I-Here.info [ไอ้-เหี้ย ดอท อินโฟ]

Arena ตอนที่ 27 The Korean Arena Research Center (1) ฟรี 01-09-2017

| Arena | 338 | 1221 วันที่แล้ว
ตอนที่แล้วตอนต่อไป

Chapter 27 The Korean Arena Research Center (1)

11 A.M.

ผมรับโทรศัพท์ทันที.

-นั่นใช่มิสเตอร์ ฮยอนโฮคิม ไหม?

“คุณเป็นใคร?”

-ผมเป็นพนักงานวิจัย.

จากคำพูดของเขา เขาเอาใจใส่อย่างมาก มันเป็นศูนย์วิจัย อารีน่า เกาหลี .

-ผมมาชอยนันแล้วเพื่อพาคุณฮยอนโฮและคุณคังจุนชอย.

“ผมยังไม่ได้รับการติดต่อจากจุนชอยเพราะงั้นรอสักครู่.”

-ผมจะรออยู่ใกล้ๆที่พักคุณเพราะงั้นโปรดโทรหาผมเมื่อได้รับข้อความจากเขา.

“ครับ.”

เธอบอกว่าเธอจะส่งรถไปรับสมาชิกที่เหลือและเธอก็ทำตามจริงๆ ไม่เพียงแค่นั้น มันยังเร็วและยังรอได้ พวกเขาทุ่มเทจริงๆ.

พนักงานของประเทศที่กำลังค้นคว้าข้อมูลของอารีน่าต้องทุ่มเทหัวใจและจิตวิญญาณอย่างมากในการค้นหาผู้เข้าสอบ

‘ถ้าฉันเล่นตัวและไปศูนย์วิจัยอื่นฉันอาจจะได้รับข้อเสนอดีกว่านี้ ดีไม่ดี ฉันอาจจะได้รับความหรูหราเป็นอย่างมากในเวลาที่เหลือ และฉันชอบที่จะอยู่เกาหลีมากกว่าประเทศอื่นๆ.’

มันน่าสนใจ

ผมไม่รู้ว่ามันมีสถาบันแห่งชาติ แต่ต้องตระหนักว่าพวกเขาค้นหาผู้แข่งขันเขาศูนย์เหมือนกับคัดเลือกทีมชาติฟุตบอล.

3rd, 4th, 5th…

ถ้าผมยังมีชีวิตต่อไปและคงเข้มแข็งขึ้นสถาบันอื่นๆของรัฐอาจจะเสนอเงินมากขึ้นและพยายามที่จะเอาตัวผมไปให้ได้

จินตนาการว่ามีหลายประเทศพยายามเอาเงินเข้ากระเป๋าผมและคนอื่นๆก็พยายามที่จะเอาชนะผมด้วยข้อเสนอที่มากกว่า แค่คิดเกี่ยวกับมันผมก็รู้สึกดีอย่างเหลือเชื่อ.

แน่นอน สิ่งที่ดีที่สุดคือการรอดชีวิต.

กริ๊งงงง.

โทรศัทพ์ของผมดังขึ้นและขึ้นเบอร์ไม่รู้จัก

“ฮันโหล?”

-ผมอยู่ที่ชอยนัน.

“มาที่บ้านผม ผมอยู่ที่…”

ผมให้ที่อยู่บ้านกับจุนชอย

หลังจากนั้นผมก็โทรหาพนักงานวิจัย

“เขาบอกว่าเขาจะได้สิทธิ์มากกว่า.”

“เข้าใจแล้วฉันจะรออยู่ที่รถด้านหน้า”

“ใช่ผมกำลังออกไปเดียวนี้.”

ผมเปลี่ยนเสื้อผ้าและออกไปข้างนอกอพาร์ทเมนท์ที่ลานจอดรถมีรถEquusจอดอยู่*. แหม่นี่มันน่าแปลกใจที่เป็นรถที่ดูดีมาก แต่มันมาจากรัฐ พวกเขายังใช้รถของรัฐ.

(TN: ผมไม่เคยได้ยินว่ามีรถฮุนไดEquus.)

คนที่ผมกำลังไปหาคือคนที่อายุ30ปลายๆเขาออกมาจากรถและแนะนำตัว

“คุณคือ คุณคิมฮยอนโฮ?”

