I-Here.info [ไอ้-เหี้ย ดอท อินโฟ]

Eternal Martial Sovereign ตอนที่ 1 จิตวิญญาณการต่อสู้ขยะ

| Eternal Martial Sovereign | 629 | 1325 วันที่แล้ว
ตอนต่อไป

อาณาจักรจันทราวายุ , เมืองเมฆาม่วง ในบริเวณสนามฝึกศิลปะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ของตระกูลเซี่ยว กลุ่มของคนรุ่นเยาว์กำลังฟังชายวัยกลางคนพูดคุยเกี่ยวกับความลึกลับและความมหัศจรรย์ของเส้นทางศิลปะการต่สู้ ใบหน้าของพวกเค้าเต็มไปด้วยความหวังและความตื่นเต้น

ชายวัยกลางคนได้เรียกเซี่ยวฮุ่ยโดยที่เซี่ยวฮุ่ยนั้นเป็นผู้ฝึกสอนศิลปะการต่อสู้ของตระกูลเซี่ยว

“ลุงฮุ่ย อัจฉริยะคืออะไร?” เด็กหนุ่มถามขณะมองไปด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง

“ในอาณาจักรจันทราวายุ ใครก็ตามที่สามารถปลุกจิตวิญญาณการต่อสู้ขึ้นมาได้ก็จะเป็นอัจฉริยะและจะได้รับความสนใจจากนิกายใหญ่” ลุงฮุ่ยมองไปยังเด็กหนุ่มที่ถามที่อยู่ใต้เวทีก่อนจะพูดต่อด้วยท่าทีเคร่งครึม “พวกเค้ามีศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัด เป็นมังกรในหมู่มนุษย์ ทะยานผ่านเก้าสวรรค์เข้าไปในโลกแห่งการต่อสู้และกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริง”

“น่าเสียดายที่พวกเราปลุกจิตวิญญาณการต่อสู้ไม่ได้” เด็กหนุ่มส่ายหน้าด้วยความผิดหวัง

“เจ้าไม่จำเป็นต้องเศร้าไปหรอก มันยากเกินไปที่จะปลุกจิตวิญญาณการต่อสู้แต่ตราบใดที่เจ้าขยันทำงานอย่างหนักเจ้ายังสามารถที่จะประสบความสำเร็จในเส้นทางแห่งต่อสู้นี้ได้ “ลุงฮุ่ยกล่าว “เอาล่ะ มาเริ่มฝึกชกกับข้ากัน นี่เป็นเพลงหมัดในระดับสีเหลือง ขั้นต่ำเรียกว่าหมัดแรงพยัคฆ์” (Vigorous Tiger Fists)

หลังพูดเสร็จลุงฮุ่ยก็ได้เริ่มแสดงเพลงหมัดให้แก่เหล่าผู้คนได้ชม

ไม่ไกลจากบริเวณสนามศิลปะการต่อสู้ เด็กหนุ่มผิวขาวกำลังนอนหลับตาอยู่บนต้นไม้ใหญ่ ถ้าหากมองใกล้ๆ ผู้คนจะสามารถมองเห็นแสงสีเงินรอบๆตัวของเขาได้

เด็กหนุ่มคนนี้คือเซี่ยวหยุนเค้ามีคิ้วที่คมดั่งกระบี่ ดวงตาที่ส่องประกายคล้ายดวงดาวและดูเหมือนจะเป็นเด็กหนุ่มผู้มีพรสวรรค์

เซี่ยวหยุนเป็นลูกหลานของบ้านหลักตระกูลเซี่ยวและในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าเค้าจะอายุ 16 ปี เขาดูเงียบครึมแตกต่างจากคนอื่นและเลือกจะบ่มเพาะด้วยตนเอง มันไม่ใช่เพราะว่าเค้าเป็นพวกเก็บตัวแต่เค้ากำลังเผชิญหน้ากับปัญหาในการบ่มเพาะ

เซี่ยวหยุนได้ปลุกจิตวิญญาณการต่อสู้เมื่อเขาอายุ 5 ขวบ และบรรลุถึงระดับที่ 6 ของขั้นหลอมร่างกายเมื่อตอน 8 ขวบ แล้วเขายังได้รวบรวมปราณลี้ลับไว้ในร่างกายของตนเอง
ด้วยพรสวรรค์ดังกล่าวเขาเป็นอัจฉริยะที่ร้อยปีจะมีสักคนของเมืองเมฆาม่วง

ดังนั้นตระกูลเซี่ยวทั้งหมดได้ตั้งความหวังในตัวของเซี่ยวหยุน พวกเขาเชื่อว่าเซี่ยวหยุนจะนำพาความรุ่งโรจน์และเกียรติยศมาสู่ตระกูลเซี่ยวได้

