I-Here.info [ไอ้-เหี้ย ดอท อินโฟ]

Eternal Martial Sovereign ตอนที่ 2 การใช้พลังพิเศษของจิตวิญญาณการต่อสู้

| Eternal Martial Sovereign | 964 | 1325 วันที่แล้ว
ตอนที่แล้วตอนต่อไป

ในฐานะที่เป็นลูกหลานของบ้านหลักของตระกูลเซี่ยว สถานที่เซี่ยวหยุนอาศัยอยู่มันไม่ได้ดูแย่แต่ก็เริ่มทรุดโทรมแล้ว

มีคนรับใช้เพียง 2 คนในบ้านใหญ่หลังนี้

ย้อนกลับไปเมื่อเซี่ยวหยุน ปลุกจิตวิญญาณการต่อสู้ของเขาเป็นครั้งแรกมีผู้คุ้มกันเหล็กที่อยู่ในอาณาจักรต้นกำเนิดหลายคนที่ยืนเป็นยามรักษาความปลอดภัยในบ้านของเค้า รวมถึงสาวใช้ที่นับไม่ถ้วน แต่หลังจากการบ่มเพาะของเสี่ยวหยุนช้าลงเรื่อย ๆ จำนวนข้ารับใช้ในลานนี้ลดลงเรื่อยๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ปู่ของเขาได้ทำการปิดตนเมื่อ 2 ปีที่แล้วและได้ส่งเรื่องราวต่างๆของตระกูลไปให้ลุงของเซี่ยวหยุนดูแล นับจากนั้นเป็นต้นไปทรัพยากรที่เขาได้รับก็มีจำนวนน้อยลงเรื่อยๆ

ถ้าไม่ใช่เพราะความจริงที่ว่าเขาได้ช่วยป้าหลี่และฮวนเอ๋อในอดีต ทั้งคู่ก็อาจจะทิ้งเค้าไปแล้วเช่นกัน

“นายน้อยหยุน บางสิ่งที่ไม่ดีกำลังเกิดขึ้นกับนายหญิงหลิงเอ๋อ ปราณเย็นกำลังกระจายออกมาจากร่างนางอีกแล้ว” เสียงที่เต็มไปด้วยความกังวลดังออกมาเมื่อเซี่ยวหยุนเหยียบเข้าไปในลานบ้าน นี่คือแม่บ้านฮวนเอ๋อที่รีบวิ่งออกมา ดูเหมือนว่าหลิงเอ๋อจะอาการแย่ลงอีกแล้ว

“ทำไมถึงเร็วกว่าปกติ 2 ชั่วโมง?”เซี่ยวหยุนขมวดคิ้ว เขารู้ว่าปราณเย็นภายในร่างของน้องสาวตัวน้อยของเขามันแข็งแกร่งขึ้นและจะแข็งแกร่งขึ้นไปอีก ดังนั้นเขาจึงเดินตรงไปที่ห้องและผลักดันประตูให้เปิดออก

เมื่อเซี่ยวหยุนเปิดประตูที่ปิดสนิทออหคลื่นของปราณเย็นก็กระจายออกมาจากในห้องนั้น

ด้านหลังของเขา ฮวนเอ๋อยืนตัวสั่นและไม่กล้าเข้าไปข้างใน

ถึงแม้ผู้เชี่ยวชาญระดับอาณาจักรต้นกำเนิดจะไม่เกรงกลัวต่อความเย็นแต่มันไม่ใช่กับเด็กหญิงอ่อนแอคนนึงที่ไมได้บ่มเพาะแต่อย่างใด

เซี่ยวหยุนขมวดคิ้วเล็กน้อย ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวลในขณะที่เขาไม่แม้แต่จะลังเลที่จะเข้ามาใปห้อง

หลังจากเข้าไปข้างในเซี่ยวหยุนก็มองเห็นกองไฟที่กำลังสั่นสะท้านจากต่อต้านปราณเย็น

บนเตียงที่ประณีตมีเด็กสาวที่มีผ้าห่มหลายชั้นคลุมตัวนางไว้ ใต้ผ้าห่มร่างกายของนางได้งอตัวและสั่นอยู่ หลังจากได้ยินเสียงเปิดประตูนางก็โผล่ศีรษะออกมาจากผ้าห่ม

นางเป็นเด็กสาวตัวเล็กที่ละเอียดอ่อน ชั้นของผลึกน้ำแข็งบางๆได้ขึ้นตามตัวนาง ขนตาของนางกลายเป็นสีขาว ใบหน้าของนางก็ถูกปลกคุมไปด้วยความเย็น หัวใจของเซี่ยวหยุนรู้สึกเจ็บปวดเมื่อเห็นฉากนี้