“ใช่ ยินดีที่ได้พบ”

“เชิญเข้ามาข้างใน.”

เขาเปิดประตูหลังให้ผม ผมรู้สึกเหมือนกับเป็นVip สักพักจุนชอยก็เข้ามานั่งอยู่ข้างๆผม.

“เราออกเดินทางได้.”

**

ชายที่ขับรถได้ขับเข้ามาจอดที่ฐานทัพใกล้ๆและพาเราไปยังลานจอดเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพ ไม่นานหลังจากนั้นก็มีเฮลิคอปเตอร์มาถึงซึ่งเกิดเสียงดังเป็นอย่างมาก.

ชายคนนั้นชี้ไปที่เฮลิคอปเตอร์

“โปรดเข้าไปข้างใน.”

เรากำลังจะไปนรกขุมไหนเนี่ย?

ผมรู้สึกว่ามันน่าสงสัย แต่ก็เข้าไปที่เฮลิคอปเตอร์พร้อมกับจุนชอยที่กำลังส่งเสียงแปลกๆ.

เนื่องจากนี่เป็นครั้งแรกที่ได้นั่งเฮลิคอปเตอร์ผมรู้สึกกระตือรือล้นเป็นอย่างมากและมองไปที่ห้องคนขับว่ามีอะไรบ้างก่อนจะมองไปที่วิวด้านล่าง.

พลังจากที่เรามาถึงเกาะโดดเดี่ยวและห่างออกไปจากชายฝั่งตะวันตก มันเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่และเห็นอาคารสูง10ชั้นจำนวนสองหลัง.

‘เกาะ? สงสัยมันเป็นเพราะว่าไม่สามารถเปิดเผยได้?’

หลังจากที่ลงจากเฮลิคอปเตอร์แล้วเราก็ได้รับคำแนะนำจากพนักงานให้ไปยังอาคาร.

“โอปป้า!”

“ฮยองฮยอนโฮ!”

เรามาถึงห้องพักรับรองก็ได้พบกับแฮซูและยูนโฮที่รอต้อนรับพวกเรา.

“พวกคุณมาถึงเฮลิคอปเตอร์ด้วยใช่ไหม?”

“ใช่.”

“พวกเขาไม่ตอบอะไร และเพียงแค่บอกว่าขึ้นไป ดังนั้นผมคิดว่าพวกเขาต้องพาผมไปที่ลึกลับมากแน่ๆ”

ผมสามารถเห็นมันได้อย่างชัดเจน มันดูเหมือนกับการลักพาตัว

ผมไม่ค่อยกลัวเท่าไรเพราะว่าผมมากับจุนชอย ถ้าพวกเขาทำอะไรตลกๆพวกเขาจะต้องโดนKOแน่นอน ฮ่าฮ่า

มันเกิดขึ้นเมื่อพวกเราสี่คนรวมตัวอยู่ในห้องและระหว่างรอเราก็พูดถึงเรื่องพวกนี้

“คุณมาถึงแล้ว.”

จีเฮปรากฎขึ้น.

วันนี้เธอสวมชุดสูทสีเทาและมีเสื้อสูทสีขาวกับรองเท้าส้นสูงสีน้ำตาล การเดินของเธอค่อยๆเดินเข้ามาทีละก้าวๆโดยไม่เกรงกลัว.

“ยินดีที่ได้พบ ฉันคือชาจีเฮ จากวันนี้ไปฉันจะเป็นหัวหน้าทีมของคุณ.”

“คุณหมายถึงถ้าเราเซ็นสัญญาใช่ไหม?”

“ใช่.”

ด้วยคำพูดของผมจีเฮมีรอยยิ้มน้อยๆสื่อความหมายพิเศษ.

“ฉันรู้ว่าคุณได้ผ่านการสอบครั้งที่สองแล้วเหลือเวลากี่วัน?”

“14วัน การสอบของเราพึ่งจบลงเมื่อวานนี้”

“คุณโพสต์ออนไลน์ทันทีที่สอบเสร็จ?”

“ใช่.”

“คุณเป็นคนที่รอบคอบมาก มันจะเป็นการไม่เพิ่มความเหนื่อล้าและเวลาเหลืออยู่มากกว่าที่ฉันคิด.”

