I-Here.info [ไอ้-เหี้ย ดอท อินโฟ]

Arena ตอนที่ 28 Korean Arena Research Center (Part 2)

| Arena | 363 | 1221 วันที่แล้ว
ตอนที่แล้วตอนต่อไป

Chapter 28 Korean Arena Research Center (Part 2)

(TN: หลังจากที่ผมค้นหาจากวิกิและพบว่ารายได้เฉลี่ยที่เกาหลีปี2014อยู่ที่30,000เหรียญ ดังนั้นเงินเดือน60,000เหรียญค่อนข้างดี อย่างไรก็แล้วแต่ของที่เกาหลีก็ถูกเหมือนกัน)

หลังจากที่สัมภาษณ์รายบุคคลเสร็จสิ้น เราก็ได้ทำการทดสอบกายภาพต่อ จีเฮแนะนำว่าเราควรที่จะใช้คาม่าได้อย่างเหมาะสม

“โชคดีที่คุณฮยอนโฮมีร่างกายเท่ากับชายปกติที่มีสุขภาพดี.”

“นั่นมันคือควาโล่งใจ.”

ผมไม่มั่นใจว่าร่างกายของผมจะดี ดังนั้นผมจึงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจ ดูเหมือนว่าการเดินป่าทุกวันจะสร้างความแตกต่าง

“คุณฮยอนโฮ ฉันแนะนำว่าคุณควรจะใช้600คาม่าเพื่อให้ได้รับบัฟความแข็งแกร่งเลเวล4 ร่างกายของคุณมีความสำคัญอย่างยิ่งดังนั้นโปรดอ่านข้อมูลนี้.”

เธอเอากระดาษให้ผม.

-บัฟความแข็งแกร่งทางกายภาพ (สกิลรอง)

-ระดับแรก เลเวล 1: เท่ากับผู้ชายปกติที่มีสุขภาพดี. (-100)

-ระดับแรก เลเวล 2: เท่ากับชายหนุ่มที่แข็งแรง. (-150)

-ระดับแรก เลเวล 3: เท่ากับทหารที่ได้รับการฝึกฝนมาแล้ว. (-200)

-ระดับแรก เลเวล 4: เท่ากับทหารเรือที่ฝึกในทะเล(นาวีซีล). (-250)

-ระดับแรก เลเวล 5: เท่ากับร่างกายที่ฝึกในอย่างหนัก/เพิ่มขึดจำกัดของมนุษย์. (-300)

จุนชอยก็เคยบอกว่าปานกลางมันก้าวไปถึงขั้นเหนือมนุษย์.

“ระดับแรกเลเวล4 เท่ากับนาวีซีล?”

“จริง.”

“ไม่มีการฝึกไหนที่ไม่ได้มาด้วยความยากลำบาก นี่มันของฟรี?!”

“ถึงมันจะฟรี แต่การเพิ่มระดับร่างกายอย่างฉับพลันนั้นมันคงยากที่จะควบคุม”

ผมเรียกกระดานของผมและใช่คาม่าในการรับรางวัลเป็นบัฟเพิ่มความแข็งแกร่งเลเวล4.

-บัฟเพิ่มความแข็งแกร่งกายภาพ (สกิลรอง): เสริมสร้างร่างกาย.

*ระดับแรกเลเวล 2: เท่ากับชายหนุ่มที่แข็งแรง. (-150)

“ผมเลือกเสริมร่างกายระดับแรกเลเวล 4.”

ขณะที่ผมพูด รายกายบนกระดานก็เปลี่ยนไป

-ความแข็งแกร่งกายภาพเลเวล4 ใช้ 600 คาม่า คุณต้องการเลือกหรือไม่?

-คาม่าคงเหลือ: +900

“เลือก.”

พลัก!

แสงสว่างออกมาจากกระดานและไหลผ่านเข้าสู่ตัวผม ผมรู้สึกได้เลยว่าร่างกายของผมกำลังบิดเบี้ยวและเปลี่ยนแปลง.

