึง’ ดังออกมา มันเป็นเสียงของคนที่ล้มลงพื้น (@ใช้คำหยาบ มึงๆ กุๆ จะโดนเด้งไหมเนีย?)

ใจของ ถังเจิ้ง รู้สึกเจ็บปวด ความโกรธพวยพุ่งขึ้นมา เสียงชายชรานั้น เขาคุ้นเคยกับมันมาก เป็นใครไปไม่ได้นอกจากปู่ของเขา ถังต้าฮ่าย(Tang Dahai ชื่อผิดบอกได้)

อีกสามก้าว อีกสองก้าว ในที่สุดเขาก็มาถึง และพบว่าปู่ของเขานอนอยู่บนพื้น ใต้เท้าของชายตัวใหญ่

“ปล่อยปู่ของฉัน” ถังเจิ้ง คำราม

“ไอ้ลูกหมานี่มาจากไหนกัน? ไป ชิ่วๆ!” ชายตัวใหญ่เหลือบมองไปที่ถังเจิ้ง โดยไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา

“เจิ้งน้อย หลานมาทำไม? รับหนีเร็ว” ชายชราอ้าปากหายใจ และตะโกนบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง

“ผมมาที่นี้เพื่อช่วยปู่” ถังเจิ้งขยับเล็กน้อยก็ไปโผล่ด้านหน้าของชายตัวใหญ่

ชายตัวใหญ่ตกใจ ไม่คิดว่า ถังเจิ้ง จะเร็วขนาดนี้ แต่เมื่อเห็นว่าเป็นแค่นักเรียน มันไปกระตุ้นความหยิ่งยโสของเขา และเขาก็ไม่สามารถควบคุมความโกรธของเขาได้ ตะโกน “เด็กน้อย ถ้ามึงอยากสู้นัก กุก็จะสนองให้”

เขาเหวี่ยงหมัดลงบนพื้นที่ว่างเปล่า และก่อนที่ชายตัวใหญ่จะทันตอบสนอง ที่ท้องของเขาก็รู้สึกทรมานมากจากหมัด ที่นำมาซึ่งความรู้สึกเจ็บปวดที่เจาะเข้าไปในหัวใจของเขา

“มึ..ง….” ชายตัวใหญ่อยากจะเปิดปากและสาปแช่ง แต่เมื่อเห็นอีกหมัดกำลังตรงมาที่หน้าเขา เขาทำได้แค่ร้องออกมาอย่างน่าสมเพจ ขณะที่เลือดไหลพุ่งกระฉูดจากจมูก และเขาก็ล้มลง

“ปู่ ไม่เป็นอะไรนะ?” ถังเจิ้งรีบไปช่วยชายชรา และถามด้วยความเป็นห่วง

ชายชราหอบและตอบเบาๆว่า “ปู่สบายดี หลานรีบหนีไอ้ชั่วนี้เร็ว ไม่ใช้เรื่องดีเลยที่ไปมีเรื่องกับมัน”

“ปู่ ผมอยู่ที่นี่แล้ว จะไม่มีใครสามารถทำอะไรปู่ได้” ถังเจิ้ง พูดอย่างเฉียบขาด

“อ่า หลานทำดีแล้ว อย่าไปมีเรื่องเพราะตาแก่คนนี้เลย ถ้าครูของหลานรู้เข้า หลานจะถูกไล่ออกจากโรงเรียนอย่างแน่นอน” ชายชรารีบพูด

ใจของ ถังเจิ้ง เจ็บปวด ไม่ว่าเมื่อไหร่ ปู่ของเขาจะคิดถึงเขาเป็นคนแรก ทำให้เขายิ่งโกรธชายร่างใหญ่มากกว่าเดิม

“ปู่ พักก่อนนะ ผมจะจัดการไอ้เวรนี้เอง” ถังเจิ้ง พูดอย่างเย็นชาและจ้องมองชายตัวใหญ่

ชายตัวใหญ่ลุกขึ้น และไม่สามารถควบคุมความโกรธได้ เขาพูดว่า “ไอ้เด็กโสโครก มึงกำลังแส่หาความตายแล้ว พี่ใหญ่คนนี้จะสอนให้เอง ว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงเป็นยังไง”(@คำพูดพวกขี้แพ้555)

ชายตัวใหญ่ดึงมีดสั่นที่เป็นมันวาวออกมา แสดงให้เห็นถึงความอำมหิต

ชายชรากลัวและรีบตะโกนว่า “เจิ้งน้อย รีบหนีเร็ว ปู่จะสกัดมันให้”

“ปู่ มันจะเป็นที่เจ็บ ไม่ได้ผม” ถังเจิ้งกล่าวอย่างสบายใจ ทันใดนั้นก็หันไปมองชายตัวใหญ่ “ทำไมนายถึงต้องทำร้ายปู่ของฉัน?”