อ่า จริงจังหน่อยดิ ทำไมหัวใจของผมรู้สึกลอยออกไปเมื่อได้รับการชมจากผู้หญิงคนนี้?

บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าผมใช้ชีวิตวัยรุ่นโดยไม่มีความสัมพันธ์กับความโรแมนติก หรือว่าเป็นเพราะผมมักจะอ่อนแอต่อสาวสวย?

“ฉันจะอธิบายสั้นๆเกี่ยวกับข้อกำหนดสัญญา ศูนย์วิจัยเกาหลีจะช่วยคุณทุกวิถีทางเพื่อความอยู่รอดของคุณโดยไม่คำนึงถึงผลลัพท์และสกิลของคุณ.”

“คุณหมายความว่าเราจะได้รับการรักษาเหมือนกับทหารผ่านศึกโดยไม่เลือกปฎิบัติ?”

ผมถาม.

จีเฮ พงกหัว.

“ใช่ มันมีข้อจำกัดกับความช่วยเหลือที่เราให้กับคุณอย่างไรก็ตามผลที่ได้ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของคุณ.”

“นั่นก็จริง.”

“คุณผ่านการสอบสองครั้งแล้วและหวังว่าทุกคนจะเติบโตและผ่านการสอบครั้งต่อไปได้อย่างปลอดภัย ดังนั้นเราจึงให้ความสำคัญกับการมีชีวิตอยู่.”

“ถ้าเรากลับมาแล้วเราจะได้เท่าไร?”

“การจ่ายให้กับเมไจจะขึ้นอยู่กับพลังของเมไจ การจ่ายนี้จะทำเหมือนกันหมดกับผู้เข้าสอบทุกคน ผลต่างคือเงินที่ได้เมื่อต่อปีเท่านั้น.”

“เราจะได้รับเท่าไร?”

“เงินที่ได้ไม่ได้ขึ้นกับผลลัพท์และจ่ายแบบทั่วๆไปที่คิดว่าจะไม่สามารถเอาชีวิตรอดได้ แต่เพื่อกำหนดเงินเราจะต้องรู้ว่าคุณมีความแข็งแกร่งมากน้อยเพียงไหน”

“หมายความว่าคุณต้องการยืนยันเลเวลสกิลและอุปกรณ์ของเรา?”

“ใช่.”

“งั้นก่อนที่มันจะจบเมื่อเราต้องลงนามในสัญญาเราจะต้องเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดของเรา นี่ไม่ใช่สัญญาที่ไม่เป็นธรรมหรอ?เราไม่สามารถติดต่อศูนย์วิจัยของประเทศอื่นๆได้ดังนั้นเราจึงไม่รู้ว่าเงินที่เราจะได้สำหรับสัญญาแบบนี้คือเท่าไหร่.”

“ด้วยความนับถือเราไม่มีอะไรจะพูดนอกจากให้ไว้ใจเรา ถ้าเรามีความสัมพันธิ์ที่ดีกับผู้เข้าสอบของเรา เราต้องปฎิบัติต่อคุณอย่างถูกต้อง ถ้าเราทำไม่ได้เราจะสูญเสียคนที่มีพรสวรรค์ไปยังประเทศอื่นๆ.”

“หืมม…”

ผมรู้สึกว่าไว้ใจผู้หญิงคนนี้ได้ อา อาจจะเป็นเพราะว่าผมแพ้ทางผู้หญิงสวยๆ?

หลังจากที่ผมคิดผมพูด

“สำหรับตอนนี้สัญญาจะเป็น 1 ปี”

“คุณพูดว่า 1 ปี?”

“ใช่ หลังจาก 1 ปีแล้วถ้าคุณทำให้เราเชื่อถือได้ผมจะต่ออายุสัญญา”

“อืมม เงินเดือนสามารถคำนวนได้ใหม่ตามสกิลที่คุณมีอยู่ เราได้รับความช่วนเหลือกับฐัลบาลด้วยเช่นกันดังนั้นคุณจะต้องไม่ผิดหวัง.”

ผมมองรอบๆไปยังคนอื่น แฮซู,ยูนโฮและจุนชอยผงกหัว.

ผมคุยกับจีเฮ

“ตกลง”

จีเฮเอาปากกาและเอกสารออกมาจากกระเป๋าของเธอและแจกจ่ายให้กับเรา

“กรุณาเขียนสกิลและไอเทม พร้อมกับคาม่าของคุณ ด้วนเหตุผลเหล่านี้มันจะเป็นการกำหนดเงินเดือน.”