“หืม?!”

“ไม่จำเป็นต้องตกใจร่างกายของคุณกำลังเปลี่ยนไปเนื่องจากสกิล.”

เหมือนกับดินเหนียวที่กำลังถูกปั้นและดิ้นดุ๊กดิกในร่างกาย

หน้าท้องของผมหายไปแขนและขาของผมมั่นคง ในขณะที่ไขมันได้หายไปและกลายมาเป็นกล้ามเนื้อ.

ประมาณ1นาทีผ่านไป

การเปลี่ยนแปลงก็เสร็จสิ้น.

“ว้าว!”

ผมเห็นรูปร่างของผมและรู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่ง นี่มันร่างกายผมจริงๆ?

ผมขยับแขนขาเล็กน้อยเพื่อดูรายละเอียด ผมยกเสื้อเพื่อดูลำตัวของผม

“ นี่ นี่มัน!”

ซิกแพ๊คในตำนาน! ไม่ใช่แค่แขนขาเท่านั้นที่เหี่ยวฟีบ แม้แต่ไขมันหน้าท้องที่พอมีนิดหน่อยและมันก็ไม่สวยพอที่จะอวดใครๆเขาได้(ลงพุง)

ไม่เพียงแค่นั้น.

ไหล่! ขาด้วย!

ไม่ใช่แค่กล้ามเนื้อที่ดีเท่านั้น แต่ตอนนี้ผมก็มีกล้ามเนื้อที่เรียบเนียนอยู่แล้ว

“เป็นไงบ้าง?”

ผมตื่นเต้นมากเมื่อมองไปที่ร่างกายของผมและผมก็ถามคำถามของผมกับจีเฮ เมื่อผมมานึกๆดูแล้ว ผมก็เกาหัว

“นี่เป็นสกิลที่น่าตื่นเต้นจริงๆ.”

“ไม่เพียงแค่ความแข็งแกร่งทางร่ายกายของคุณจะเพิ่ม แต่ความอดทนและความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อของคุณก็จะเพิ่มเป็นอย่างมาก.”

“ผมชอบแบบนี้จริงๆ ดังนั้นผมควรจะใช้อะไรกับคาม่าที่เหลือของผม?”

“มีเป็นสกิลรองที่คุณสามารถเรียนรู้ได้ด้วย100คาม่า.”

“มันคืออะไร?”

“มันเป็นสกิลที่เรียกว่าไกด์ คุณสามารถดูได้ด้วยกระดานของคุณ.”

ผมตรวจสอบสกิลที่เรียกว่าไกด์บนกระดานของผม

-ไกด์ (สกิลรอง): ให้ความรู้สึกเหมือนกับสัมผัสที่6 เพื่อค้าหาและจุดหมายปลายทางของคุณ.

*ระดับแรก เลเวล 1: การหาทิศทาง. (-100)

มีสกิลแบบนี้ด้วย?

“มันเป็นสกิลที่คนในทีมอย่างน้อยต้องมีหนึ่งคน คุณฮยอนโฮคุณเป็นหัวหน้าและคุณสามารถสอดแนมด้วยซิลด้วยการใช้ร่วมกันกับสกิลนี้มันจะได้รับประโยชน์อย่างมาก.”

“เข้าใจแล้ว.”

ผมยอมรับและเลือกสกิลนี้และก็เสียคาม่าไปอีก100ตอนนี้ผมเหลือ200คาม่าเท่านั้น.

“ดังนั้นผมจึงมีสกิลรองสกิลและไม่จำเป็นต้องเพิ่มสกิลหลักหรอ?”

“แม้ว่าคุณจะเพิ่มสกิลหลักเป็นเลเวล2หรือเลเวล3 มันก็ไม่ต่างกันมากเมื่อเทียบเลเวลต่อเลเวล ในตอนนี้การเพิ่มสกิลรองของคุณจะทำให้เกิดความแตกต่างมากกว่า ส่วนหหใญ่แล้วความแข็งแกร่งทางกายภาพและทิศทางเป็นสิ่งสำคัญที่สุด”

“เข้าใจแล้ว.”