“แม่งเอ๊ย พื้นที่นี้เป็นอาณาเขตของพี่ชายฮู่ มึงต้องได้รับอนุญาตก่อน ที่จะมาทำงานที่นี่ พวกมึงกล้าที่จะท้าทายพี่ชายฮู่ ถ้ากุไม่ฆ่าพวกมึงก็บุญแล้ว” ชายตัวใหญ่พูดอย่างก้าวร้าว

“พี่ชายฮู่ ?” ถังเจิ้ง เป็นนักเรียนที่ดีและไม่เคยได้ยินชื่อ พี่ชายฮู่

ชายตัวใหญ่ชื่อ ต่งจือ(Dong Zi) เป็นลูกน้องของ พี่ชายฮู่ ถูกส่งมาที่นี่เพื่อดูแลอาณาเขต คนที่จะมาทำงานที่นี่ ต้องเสียค่าธรรมเนียม

พี่ชานฮู่ เป็นหนึ่งในนักเลง ของชานเมืองเขตเหนือนี่ ชื่อจริงของเขาคือ หลินฮู่ เขาได้รวบรวมลูกน้อง และสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองในเมืองชางเฮิง

เดิมทีเขาดูถูกพวกขยะนี้ แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มีคนขุดเจอของเก่าที่ขายได้เป็นล้าน

หลินฮู่ จึงได้ประเมินพื้นที่ใหม่ และส่งลูกน้องไปดูแล คนที่เก็บพวกขยะไปต้องโดนตรวจสอบก่อน หากเป็นของมีค่าก็จะถูกริบ

ปู่ของ ถังเจิ้ง ที่ป่วยอยู่พักหนึ่ง จึงไม่ทราบถึงกฎใหม่นี้ ดังนั้นเมื่อเขาลากสังขารที่ยังป่วย เพื่อมาเก็บขยะ มันเลยเป็นเหตุ นำไปสู่สถานการณ์ในปัจจุบัน

“อะไร มากลัวเอาตอนนี้ กุจะบอกมึงให้ ว่ามันสายเกินไปแล้ว ที่…” ต่งจือ กล่าวด้วยความพึงพอใจ เพราะเขาคิดว่าชื่อ พี่ชายฮู่ ได้ทำให้ ถังเจิ้ง กลัว

“ฉันไม่สนใจคนที่ชื่อพี่ชายฮู่หรอกนะ ใครก็ตามที่กล้าทำร้ายปู่ของฉัน ฉันไม่ปล่อยมันไว้แน่” ถังเจิ้ง ได้กลายเป็นผู้บ่มเพาะแล้ว เขาจึงไม่จำเป็นต้องกลัวพวกขี้เหล้านี้

ต่งจือ ช๊อค เด็กน้อยนี้ต้องกินดีหมีหัวใจเสือไปแน่ๆ แม้แต่ชื่อ พี่ชายฮู่ ก็ไม่พอที่จะทำให้เขากลัว

“เฮอะ เด็กน้อย มึงกล้าพูดอะไรแบบนี้ มึงต้องตายแน่ๆ มานี้และตายซะ!” ต่งจือ พุ่งเข้าหา และแทงมีดสั้นใส่อก ถังเจิ้ง

ถังเจิ้ง หมุนตัวหลบ และจับข้อมือ เกิดเสียง’แกร๊ก’กระดูกข้อมือแตก ชายตัวใหญ่กรีดร้องอย่างทรมาน และมีเหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้า

ถังเจิ้ง เตะใส่หัวเข่าของต่งจือ หัวเข่าทั้งสองแตกหัก ทำให้ต่งจือทรุดลงพื้นทันที

“ในอนาคต ถ้าแกยังกล้ามาที่นี่อีก ฉันจะหักขาทั้งสองข้างของแกซะ” ถังเจิ้ง กล่าวด้วยเสียงที่ดุดัน ว่า “ไปให้พ้น!”