เราเริ่มเขียนมันลงไปในเอกสารของเรา

เรียกสปิริตเลเวล1,ปืนเวทย์มนต์,ลูกกระสุน,900คาม่า

จีเฮมองไปในสิ่งที่ผมเขียนและรู้สึกประหลาดใจก่อนจะถามผม

“เรียกสปิริต?”

“มีอะไรผิดปกติ?”

“ไม่ มันไม่ใช่อย่างนั้น ฉันไม่เคยได้ยินกับผู้เข้าสอบว่ามีการเรียกสปิริต.”

“แล้วมันพิเศษหรือเปล่า?”

“ใช่ ผู้เข้าสอบมีสกิลที่ดีขึ้นหลังจากที่รู้จักที่นี่ แต่ยังไม่เคยมีผู้เข้าสอบที่มีสกิลหลักเป็นเรียกสปิริตมาก่อน ยิ่งคุณมีสกิลที่หายากแบบนี้ยิ่งเป็นสิ่งที่พวกเราต้องการ.”

“งั่นก็น่าโล่งใจ”

“แต่ คุณรู้ไหมว่า คุณเขียช่องคาม่าผิดว่ามันเป็น 900?”

“ไม่ 900คาม่าถูกต้องแล้ว.”

ใบหน้าของจีเฮกลับกลายเป็นประหลาดใจมากกว่า

“คุณหมายความว่าคุณได้รับ900คาม่าในการสอบครั้งที่สอง?”

“ใช่ ไอ้เทวดาสารเลวนั่นมันก็บอกว่านี่เป็นการบันทึกที่ดีที่สุดที่เคยมีมา แต่มันเป็นความจริง?”

“ใช่ ใช่ มันจะแตกต่างออกไปหากมันเป็นการสอบครั้งที่5 คุณน่าเหลือเชื่อมาก.”

การได้เห็นใบหน้าตกใจของเธอมันทำให้ผมรู้สึกดี มันเป็นประสบการณ์ที่ผมไม่เคยเจอมาตลอด29ปี.

มันไม่ได้เขียนอะไรมากมายนัก แฮซูและยูนโฮก็กลับไปเขียนมันต่อ แจฮีอ่านและไม่ได้ตอบสนอง แต่รู้สึกประหลาดใจกับจุนชอย.

“คุณจุนชอย คุณได้ให้ข้อมูลผิดๆหรือเปล่า?”

“ผมไม่ทำอย่างนั้น.”

“สำหรับคนที่ผ่านการสอบมาเพียง2ครั้ง คุณมีการควบคุมออร่าเลเวล4และความแข็งแรงทางกาบภาพปานกลางเลเวล1 มันเป็นไปไม่ได้…”

“แล้ว?”

การแสดงออกของจุนชอยเริ่มน่ากลัวขึ้น.

ผมรีบเข้ามาแทรกแซง

“เขาเคยเป็นนักสู้ที่มีฝีมือมาก่อนจริงๆ.”

“… เข้าใจแล้ว อย่างไรก็ตามฉันจะกลับมาหลังจากประเมิณเรียบร้อยแล้ว มันใช้เวลาไม่นานรอสักครู่”

จีเฮเอาเอกสารทั้งหมดที่เรากรอกไว้ในกระเป๋าและทิ้งเราไป.

“ฮยองคิดว่าจะได้เท่าไร?”

“ผมไม่สนเรื่องเงิน ผมพอใจกับการที่เขาช่วยให้เรารอดเท่านั้น.”

มันเป็นความหวังอย่างมากที่จะช่วยแฮซูที่มาจากครอบครัวที่ร่ำรวย

“จริง ตอนนี้เราไม่จำเป็นต้องโลภ พวกเขาบอกว่าความสำคัญของเราคือการอยู่รอดเมื่อเห็นว่าพวกเราติดตั้งอย่างถูกวิธี มันจะช่วยเราได้อย่างมาก.”