ผมตัดสินใจที่เชื่อใจจีเฮในฐานะผู้เชี่ยวชาญ

“แล้วจะทำอย่างไรกับคาม่าที่เหลืออีก200?”

“นั่นเราจำเป็นต้องทดลองกับผู้เชียวชาญคนอื่นและเราต้องการเวลา.”

“ทดลอง?”

“เรากำลังมองหาทางเลือกที่ดีที่สุดดังนั้นวางใจเราและรอ.”

“เราหล่ะผมจะทำแบบนั้น.”

“ใช่ หนังสือเล่มนี้ด้วย.”

จีเฮมอบหนังสือที่หนามาก

“มันเป็นข้อมูลที่เกี่ยวกับอารีน่าโปรดอ่านมันทั้งหมด”

“ตกลง การฝึกซ้อมเริ่มเมื่อไหร่?”

“ในตอนนี้คุณยังไม่จำเป็นต้องฝึกซ้อม”

“หืมม?”

ผมไม่จำเป็นต้องฝึกซ้อมจริงดิ?

จีเฮพูดราวกับรู้ว่าผมสงสัย.

“คุณฮยอนโฮ ไม่มีส่วนไหนที่คุณต้องการปรับปรุงในระยะสั้นนี้ คุณสามารถที่จะอยู่รอดได้ด้วยของคุณเองและคุณยังยิงเป้าหมาย 100 ทั้ง 100 ได้โดยไม่ต้องมองเป้าหมายและสามารถใช้ประโยชน์จากสปิริตของคุณได้ดีมาก”

“…”

“แน่นอนถ้าเราคิดได้ว่าคุณควรจะฝึงสปิริตได้อย่างไรเราจะแนะนำคุณทันที แต่ตอนนี้การพักผ่อน14วันคือสิ่งที่ดีที่สุด.”

“เหมือกับคนอื่นๆในสมาชิกด้วยหรือเปล่า?”

“จุนซังก็ไม่จำเป็นต้องฝึกซ้อมเหมือนกัน ศิลปะการต่อสู้ของเขาเป็นของจริงทีมเราต้องเรียนรู้จากเขาเหมือนกัน.”

“ก็จริง…”

ชายคนนั้นแข็งแกร่งเหมือนับสัตว์ประหลาดและยังมีศิลปะการต่อสู้มันเป็นการลงตัวอย่างสมบูรณ์?

“แต่แฮซูและยูนโฮจะอยู่ที่นี่และฝึกซ้อมเป็นเวลา14วัน.”

“ที่นี่?”

“ใช่. พวกเขาทั้งสองมีความบกพร่องทางสกิลและที่สำคัญพวกเขาต้องได้รับการฝึกพิเศษ แน่นอนว่าเราต้องให้เขาพักผ่อนก่อนการสอบ1-2วัน.”

ผมกังวลเกี่ยวกับแฮซู เธอมีแค่ดาบและคาม่า150เท่านั้น เธอจะสามารถฝึกฝนได้มากน้อยแค่ไหนกันนะ?

“งั้นจุนซังและผมก็กลับบ้านได้?”

“จุนซังไม่มีสถานที่จะไปเพราะงั้นเขาจึงอยู่ที่นี่ เราสามารถปกป้องคุณและไปส่งด้วยเฮลิคอปเตอร์พร้อมกับรถรับส่งไปยังบ้านของคุณ”

***

ผมนั่งเฮลิคอปเตอร์ต่อด้วยEqqusและเมื่อไปถึงบ้านมันก็เป็นเวลา 19.00 น. ผมกลับมาและอาบน้ำอีกครั้ง เอาชนะความกลัวและมีความสุขเมื่อผมตรวจสอบร่างกายของผม ถ้าฮยอนจีเห็นเธอคงประลาดใจมาก เธอมักจะล้อผมว่าเป็นปลาแอนโชวี่*ผมจะทำให้เธอช๊อคเมื่อเจอกล้ามท้องช๊อคโกแลต*ของโอปป้าคนนี้…จริงๆแล้วก็ดูเหมือนจะผิดวิสัยเกี่ยวกับนิสัยประหลาด ของน้องสาว?