“พี่ใหญ่” เด็กสาวเปิดตาของนาง ขณะที่นางมองไปที่ชายหนุ่มรีบมาทางนาง นางมีรอยยิ้มบางๆบนใบหน้า ราวว่าการได้กับเห็นพี่ใหญ่ของนางมาถึงได้ทำให้ความเจ็บปวดที่นางมีหายไป

“อย่ากลัวเลยหลิงเอ๋อ พี่ใหญ่คนนี้จะช่วยเจ้าสกัดปราณเย็นเอง” ถึงแม้ว่าปราณเย็นจะทำให้เค้าต้องสะท้านอยู่ในใจ แต่เค้าก็เลือกที่จะไม่สนใจมัน และเชื่อมต่อเข้ากับจิตวิญญาณการต่อสู้ของเค้า

ชิ้นส่วนของหยกที่เปล่งแสงสว่างสไวก็ได้ปรากฎอยู่บนฝ่ามือของเค้า

“ดูดซับ!”เซี่ยวหยุนจับมือที่เย็นเยียบของเด็กสาวในขณะที่เขาเริ่มใช้จิตวิญญาณการต่อสู้ดูดซับปราณเย็นของนาง

มันเป็นเรื่องแปลกอย่างมาก ปราณเย็นเป็นสิ่งที่แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรต้นกำเนิดยังหวาดกลัวแต่มันกลับถูกดูดซับอย่างต่อเนื่องโดยชิ้นส่วนหยกเขียว ดูเหมือนว่าจิดวิญญาณการต่อสู้ของเซี่ยวหยุนจะไม่รู้สึกถึงความหนาวเย็นแต่อย่างใด จากนั้นอุณหภูมิของห้องก็ค่อยๆเพิ่มขึ้น

1 ชั่วโมงต่อมา ปราณเย็นในห้องก็หายไป เด็กสาวที่ตัวสั่นเทิ้มเริ่มกลับมาเป็นปกติ ไม่มีผลึกน้ำแข็งบนคิ้วอีกต่อไปและใบหน้าเล็กๆของนางก็เริ่มจะเลือดฝาดขึ้นมาอีกครั้ง

อย่างไรก็ตามใบหน้าของเซี่ยวหยุนเริ่มซีดขาวและปราณเย็นก็เริ่มปรากฎขึ้นรอบๆตัวของเขา

ปราณเย็นทั้งหมดได้รับการถ่ายทอดเข้าสู่ร่างกายของเขาทำให้เขาสั่นสะท้านอย่างช่วยไม่ได้

เซี่ยวหยุนพยายามอย่างหนักที่จะสะกดข่มมันในขณะที่เค้าขบฟันของตัวเองและดูดซับปราณเย็นออกมาจากร่างของเซี่ยวหลิงเอ๋ออย่างต่อเนื่อง

“พี่ใหญ่พอแล้ว ข้าสบายดีแล้ว” ดวงตาของเซี่ยวหลิงเอ๋อเริ่มจะมีน้ำตาคลอออกมาในขณะที่นางรู้สึกอบอุ่นอยู่ในหัวใจ พี่ใหญ่ของนางยังอดทนอย่างต่อเนื่องถึงแม้ใบหน้าของเขาจะซีดขาวและพยายามที่จะต่อต้านความหนาวเย็น

“ไม่เป็นไรข้ารับมันได้” เซี่ยวหยุนยิ้มออกมาและควบคุมจิตวิญญาณการต่อสู้ให้ดูดซับปราณเย็นต่อไป ถ้าเซี่ยวหยุนไม่ดูดซับมันในครั้งเดียวมันจะทำร้ายร่างกายของหลิงเอ๋อ

แม้ในความจริงเซี่ยวหยุนใกล้จะไม่ไหวแล้วก็ตามแต่เค้ายังคงกดฟันและดูดซับปราณเย็นออกมาจากน้องสาวของเค้า

นี่เป็นน้องของเขาหลังจากที่ได้ใช้ชีวิตร่วมกัน ถ้าเขาไม่ดูแลแล้วใครล่ะจะดูแล?