จีเฮรู้เรื่องอารีน่ามากกว่าพวกเรา เธอมีแผนที่เต็มของอารีน่า ดังนั้นเธอจึงค่อนข้างที่จะรู้เรื่องมากมาย

การประเมิณผลทำได้เร็วมาก

จีเฮกลับมากหลังจากไม่ถึง30นาทีและยื่นสัญญาให้กับพวกเราทั้ง4คน.

“คุณอ่านเงื่อนไขและเซ็นชื่อ เงินเดือนโดยรวมของจุนชอยและฮยอนโฮคือ60,000เหรียญขณะที่อีกสองคนได้30,000เหรียญ.

“60k?”

ผมประหลาดใจอย่างมากเงินเดือนได้มากกว่าที่ผมคิด.

จีเฮได้พูดในสิ่งที่ผมตกใจมากขึ้นไปอีก.

“คุณคิมฮยอนโฮคุณได้รับเงินเดือนที่สูงเนื่องจากคุณมีสกิลที่หายากอย่างมากและยังเป็นหัวหน้าทีมและคุณคังจุนชอยคุณได้รับการประเมิณที่60k นั่นก็เพราะว่าคุณมีความสามารถเท่ากับผู้เข้าสอบครั้งที่5-6รอบ.”

“งั้นข้อกำหนดบังคับที่เราต้องปฎิบัติตาม?”

“คุณจะต้องใช้คาม่าหลังจากที่ปรึกษากับศูนย์วิจัยแล้ว พร้อมกับของที่เราจะมอบให้กับเมไจในการเข้าไปทดสอบ พร้อมทั้งฝึนฝนตามตารางเวลา โดยไม่มีข้อแม้.”

“พูดได้ดี.”

ผมได้อ่านสัญญาแล้วและจีเฮก็พูดไม่ผิด.

หลังจากที่ผมอ่านสัญญาของทุกคน

และเราก็ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับสัญญา

“ฉันขอแสดงความยินดีด้วยที่ผู้เข้าสอบทุกคนเข้าร่วมกับศูนย์วิจัย อารีน่า เกาหลี ฉันเป็นผู้จัดการในการวิจัยของทุกคน ชาจีเฮ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นคุณอาจต้องมาคุยกับฉัน.”

“ขอบคุณ.”

“ฉันจะมาเจอกันครั้งหน้า.”

เราได้อำลาครั้งสุดท้ายกับจีเฮ

ดังนั้นเราจึงได้เริ่มต้นการฝึกเต็มรูปแบบสำหรับการสอบของเรา

***

สิ่งแรกที่เราทำคือการสัมภาษณ์รายบุลคล

จีเฮได้เรียกเราเข้าไปทีละคนและสอบถามรายละเอียดการสอยที่ผ่านมาของเรา เธอขอคำอธิบายอย่างเต็มรูปแบบว่าเราผ่านการทดสอบครั้งแรกและครั้งที่สองมาได้อย่างไร

จุดมุ่งหมายและแนวโน้มในสไตล์ที่เราใช้ต่อสู้

ในฐานะที่ผมเป็นหัวหน้า ผมถูกเรียกสัมภาษณ์ก่อน.

ผมเปิดเผยความจริงทุกอย่างรวมทั้งการตายของปาร์คโกซาง

ผมไม่คิดว่าผมต้องซ่อนมัน

“ฉันจะสรุป ผู้เข้าสอบคุณคิมฮยอนโฮ คุณได้กำจัดผู้เข้าสอบที่จะข่มขืนเพือนและหัวหน้าลิงแดงถูกต้องไหม?”

“ใช่.”

เธอผงกหัวของเธอ

“ดีมาก ผู้เข้าสอบฮยอนโฮมีความสามารถมากกว่าที่ฉันคิด เหนือขึ้นไปอีกทีมของคุณยังมีคุงจุนชอย มีโอกาสมากที่ทีมคุณจะรอดได้ในระยะยาว.”

“ขอบคุณ แต่เกี่ยวกับการตายของโกซาง…”

“ไม่ต้องกังวล ไม่มีหลักฐานในการลงโทษสำหรับอารีน่าและคุณก็มีมาตรการที่ชัดเจนและเหมาะสม มีทีมจำนวนมากที่พังลงกับคนที่ทำตัวเหมือนเขา.”

เท่านี้ ภาระในวิญญาณของผมเกี่ยวกับการตายของโกซางก็หมดไป

ตอนที่แล้วตอนต่อไป
comments