(TN: because anchovies are skinny and weak like he used to be.)

(TN: as in his abs look like the squares on a bar of chocolate)

หลังจากอาบน้ำแล้วผมยังพบว่ากล้ามหน้าท้องของผมยังอยู่ ผมเลยเดินๆไปรอบๆบ้านโดยไม่ใส่เสื้อ ผมหัวเราะคิกคักอยู่หน้ากระจกคนเดียวและใส่กางเกงยีนส์ตัวเดียวและเดินแบบนายแบบ อ่าผมมีความสุข.

‘ฉันควรทดสอบว่ามันดีแค่ไหน’

ก่อนอื่นเลยก็วิดพื้นเบาๆ

‘สักพัน ฉันคิดว่าทำถึงพันได้!’

ผมไม่หอบหลังจากมันผ่านไป50ครั้งมือของผมยังอยู่ในท่าพักและพยายามทำต่อไป ยังไงมันก็เวิร์ค! นั่นคือทั้งหมด? ผมประสำเร็จในการวิดพื้นด้วย2นิ้ว.

“ซิล นี่มันไม่ได้เท่เกินไปใช่มั๊ย?”

-เมี๊ยว!

เสียงที่น่ารักและพยักหน้าของเธอด้วยความตื่นเต้น.

ความจริงแล้วสปิริตยังมีสายตาที่เยี่ยม

ใช่ แน่นอน ผมแน่ใจว่าเธอไม่ได้พยักหน้าเพียงเพราะว่าผมเป็นเจ้านายเธอ ผมพอใจมากและร่างกายของผมก็มั่นคง

‘นาวีซิลที่ผ่านการฝึกฝนพิเศษ ร่างกายของพวกเขาแต่ละคนเป็นแบบนี้ทั้งนั้นเลย? พวกเขาน่านับถือจริงๆ.’

ผมเกือบรู้สึกเหมือนเป็นขโมยเพราะว่าร่างกายนี้ได้มีฟรี มันเหมือนกับไม่ได้เป็นการออกกำลังกายเหมือนกับวันที่ผ่านมา.

ปิ๊บๆๆๆ-

เสียงจากที่ใส่รหัสหน้าประตูและมันก็เปิดขึ้น

“ลูกชาย เธออยู่ในบ้าน!”

‘โอว นั่นแม่นิ.’

ผมรีบขึ้นไปอย่างเร็ว.

“แม่ขายไก่ทอดหมดแล้ว?”

“ไม่…”

“หืม? มันถึงจุดอิ่มตัวหรอ?”

“มันเพิ่งเปิดได้ไม่กี่ชั่วโมง แต่เราก็ต้องยกเลิกมีคนขโมยเครื่องปรุงของเรา ฉันอารมณ์เสีย.”

“…เหมือนกับไฟ ผมปลื้มเพราะว่าผมเป็นลูกแม่.”

“55+ ลูกชาย ควรรีบออกไปทำงานที่ร้านเราเร็วๆนะ.”

“มันจะเริ่มเดือนหน้า.”

ตอนนี้ผมไม่ได้ว่างงานอีกแล้ว ตอนนี้ผมเป็นผู้ที่มีรายได้สูงถึง60,000เหรียญต่อเดือน แต่มันจะอธิบายอย่างไรดี?

‘แม่เราต้องเสียใจมากแน่ๆเมื่อบอกว่าเราไปทำงานไม่ได้เพราะว่าเราได้ถูกจ้างทำงานแล้ว.’