หลังจากที่เห็นใบหน้าที่เด็ดของพี่ชายนาง น้ำตาก็เริ่มไหลออกมาจากดวงตาของหลิงเอ๋อ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเธอได้เห็นฉากหลายต่อหลายครั้ง

ทุกครั้งที่ปราณเย็นกระจายออกมาจากร่างของเซี่ยวหลิงเอ๋อ นางก็หวังให้พี่ชายของนางช่วยบรรเทาความเจ็บปวดของนางเสมอ

อย่างไรก็ตามหัวของนางรู้สึกเจ็บปวดอย่างมากเมื่อเห็นความเจ็บปวดบนใบหน้าของพี่ใหญ่ของนางที่เป็นผลมาจากการพยายามต่อต้านปราณเย็น

หลังจากนั้นไม่นานเซี่ยวหยุนก็ถอนหายใจออกมาแล้วปล่อยมือของหลิงเอ๋อ

ปราณเย็นในร่างของเซี่ยวหลิงเอ๋อถูกระงับชั่วคราว

“พี่ใหญ่ท่านสบายดีไหม”เซี่ยวหลิงเอ๋อถามในขณะที่กระพริบตาด้วยความกังวลในตัวพี่ใหญ่ของนางอย่างต่อเนื่อง

“ข้าสบายดี ข้าต้องการเวลาที่จะแก้ปัญหาปราณเย็นนี้” เซี่ยวหยุนกล่าวขณะที่ยิ้มอย่างออ่นแรง ใบหน้าของเค้าแสดงออกด้วยความเป็นห่วงแล้วกล่าวต่อ ” ปราณเย็นในร่างเจ้าค่อยๆแข็งแกร่งเรื่อยๆและจะแข็งแกร่งขึ้นไปอีก ในขณะที่มันกระจายออกมาเจ้าจะเจ็บป่วยบ่อยขชึ้นและบ่อยขึ้นเรื่อยๆ พรุ่งนี้ข้าจะไปที่ภูเขาเมฆาม่วงเพื่อหาผลไม้แก่นแท้แห่งไฟเพื่อยับยั้งปราณเย็นของเจ้า

“พี่ใหญ่ ท่านจะไปด้วยตนเอง” เซี่ยวหลิงเอ๋อถามด้วยความกังวล ในภูเขาเมฆม่วงเต็มไปด้วยสัตว์อสูรที่มีพลังมาก ในขณะที่พี่ชายของนางมีพลังแค่ขั้นที่ 6 ของการปลดปล่อยร่างกายเท่านั้น ถ้าเขาวิ่งไปเจอหนึ่งในเหล่าสัตว์อสูร เขาจะเอาตัวรอดกลับมาได้หรือ?

“ไม่ต้องกังวล ข้าจะกลับมาด้วยดี” เซี่ยวหยุนโบกมือของเค้าด้วยความมั่นใจ

“เราควรจะขอร้องให้ใครสักคนในตระกูลไปด้วยดีหรือไม่” เซี่ยวหลิงเอ๋อถามขณะเงยหน้ามองเซี่ยวหยุน

“บางคนจากตระกูลงั้นหรือ ?” หน้าของเซี่ยวหยุนบูดเบี้ยวหลังจากนั้นดวงตาของเขาก็ฉายแววเด็ดเดี่ยว “อย่ากังวลไป แม้ไม่ได้รับความช่วยจากตระกูลแต่พี่ใหญ่คนนี้ก็มั่นใจว่าเจ้าจะมีชีวิตที่ดี เมื่อไหร่ก็ตามที่จิตวิญญาณการต่อสู้ของข้าแข็งแกร่งขึ้น การยับยั้งปราณเย็นของเจ้าก็จะง่ายดายขึ้นเช่นกัน”

“ข้าเชื่อในตัวพี่ใหญ่” เซี่ยวหลิงเอ๋อกล่าวขณะพยักหน้า

ในไม่กี่ปีที่ผ่านตระกูลได้ใช้ผลกระทบของผลไม้แก่นแท้แห่งไฟเพื่อช่วยยับยั้งปราณเย็นของนาง แต่ตอนนี้ไม่มีใครยินดีที่จะทำแบบนั้นอีกแล้ว

นี่เป็นเพราะผลไม้แก่นแท้แห่งไฟไม่สามารถรักษาอาการปราณเย็นของนางได้ แต่มันกลับมีค่าใช้จ่ายมหาศาล หลายคนในตระกูลประท้วงแต่หลังจากที่ท่านปูได้ปิดตน พวกเขาก็ไม่ได้ให้ผลไม้แก่นแท้แห่งไฟอีก

มันมีเหตุผลง่ายๆ นางไม่มีสายเลือดของตระกูลเซี่ยวดังนั้นตระกูลของเราจะต้องเสียทรัพยากรไปเพื่อนางทำไม ?