เป็นที่เรื่องน่าเสียดายหลังจากที่เขาอายุได้ 8 ขวบการบ่มเพาะของเขาก็หยุดลงและเขาได้แต่เฝ้าดูคนที่มีพรสวรรค์น้อยกว่าเขาก้าวเข้าสู่ระดับที่ 6 ของขั้นหลอมร่างกาย จากนั้นก็เป็นระดับที่ 7 …

ระยะห่างระหว่างเซี่ยวหยุนกับคนอื่นกว้างขึ้นเรื่อยๆและมันจะเป็นต่อไป ในขณะที่เขายังคงติดอยู่ที่ระดับหกของขั้นหลอมร่างกาย

เมื่อการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดขึ้นทัศนคติของคนอื่นต่อเซี่ยวหยุนก็เปลี่ยนไปเช่นกัน อัจฉริยะอันน่าทึ่งได้กลายเป็นคนธรรมดา จากนั้นก็เป็นขยะ หลายคนที่เคยสรรเสริญเยินยอเริ่มที่จะดูถูกและหัวเราะเยาะเขา

ก่อนหน้านี้ตระกูลเซี่ยวยังมีความหวังอันยิ่งใหญ่ให้กับเซี่ยวหยุน เพราะเค้าเป็นคนเดียวในกลุ่มคนรุ่นเยาว์ในตระกูลเซี่ยวที่สามารถปลุกจิตวิญญาณการต่อสู้ได้

อย่างไรก็ตามหลังจากพบว่าจิตวิญญาณการต่อสู้ชองเซียวหยุนไม่ใช่ประเภทต่อสู้แต่เป็นประเภทรักษา ผู้อาวุโสก็ได้ยอมแพ้ในตัวเซี่ยวหยุน พวกเจ้าจะเอาจิตวิญญาณการต่อสู้ประเภทรักษาไปทำไมในโลกที่ความเข็งแกร่งมีอำนาจเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง?

ถึงแม้เซี่ยวหยุนจะสามารถพัฒนาจิตวิญญาณการต่อสู้จนสามารถเป็นแพทย์ที่เก่งกาจที่สุดก็ตาม

รัศมีของอัจฉริยะที่อยู่รอบตัวเค้าเริ่มหายไป เด็กหนุ่มที่ครั้งนึงเคยเป็นอัจฉริยะที่เป็นที่น่านับถือและอิจฉาจากผู้คนนับไม่ถ้วน ได้ตกต่ำลงมาและกระทั่งถูกหัวเราะเยาะ ดังนั้นเซี่ยวหยุนจึงรู้สึกเศร้า

อย่างไรก็ตามก่อนที่เขาจะได้รับผลกระทบอย่างมากจากเรื่องนี้เซี่ยวหยุนก็ดึงตัวเองขึ้นและตั้งใจจะฝึกให้หนักขึ้น เขาละเลยทุกคนที่หัวเราะเยาะเขาเพราะเขาเชื่อว่าตราบเท่าที่เขาพยายามสักวันหนึ่งเขาจะเรียกคืนเกียรติของตนเองกลับมาได้

แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ความเชื่อมั่นที่ไร้เหตุผล เซี่ยวหยุนไม่สามารถบ่มเพาะได้เนื่องจากเหตุผลพิเศษ

เส้นใยของแก่นแท้ปราณสวรรค์และปฐพี ถูกดูดซึมเข้าสู่ตันเถียนของเซี่ยวหยุน ด้วยความเร็วที่เร็วกว่าคนอื่นในรุ่นเดียวกัน โดยการให้เหตุผลแบบปกติเขาควรจะต้องบรรลุถึงอาณาจักรต้นกำเนิดแล้ว

อย่างไรก็ตาม …

หลังจากที่เซี่ยวหยุนได้บ่มเพาะมาเป็นเวลานานและซึมซับแก่นแท้ปราณ เข้าสู่ตันเถียนของเขา ก็มีแสงโผล่มาอยู่ในใจของเขาและชิ้นส่วนหยกสีเขียวโผล่เข้ามาในจิตสำนึกของเขา หลังจากที่มันเข้าถึงตันเถียนมันก็ได้ดูดซับแก่นแท้ปราณที่เซี่ยวหยุนรวบรวมมาได้อย่างยากลำบากไป

“บ้าเอ้ยอย่าใช้มันทั้งหมด ปล่อยให้แก่นแท้ปราณเหลือนิดหน่อยก็ยังดี! “เห็นชิ้นส่วนหยกสีเขียว เซี่ยวหยุนรู้สึกพูดไม่ออก บางทีเขาอาจจะเป็นคนเดียวในอาณาจักรจันทราวายุ ที่ปลุกจิตวิญญาณซุกซนแบบนี้