ต่งจือ โกรธ แต่ไม่สามารถเปล่งเสียงได้ ความเจ็บปวดที่แทรกซึมเข้ามาในหัวใจของเขา และเขาพูดว่า “เด็กน้อย มึงรู้ผลลัพธ์ที่มาท้าทายพี่ชาย ฮู่ ไหม?”

“บัดซบ แกยังกล้าเห่าอยู่อีกเหรอ!” เกิดเสียงดัง’แกร๊กๆ’ออกมา ไหล่ของต่งจือบิดเบี้ยวไปในทิศทางที่แปลกประหลาด

“อ้าก เจ็บๆ ปล่อยผมไปเถอะ ผมไม่กล้าแล้วครับ” ต่งจือ ไม่คิดว่า ถังเจิ้ง จะโหดขนาดนี้ และขอร้องด้วยท่าทางที่น่าสงสาร

ชายชราดูราวกับว่าเขาได้เห็นคนแปลกหน้า และจ้องมองที่ ถังเจิ้ง ด้วยความกลัวว่า “เจิ้งน้อย ปล่อยมันไปเถอะ”

ถังเจิ้ง ปล่อยมือ และ ต่งจือ รีบวิ่งหนีไปเหมือนหมาจรจัด ไม่กล้าที่จะพูดอะไรอีก

“นี้มันแย่มาก เราสร้างปัญหาใหญ่แล้ว แทบจะไม่มีทางหนีเจ้าพวกนี้ได้ ตอนนี้เราได้สร้างปัญหาให้กับตัวเองแล้ว” ชายชราทำหน้าขมขื่น แล้วถอนหายใจ

“ปู่ ถ้าพวกมันกล้ากลับมาอีก ผมก็จะอัดพวกมันกลับไปอีกครั้ง” ถังเจิ้ง กล่าวอย่างสบายใจ

“เจิ้งน้อย พวกมันมีหลายคน ซึ่งทั้งหมดนั่นไม่ใช้คนดีเลย แล้วจะต่อกรมันด้วยวิธีไหน? นอกจากนี้ หลายยังเป็นแค่นักเรียน แล้วจะไปสู้พวกมันได้ยังไง?”

“ปู่ ผมเรียนศิลปะการต่อสู้มา พวกมันไม่ใช้คู่ต่อสู้ของผม”

“ไร้สาระ หลานเรียนศิลปะการต่อสู้อะไรมา?” ชายชรากล่าวด้วยใบหน้าขึงขัง “มันสำคัญที่คนจะรู้จักตัวเอง และไม่พูดเรื่องบ้าๆอีก”

ถังเจิ้ง รู้สึกอับจนคำพูด ในใจของปู่ เขาเป็นนักเรียนดีเสมอ และจะไม่ทำอะไรเช่นการต่อสู้

“อ่า ไม่ต้องกังวล ถ้าจนตรอกจริงๆ และพวกมันยังมาอีก หลานก็แค่ซ่อนตัว ชายชราคนนี้จะรับหน้าพวกมันไว้ให้ และเมื่อพวกมันตีจนหมดแรงแล้ว เรื่องมันก็จะดีขึ้นเอง”(@ใจปู่หล่อมากก)

ถังเจิ้ง หงุดหงิด และเขากำหมัดแน่น  ขณะที่ในใจลอบสาบานว่า ถ้าพวกมันกลับมาอีกครั้ง เขาจะทำลายขาสุนัขของพวกมัน

ปู่และหลานกลับบ้าน ถังเจิ้ง เริ่มทำอาหารเย็น หลังจากปีเหล่านั่น ทั้งสองก็พึ่งพากัน ถ้าเขาได้เรียนทักษะในการทำอาหาร เขาก็สามารถทำอาหารธรรมดาที่อร่อยได้

“เจิ้งน้อย ร่างกายหลานกำลังโต ดังนั้นหลานต้องกินเนื้อเยอะๆนะ” ชายชราแนะนำ พร้อมส่งเนื้อในถ้วยของเขาไปที่ถ้วยของถังเจิ้ง

“ผมกำลังกินครับ ปู่ก็จำเป็นต้องกินเหมือนกันนะ ดูสิปู่ผอมจนหนังแทบหุ้มกระอยู่แล้ว”