แม่รู้สึกตื่นเต้นมากเมื่อรู้ว่าลูกชายของเธอจะมาช่วยร้าน.

เธอจะต้องเสียใจอีกครั้งเมื่อรู้ว่าเราต้องห่างกันเพราะงาน

‘ตอนนี้ฉันต้องเก็บเป็นความลับ.’

ผมตัดสินใจจะบอกเธอเมื่อผ่านการสอบรอบ3 ครู่ต่อมาก็เป็นนูน่าที่เข้ามาในบ้าน เธอต้องส่งแม่ก่อนที่จะไปจอดที่ลานจอดรถ.

ทันทีที่เข้าบ้าน ด้วยตาที่แหลมคมของเธอก็มองไปรอบๆบ้าน.

“ฮยอนจีอยู่ที่ไหน?”

“ไม่ได้อยู่ที่นี่.”

ตอนนี้ก็เป็นเวลา 22.00น.และฮยอนจีก็ยังไม่กลับบ้าน

“เธอไม่ได้โทรศัพท์มาบอกหรือส่งข้อความมาสักอย่าง.”

ไม่มีทาง?

“เธอไปที่คลับอีกแล้ว?”

แม่ถามตรงๆ

ขณะนี้สายตาของนูน่ากลายเป็นหนาวเย็น

“ขณะที่โทอิค 400 คะแนน เธอไปที่คลับแทนที่จะกลับมาที่บ้าน?”

โออิค400คะแนน? ผมแทบจะอ๊วกเป็นเลือด.

นั่นเป็นรายละเอียดของนักศึกษามหาลัยที่กำลังจะจบหรือ?

(TN: จากวิกิ: การสอบภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารระดับประเทศ [The Test of English for International Communication]หรือ (TOEIC) คือ “คือการออกแบบภาษาอังกฤษที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวันของคนที่จะทำงานที่มีค่างชาติอยู่ด้วย.” โดยทั่วไปแล้วนายจ้างจะตรวจสอบเพื่อที่จะทำงานในเกาหลีคือ 990 คะแนน.)

ทนายอายุ 33 ปี กำลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟและมองมาที่ผม

“คิมฮยอนโฮ!”

“ท-ทะ-ทำไม?”

ผมรู้สึกถึงสายตาที่หนาวเย็นไปสุดขั้วหัวใจกำลังมองมาที่ผม

“ออกไปหาเธอเดี๋ยวนี้.”

“ผมจะไปหาเธอที่ไหน?”

“หาเธอ เจ้าคนว่างงาน.”

“คร้าฟ มาดาม.”

มันเหมือนปฎิกิริยาที่ผมมักจะใช้เมื่อผมคุยกับแม่ของผมที่ออกมาจากปากผม ผมรีบใส่เสื้อผ้าและวิ่งออกจากบ้าน.

ผมออกจากอพาร์ตเม้นในตอนกลางคืนและผมรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไร ฮยอนตีทำบ้าอะไรของเธอ มันไม่เหมือนกับตัวเธอปกติ ผมมั่นใจ.

‘เธอปิดโทรศัทพ์ของเธอ แสดงว่าเธออยู่ที่พับไม่ก็คลับ มันเป็นวันธรรมดาและออกไปเที่ยวหลังจากที่เธอไปโรงเรียน นั่นหมายความว่าเธอไม่ได้ไปที่ฮงแดหรือกังนัม.’

มีคลับเดียวในชอยนัน แต่มีผับมากมาย

(คลับก็เหมือนกับร้านนั่งชิวที่ขายอาหารมากกว่าเหล้า ส่วนผับก็เป็นสถานที่ๆมีแสงสีไม่มีอาหารเท่าไรและมีแต่เหล้าเป็นหลัก.)

อย่างไรก็ตามผมจะรู้ได้ยังไงว่าฮยอนจีอยู่ที่ไหน…

‘หืม?’