ชิ้นส่วนหยกไม่สนใจการประท้วงของเซี่ยวหยุน แต่มันทำให้เสียงหึ่งราวกับว่ายังไม่พอใจทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกเศร้าและหดหู่ในใจ

“หยุดกวนขัาสักที!” เซี่ยวหยุนโห่ร้องเข้าไปข้างใน

ราวกับว่าชิ้นส่วนหยกเขียวรับรู้ถึงความรู้สึกของเซี่ยวหยุน มันกระพริบแสงแล้วถอยเข้าไปในทะเลจิตสำนึกของเขา

เห็นได้ชัดว่าชิ้นส่วนหยกเขียวนี้เป็นหนึ่งในจิตวิญญาณการต่อสู้ของเค้า

“ข้าสงสัยว่าจิตวิญญาณการต่อสู้นี้ได้รับการพัฒนารึเปล่านะ” ด้วยความคิดเล็กน้อยในใจของเขาได้เดินทางเข้าสู่จิตสำนึกของเขา

ภายในทะเลจิตสำนึกของเซี่ยวหยุนเป็นโลกวุ่นวายเต็มไปด้วยหมอก

สำหรับผู้ฝึกตนคนอื่นที่มีระดับต่ำลงมาเฉพาะผู้ที่ปลุกจิตวิญญาณการต่อสู้ก็มีทะเลจิตสำนึกแบบนี้

นี่คือจิตวิญญาณการต่อสู้ของเซี่ยวหยุนและดูเหมือนว่าจะเป็นชิ้นส่วนหยกเขียว

ตอนนี้แสงสีเขียวได้ออกมาจากชิ้นส่วนหยกเขียวและกำลังเติบโตขึ้นเป็นใบเล็ก ๆ และกิ่งก้านสาขา

“ใบดูเหมือนจะใหญ่โตมากขึ้น ดูเหมือนว่าเจ้าจะเติบโตขึ้น! “เมื่อเห็นว่าใบไม้โตขึ้น เซี่ยวหยุนก็ถอนหายใจ ยิ่งใบของจิตวิญญาณการต่อสู้เพิ่มมากขึ้นพลังของรักษาก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้นและเขาก็สามารถรวบรวม แก่นแท้ปราณของสวรรค์และปฐพีได้เร็วขึ้น

“ตราบเท่าที่จิตวิญญาณการต่อสู้นี้แข็งแกร่งขึ้นข้าจะสามารถดึงปราณเย็นจากน้องหญิงได้มากขึ้นและลดจำนวนครั้งการเจ็บป่วยของนางลงไป” ด้วยความคิดแบบนี้รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเด็กหนุ่มและคิ้วที่ขมวดของเขาก็คลายลง

ขณะที่เซี่ยวหยุนยิ้มกลุ่มคนรุ่นเยาว์ที่จบการฝึกก็เดินผ่านเขา

“เฮ้ พี่ใหญ่เฉิงขยะนี่กำลังยิ้มอยู่” เด็กหนุ่มตัวผอมหยุดเดินและหัวเราะเยาะ “ท่านคิดว่าเขาเป็นคนปัญญาอ่อนหรือเปล่า?เขายังไม่ได้ก้าวหน้าขึ้นมาเลยในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา แต่เขายังยิ้มขณะกำลังฝึกซ้อมอยู่ “

“บางทีเขาอาจจะทะลวงผ่านระดับ” คนรุ่นเยาว์อีกคนหนึ่งพูดแดกดันในขณะที่เขายิ้มกว้าง

เสียงหัวเราะเยาะเย้ยทำให้เซี่ยวหยุนขมวดคิ้ว

เขาเปิดตาของเขาและจ้องมองใจเย็นคนรุ่นเชาว์ห้าคนที่มาล้อมรอบตัวเขาก่อนที่จะปิดตาอีกครั้ง

พวกเขาใช้วิธีมานานแล้วในการเยาะเย้ยของเขา

“ลูกพี่ลูกน้องเซี่ยวหยุน เจ้าทะลวงผ่านระดับรึยัง?” เมื่อเห็นว่าเซี่ยวหยุนไม่ใส่ใจพวกเขาเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่แก่กว่าคนอื่น ๆ ก็ได้ใจก่อนที่จะพูดต่อ “ถ้าเจ้าทะลวงผ่านไปแล้วบอกพี่ใหญ่เฉิงคนนี้ พวกข้าจะมีความสุขมากสำหรับเจ้าและท่านปู่ก็จะมีความสุขเป็นอย่างมากด้วยเช่นกัน “

เด็กหนุ่มคนนี้ชื่อว่าเซี่ยวเฉิง และเป็นลูกพี่ลูกน้องที่มีอายุมากกว่าของเซี่ยวหยุน