“ฮ่าๆ ปู่ก็เป็นถุงกระดูกอยู่แล้ว และใช้ชีวิตมายาวนานจนพอใจแล้ว ยิ่งกว่านั้นปู่ยังมีหลาน เจิ้งน้อยอยู่เคียงข้าง ปู่รู้สึกขอบคุณพระเจ้าจริงๆ” รอยยิ้มของชายชราเต็มไปด้วยความสุขและความพึงพอใจ

จริงๆแล้วทั้งสองคนนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกันทางสายเลือด ถังเจิ้งถูกชายชราเก็บมาจากถังขยะ ดังนั้นเรียกได้ว่า เขาเป็นเด็กกำพร้าคนหนึ่ง

จิตใจของชายชราเต็มไปด้วยความเมตตา และเขายกเด็กคนนั้นขึ้นมา แล้วตั้งชื่อว่า ถังเจิ้ง ตลอดสิบปีที่ผ่านมาทั้งสองคนต่างก็พึ่งพากันและกัน ชายชราใช้พลังทั้งหมดของเขาเพื่อถังเจิ้ง และให้สิ่งที่จำเป็นแก่ถังเจิ้ง สิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือ ถังเจิ้ง กลายเป็นสุดยอดอัจฉริยะ และผลการเรียนของเขาช่างยอดเยี่ยม ทำให้ชายชราสบายกว่าเดิมมาก

“เจิ้งน้อย ถ้าปู่ไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว หลานต้องดูแลตัวเองให้ดีด้วย เข้าใจไหม” ชายชราถอนหายใจ และพูดคำสองสามคำจากก้นบึ้งของหัวใจ

ถังเจิ้ง ตกใจ จนทำตะเกียบตกพื้น มองไปที่ปู่ของเขา และกล่าวว่า “ปู่ อย่าพูดไร้สาระ ปู่ยังไม่เป็นอะไร พรุ่งนี้เราจะไปโรงพยาบาลกัน เพื่อรักษาโรคของปู่”

ชายชรายิ้มให้ รอยยิ้มเต็มไปด้วยริ้วรอยลึกๆ และกล่าวว่า “ปู่ไม่ได้โกหก ร่ายกายปู่ปกติดี เมื่อไม่กี่วันก่อนเราก็เพิ่งไปโรงพยาบาล และหมอบอกปู่ว่าจะดีขึ้นเร็วๆนี้ ถ้าปู่พักผ่อนสักสองสามวัน”

ถังเจิ้ง รู้มาตลอดว่าสุขภาพของปู่เขาไม่ดี ปู่เคยบอกว่าสมัยปูหนุ่มๆ ปู่ได้รับบาดเจ็บภายในทำให้เกิดแผลเป็น แต่เมื่อพวกเขาไปหาโรงพยาบาล หมอก็ไม่สามารถบอกถึงสาเหตุได้

ขณะที่โรคเก่ามันได้กำเริบขึ้นอีกครั้ง พวกเขาก็ไปโรงพยาบาล หมอได้ให้ยามา และจากสองสามที่ผ่านมานี้ ปู่ดูเหมือนจะดีขึ้นเล็กน้อย

“เจิ้งน้อย หลานกำลังจะอายุสิบแปดเร็วๆนี้ และจากนั้นหลานจะเป็นผู้ใหญ่ ปู่รู้ว่าหลานเป็นคนดีตั้งแต่เด็ก และปู่ไม่มีอะไรจะให้หลาน ในอนาคตหลานจะต้องพึ่งพาตัวเอง”

ถังเจิ้ง รู้สึกสังหรณ์ไม่ดี คำพูดของปู่เหมือนกำลังสั้งเสีย และโรคของปู่ต้องไม่ดีชนิดที่เขาจินตนาการไม่ได้แน่

ถังเจิ้ง กำลังถามรายละเอียดเพิ่มเติม ขณะที่มีเสียงถามจากข้างนอกว่า “ถังเจิ้ง อยู่ที่นี้ไหม”

“แม่มดเฒ่า!” ถังเจิ้ง พูดทันทีที่ได้ยินเสียง

“เจิ้งน้อย มีคนมาหาหลาน” ชายชรากล่าว

“เป็นเพื่อนของหลานเหรอ?”