ทันใดนั้นผมก็รู้สึกแปลกๆ ผมรู้สึกว่าถ้าผมไปทางขวาผมจะสามารถหาฮยอนจีเจอได้.

ผมคิดถึงสกิลรองของผม ไกด์.

‘ใช่ ด้วยสกิลนี้ ผมสามารถหาเธอเจอได้!’

มันเป็นทิศทางที่คลุมเครือเท่านั้น แต่ด้วยสกิลนี้และแอพฯแผนที่ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นไปได้.

ผมเปิดโทรศัทพ์และเข้าแอฟฯแผนที่และเงยหน้ามองคลับและผับในชอยนัน ทิศทางความรู้สึกของผมมี6แห่งอยู่แถวๆนั้น โชคดีที่มันอยู่ใกล้ๆกับที่นี่.

‘ok งั้นก็เหลือแค่รอ ฮยอนจี.’

ผมเรียกแท๊กซี่และมุ่งหน้าไปที่ญี่ปุ่น.

***

ผมมาถึงหน้าคลับและผมรู้สึกได้ว่าฮยอนจีอยู่ข้างใน.

‘นี่มัน’

ผมออกจากรถแท๊กซี่และมุ่งหน้าไปที่คลับ

ผมถอดโค๊ทของผม แต่เนื่องจากมันเป็นวันธรรมดา ผมสามารถเข้าได้โดยไม่ต้องกังวล

มีเสียงตนตรีโจมตีเข้ามาในหูผม ไอ้ดีเจคนนั้นต้องเป็นคนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินอย่างแน่นอน.

มีคนเต้นไม่มากเท่าที่ผมคิด.

ผมหาฮยอนจีในฝูงชนแต่ก็ไม่เห็นเธอ มีแต่คนที่เต้นท่าทางแปลกๆเต็มไปหมด.

‘บางทีด้วยวิธีนี้?’

สกิลไกด์นำทางไปทางซ้าย.

เป็นห้องต่างหากที่มีการจับกลุ่มด้วยกัน บางที…แต่เธอกำลังดื่มอยู่กับผู้ชายในห้องนี้?

‘นี่โทอิค400คะแนน!’

เมื่อผมเดินไปยังทิศทางนั้น.

ผมมองไปรอบๆและความรู้สึกของผมก็รุนแรงออกมาจากหนึ่ง.

‘นี่ไง.’

ผมเปิดประตูและเข้าไปข้างใน

เมื่อผมเข้าไปข้างในก็เห็นผู้ชายและผู้หญิงก็เอียงหัวมองหาผม ชาย3หญิง3 ในหมู่พวกเขาแน่นอนว่าต้องมีฮยอนจี.

“โอ้ โอ…โอปป้า?”

ตาของฮยอนจีทั้งสองข้างกลมเหมือนกระต่าย

“ไปเถอะ เธอคิดว่าไง”

“นายรู้ได้ไงว่าฉันอยู่ที่นี่?”

“นูน่าส่งฉันมาที่นี่ นั่นคือเหตุผลที่ฉันมารับ.”

“อั…อันนิ?”

เสียงของฮอยนจีเริ่มสั่นด้วยความกลัว

“เขาเป็นใคร?”

“น่าจะเป็นโอปป้าของฮยอนจี.”

หญิงสาวเริ่มกระซิลกระซาบและฝ่ายชายจ้องมองมาที่ผมและฮยอนจีด้วยใบหน้าว่างเปล่า

ผมถอนหายใจและและแสดงกิริยา

“เร็วเข้า เธอคิดว่าจะเข้าคลับด้วยคะแนนโทอิคเท่านี้อะหรอ?

“ฮี๋..”

“…”

ฮยอนจีที่ใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตาและลุกออกจากที่นั่ง เธอคว้ากระเป๋าของเธอและลุกออกมาอย่างเชื่อฟัง เธอจะต้องเจอกับความน่ากลัวของนูน่า

ตอนที่แล้วตอนต่อไป
comments