หลังจากนั้นเซี่ยงหยุนก็ไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากผู้อาวุโสคนใดในตระกูลอีก

เซี่ยวหลิงเอ๋อก็รู้ว่าตนเองเป็นบุตรบุญธรรมของพ่อเซี่ยวหยุน

หลังจากให้คำแนะนำเซี่ยวหลิงเอ๋อ เซี่ยวหยุนก็กลับไปในห้องของตนเองเพื่อที่จะเริ่มลบล้างปราณเย็นในร่างของเค้า

เขานั่งลงบนเตียงก่อนที่จิตใจของเค้าจะค่อยๆจมลงไปในทะเลแห่งจิตสำนึก และผสานเข้ากับจิตวิญญาณการต่อสู้ของเค้าเพื่อลบล้างปราณเย็น

จิตวิญญาณการต่อสู้-ชิ้นส่วนหยกเขียวถูกปกคลุมไปด้วยหมอกหนาเหมือนมันจะได้รับผลกระทบจากปราณเย็นมีผลึกน้ำแข็งอยู่บนใบของมันและดวงวิญญาณของเซี่ยวหยุนรู้สึกเหมือนถูกแช่แข็ง

จิตวิญญาณการต่อสู้ยังคงลบล้างปราณเย็นอย่างต่อเนื่องและดูดซับมากเท่าที่จะทำได้

เมื่อเวลาผ่านไปปราณเย็นก็ถูกดูดกลืนโดนชิ้นส่วนหยกเขียวและร่างกายของเซี่ยวหยุนก็อบอุ่นขึ้น

หลังจากตรวจสอบอีกครั้งเซี่ยวหยุนก็พบว่าชิ้นส่วนหยกมีขนาดใหญ่และแข็งแกร่งขึ้น

ปราณเย็นที่น่าสะพรึงนี้นับเป็นแหล่งอาหารสำหรับจิตวิญญาณการต่อสู้ของเค้า มันก็แค่จิตวิญญาณการต่อสู้ของเค้ายังอ่อนแอเกินไปและไม่สามารถดูดซับปราณเย็นทั้งหมดในระยะเวลาสั้นๆ เซี่ยวหยุนมั่นใจว่าตราบใดที่จิตวิญญาณการต่อสู้ของเค้ายังเติบโตไปเรื่อยๆ เค้าจะสามารถลบล้างและดูดซับมันไปได้พร้อมๆกัน

จิตวิญญาณการต่อสู้สามารถพัฒนาได้ มันเป็นจิตวิญญาณการต่อสู้ขยะจริงๆน่ะหรือ ?

แน่นอนว่าไม่

เซี่ยวหยุนรู้สึกว่าจิตวิญญาณการต่อสู้ของเค้าสามารถช่วยเพิ่มอัตราการดูดซับแก้นแท้ปราณสวรรค์และปฐพีได้

ยังไงซะสิ่งที่ต้องกังวลจริงๆคือปราณเย็นในร่างของเซี่ยวหลิงเอ๋อค่อยๆแข็งแกร่งขึ้นและจะแข็งแกร่งขึ้นไปอีก

“ข้าสงสับว่าร่างกายประเภทไหนกันที่หลิงเอ๋อมี” แม้ว่าเซี่ยวหยุนจะรู้สึกกังวลมาก แต่เค้าก็ตั้งใจจะปกป้องและรักษาอาการปราณเย็นของน้องสาวเค้า เพื่อที่นางจะได้มีชีวิตอย่างมีความสุข

เช้าวันรุ่งขึ้นเซี่ยวหยุนก็บรรจุอาหารแห้งไว้และมุ่งหน้าไปยังเทือกเขาที่อยู่ห่างออกไปจากเมืองเมฆาม่วง

ภูเขานี้เรียกว่าภูเขาเมฆาสีม่วงมันเต็มไปด้วยสัตว์อสูรและยารักษาโรคในตำนาน เซี่ยวหยุนไปที่นั่นเพื่อหายาเมื่อเดือนก่อน หวังจะหาอะไรที่สามารถระงับปราณเย็นภายในร่างของน้องสาวตัวน้อยได้ ความพยายามของเขาไม่ได้ไร้ผลและเขาพบบริเวณของพืชธาตุไฟที่เขาต้องการ