“เป็นครูประจำชั้นของผม”

“ถ้าเป็นครูของหลานแล้ว ปู่คงต้องไปพบเธอ เกรดของหลานดีมากเพราะครูสอนดี เพราะงั้นปู่คงต้องไปขอบคุณเธออย่างถูกต้องซะหน่อย” ชายชรากล่าวอย่างตื่นเต้นและรีบเดินออกไปข้างนอก

ถังเจิ้ง สายเกินไปที่จะหยุดปู่เขา และทำได้แค่พึมพำในใจเท่านั้นว่า ทำไมแม่มดเฒ่าถึงได้มาที่นี่?

เขาอยู่ในโรงเรียนมัธยมมาเกือบสามปี และแม่มดเฒ่าไม่เคยมาเยี่ยมบ้านของเขาในฐานะแขก แม้ว่าเขาได้ยินว่า เธอมักจะไปเยี่ยมบ้าน เฉียวเฟ่ย และ ฟางซือซือ

“คุณครู สบายดีไหม โปรดเข้าไปข้างในก่อน” ชายชราโค้งเชิญชวนอย่างสุภาพ

วู่ชุยฮง ย่นคิ้วของเธอ มองที่ใบหน้าของชายชราที่เต็มไปด้วยริ้วรอย หัวเต็มไปด้วยเส้นผมสีขาว สวมเสื้อผ้าเก่าๆ และพูดอย่างเย็นชาว่า “คุณ เป็นปู่ของ ถังเจิ้ง?”

“ถูกแล้ว ฉันขอบคุณมากที่คุณครูได้ดูแลเจิ้งน้อยในโรงเรียน ความสามารถในการเข้าโรงเรียนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย แน่นอนเป็นเพราะความเมตตาของพระเจ้า” ชายชรากล่าวด้วยขอบคุณอย่างเหลือล้น

ถังเจิ้ง เดินออกมาข้างนอก มองไปที่ปู่ของเขาอย่างระมัดระวัง ในขณะที่วู่ชุยฮง ยืนหลังตรงอย่างหยิ่งยโส เขาพยายามหยุดคิด และเขาก็ถามว่า “ครูวู่ จะเป็นไรไหมถ้าฉันถามว่าคุณมาที่นี้ทำไม?”

“ถังเจิ้ง ฉันมาเพื่อแจ้งเรื่องบางอย่างให้นายทราบ”

“คุณครู ถ้ามีเรื่องอะไร กรุณาเข้าไปคุยกันในบ้าน” ชายชรายังคงเชิญต่อ

วู่ชุยฮง มองบ้านชั้นต่ำ เธอเหยียดปาก มันเป็นไปไม่ได้ที่จะปกปิดความรังเกียจของเธอได้ และพูดว่า “ฉันจะยืนพูดอยู่ที่นี่ ถังเจิ้ง วันพรุ่งนี้ นายไม่จำเป็นต้องไปโรงเรียนแล้ว หลังจากนี้นายจะต้องไปเข้าร่วมห้อง7”

ถังเจิ้ง ตกใจมาก ห้อง 1 เป็นห้องเรียนที่ดีที่สุดในชั้นเรียน ในขณะที่ห้อง 7 เป็นห้องที่เลวร้ายที่สุด หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ‘ห้องขยะ’ นักเรียนในห้องนั้นทั้งหมดสนแค่เรื่องสนุกและเรื่องดื่มกินเท่านั่น ความแตกต่างระหว่างสองห้องนี้ เป็นสวรรค์และนรก

แม้ว่าชายชราตะไม่ค่อยรู้รายละเอียดนัก แต่ฟังจากเสียงของ วู่ชุยฮง และปฏิกิริยาของ ถังเจิ้ง เขารู้สึกสับสนและใบหน้าของเขาก็เคร่งเครียดขึ้น และเขาก็ถามอย่างกะทันหันว่า “คุณครูเจิ้งน้อย ทำอะไรผิดเหรอ?”

(@เป็นตอนโชว์เทพเบาๆ//ค้างไปซะ5555)

(ผมจะเปลี่ยนชื่อคัมภีร์ ไปเป็น คัมภีร์โบราณทลายสวรรค์ แทนนะครับ ถ้ามีเวลาจะไปแก้ชื่อในตอนเก่าๆให้)

ตอนที่แล้วตอนต่อไป
comments