“ถูกต้องพี่ใหญ่เซี่ยวหยุน ท่านต้องบอกพวกข้าถ้าท่านทะลวงผ่านระดับ!” คนรุ่นเยาว์คนอื่น ๆ ทั้งหมดร้องตะโกนด้วยยิ้มแย้มแจ่มใส ใครจะสามารถบอกได้ว่าพวกเขากำลังเยาะเย้ยเขา

“ข้ายังไม่ทะลวงผ่านไปและข้าไม่ต้องการปัญหา หากทุกคนกังวลเกี่ยวกับข้า” เซี่ยวหยุนจ้องไปยังกลุ่มคนรุ่นเยาว์ที่เหลือ พวกเขาไม่สามารถมองเห็นความสุขหรือความโกรธใด ๆ นอกเหนือจากการแสดงออกของเขาสงบซึ่งทำให้พวกเขารู้สึกโกรธมากยิ่งขึ้น

เจ้าบ้านี้ไม่ได้ให้ความสนใจพวกเค้าแบบสมบูรณ์แบบ!

“ข้าจะออกไป”เซี่ยวหยุน ละความสนใจจากพวกเขาและลุกขึ้นเตรียมตัวเดินทาง

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาทำให้อารมณ์ของเซี่ยวหยุนกลายเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นกว่าคนในช่วงอายุเดียวกับเขา

เซี่ยวหยุนรู้ว่าแม้ว่าเขาจะโกรธคนเหล่านี้เขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้หากไม่มีความแข็งแรงเพียงพอ

นอกจากนี้ถ้าสุนัขกัดเจ้า เจ้าจะกัดมันกลับ?

แน่นอนว่า เขาจำเป็นต้องมีกำลังพอที่จะตีกลับด้วยหมัดของเขาไม่ใช่แค่คำพูดเท่านั้น นั่นคือเส้นทางของราชา

เช่นนี้เซี่ยวหยุนไม่รีบร้อน เขาเชื่อว่าวันหนึ่งเขาจะสามารถกลับเป็นอัจฉริยะได้อีกครั้ง

“Hmph ชิ้นส่วนของขยะกล้าที่จะตัวหยิ่ง?” เมื่อเห็นว่าเซี่ยวหยุน กำลังจะออกไปกลุ่มคนรุ่นเยาว์ที่อยู่รอบ ๆ ตัวเขาก็โกรธ พวกเขาเป็นความภาคภูมิใจและความปิติยินดีของตระกูลในขณะนี้และเซี่ยวหยุนยังคงกล้าที่จะทำแบบนั้น?

ในสายตาของคนเหล่านี้การกระทำของเซี่ยวหยุนนั้นดูหมิ่นพวกเขาอย่างเปิดเผย

“เขาไม่มีโอกาสที่จะทะลุทะลวงได้เลยดังนั้นเขาก็ยังมีชีวิตอยู่ในโลกจินตนาการของตัวเองที่เขายังเป็นอัจฉริยะอยู่”

“อัจฉริยะ?”

“เขาทำให้ตระกูลสูญเสียทรัพยากรจำนวนมากในนช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ หากทรัพยากรเหล่านั้นได้รับมอบให้กับพวกก็สามารถก้าวเข้าไปในอาณาจักรต้นกำเนิดแล้ว “คนรุ่นเยาว์คนอื่น ๆ บ่น “โชคดีที่ท่านปู่อยู่ในการปิดตน มิฉะนั้นทรัพยากรของตระกูลเซี่ยว ของเราคงถูกใช้ไปจนหมดโดยมัน! “

แม้ว่าเซี่ยวหยุนเดินออกมาห่างๆแล้ว เขาก็ยังคงได้ยินเสียงของพวกเขา

“เจ้ากลัวว่าข้าจะลากตระกูลให้ตกต่ำไปด้วยเหรอ?” เซี่ยสหยุนหยุดเดินขณะที่มองย้อนกลับไปที่กลุ่มวัยรุ่น เขารู้สึกถึงความโกรธของเขาที่เพิ่มขึ้นภายในตัวเขา แต่เขากลับคืนมาอย่างสงบ เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าและขมวดคิ้วราวกับว่าเขาคิดอะไรบางอย่าง

“วันนี้เป็นวันพระจันทร์เต็มดวงเมื่อปราณหยินมีความแข็งแกร่งและอุดมสมบูรณ์ที่สุด “ความเจ็บป่วยของน้องเล็กอาจจะเกิดขึ้นอีกครั้ง” เซี่ยวหยุนพึมพำ เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาคิดถึงความเจ็บปวดที่น้องหญิงเล็กได้รับเมื่อปราณเย็นเกิดขึ้นเขารู้สึกราวกับว่าหัวใจของเขาถูกฉีกขาดออกเป็นสองส่วน และเขาเริ่มเดินออกไปเร็วขึ้น

 

👉👈🤣🤣

ตอนต่อไป
comments