ภูมิอากาศของเทือกเขานี้ค่อนข้างร้อนและแห้งแล้ง เมื่อเข้าสู่ระดับความสูงของภูเขาหนึ่งจะรู้สึกแห้งผากและกระหายน้ำอย่างรวดเร็ว เซี่ยวหยุนผ่อนคลายขณะวิ่งผ่านป่าและเดินตามเส้นทางที่คุ้นเคยไปยังที่ที่เขาได้พบพืชเหล่านั้นมาก่อน

“ใครจะคิดว่าผลไม้แก้นแท้แห่งไฟเหล่านี้จะสุกในเวลาเพียงเดือนเดียว? ดูเหมือนว่าอาจจะมีผลไม้แก้นแท้แห่งไฟที่อยู่ลึกลงไปในภูเขา “เซี่ยวหยุนได้พบผลไม้แก่นแท้แห่งไฟ 5 ผลมันพร้อมสำหรับการเก็บเกี่ยวแล้ว

ผลไม้เหล่านี้สามารถขายได้ในราคาที่ค่อนข้างสูง!

“ผลไม้แก่นแท้แห่งไฟมีอยู่อย่างมากในบริเวณนี้และเป็นบริเวณที่ผลไม้แก่นแท้แห่งไฟเติบโตขึ้น มันจะต้องมีไฟต้นกำเนิดตรงนั้น”เซี่ยวหยุนตรวจพบการเคลื่อนไหวในอากาศรอบ ๆ ตัวเขาและรีบวิ่งไปยังตำแหน่งที่อยู่ข้างหลังเขา

หลังจากที่เขาปีนขึ้นไปบนยอดเขาที่เต็มไปด้วยอันตราย พระอาทิตย์ก็ได้เริ่มตกดินแล้ว จากนั้นเซี่ยวหยุนก็ได้เข้าสู่ช่องเหว

ด้านหน้าเขา เปลวไฟได้พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า คลื่นอันร้อนแรงได้ลอยออกมาจากเปลวไฟ

“แน่นอนว่ามันจะต้องมียาที่เกิดจากแก่นแท้แห่งไฟในที่นี้”

ด้านหน้าของเขาเป็นเหวที่มีไฟลุกโชน มันดูเหมือนปากยักษ์ที่กลมกลืนกับลาวา

หน้าผาในหุบเหวนี้นมีดอกไม้สีแดงเข้มที่ถูกลมพัดอยู่

“นั่นคือดอกไม้จิตวิญญาณไฟซึ่งเป็นสมุนไพรที่หายากมาก ด้วยดอกไม้นั้นข้าจะสามารถยับยั้งปราณเย็นของน้องสาวหลิง แม้ว่าข้าจะไม่ทำอะไรก็ตามก็ตาม ” เซี่ยวหยุนรู้สึกตื่นเต้นอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อเห็นดอกไม้จิตวิญญาณไฟและเขาก็เริ่มไต่ลงจากหน้าผา

แม้จะมีหินร้อนแผดเผามือของเขาก็ตาม แต่เซี่ยวหยุนก็ไม่คิดจะยอมแพ้

แน่นอนว่าเค้าไม่สามารถอยู่ข้างกายน้องสาวเค้าได้ตลอด เมื่อถึงเวลาที่เขาจะไม่สามารถอยู่เคียงข้างน้องสาวของเขาได้ ด้วยยานี้เขาจะสามารถเตรียมการได้อย่างเพียงพอ

เซี่ยวหยุนค่อยๆปีนผาลงที่หน้าผาที่ดอกไม้จิตวิญญาณไฟโตขึ้นและค่อยๆมองไปรอบ ๆ เขาก่อนที่จะเอื้อมมือออกไป

ข้างล่างนั้นเป็นเหวที่เต็มไปด้วยไฟ เค้าไม่กล้าที่จะประมาทมันเด็ดขาด

หลังจากหยิบเอาดอกไม้ออกมาและรู้สึกถึงคลื่นแห่งความร้อนจากแก้นแท้แห่งไฟ เซี่ยวหยุนก็หายใจออกมาด้วยความโล่งอก

Sssssss!

ในตอนนั้นเองเสียงกรีดร้องอันดังจากสัตว์มหึมาให้เซี่ยวหยุนแสดงออกด้วยความรู้สึกยินดีที่จะหายตัวไปในทันที

“เวร มันมีงูหลามไฟคอยปกป้องดอกไม้จิตวิญญาณไฟ” เสี่ยวหยุนมองไปรอบๆด้วยความตกใจ ไม่ไกลจากแถวนั้นงูหลามก็เลื้อยออกมาและหวดหางที่ลุกโชนไปด้วยเปลวไฟมายังเซี่ยวหยุน

ตอนที่แล้วตอนต่อไป
comments