ตอนที่แล้ว ตอนต่อไปสาวชุดม่วงจ้องมอง’ชูเฟิง’ด้วยดวงตาที่ซับซ้อนมาก จากดวงตาของเธอชูเฟิงยังเห็นได้ว่าเธอไม่เต็มใจที่จะพ่ายแพ้ต่อชูเฟิง
แต่หลังจากนั้นไม่นานสาวชุดม่วงก็กล่าวคำพูดกับชูเฟิงโดยไม่เรียกร้องใดใด ด้วยที่ดูแผ่วเบา “ ข้าแพ้แล้ว ”
” หืม “
ณ ตอนนั้นพยัคฆ์ขาวที่ยึดตัวขึ้นในอากาศได้ยกกรงเล็บอันทรงพลัง กวัดแกว่งเบาๆในด้านหน้าของชั้นบรรยากาศจนเกินความผันผวนแล้วมีหลุมดำปรากฏขึ้นมา
มันมีลักษณะคล้ายประตูทางเข้าสุสาน แต่มันคือประตูทางออกที่จะถูกส่งไปยังพื้นดินเบื่องบนและในขนาดนี้มันถูกสร้างขึ้นกลางอากาศ
“เจ้าไปซะ แล้วไม่ต้องกลับมาที่นี่อีก”
พยัคฆ์ขาวกล่าวกับสาวชุดม่วง
แล้วหันไปมองที่’ชูเฟิง’ด้วยความพึงพอใจอย่างท่วมท้น ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะแสดงพลังอำนาจที่แสนน่ากลัวของเทพธิดา มันเป็นพลังแห่งความมืดที่สูงมากอาจกล่าวได้เป็นการรบกวนแห่งความชั่วร้ายอันทรงพลัง แต่พยัคฆ์ขาวก็ยังต้องการเจ้านายที่มีคุณสมบัติเพียงพอต่อตนเองเช่นกัน
“ แล้วเราจะได้พบกันอีก ครั้งต่อไปข้าจะเอาชนะเจ้าให้ได้ แม้ว่าเจ้าจะมีทักษะเร้นลับ ข้าก็จะไม่พ่ายแพ้ต่อเจ้าอีกเป็นครั้งที่สอง”
สาวชุดม่วงมองไปที่’ชูเฟิง’ ด้วยสายตาที่ดื้อรั้น ก็กระโดดลงไปในหลุมดำและหายไป
ขณะนี้’ชูเฟิง’ไม่สามารถช่วยถอนหายใจด้วยความโล่งอก สาวชุดม่วงแข็งแกร่งมากเกินไปถ้าไม่มีเทพธิดาเขาคิดว่าเขาจะต้องตายอย่างแน่นอน เค้าไม่เคยคิดเลยว่าจะมีปีศาจเช่นนี้อยู่ในอาณาจักรสีฟ้าด้วยความแข็งแกร่งนี้ก็เพียงพอทำให้เธออยู่บนจุดสูงสุดของอาณาจักรสีฟ้าได้เลย
หลังจากที่สาวชุดม่วงหายไปพยัคฆ์ขาวก็ปิดเส้นทางหลุมดำแล้วเปิดหลุมดำขึ้นมาใหม่ในอีกฟากหนึ่งแล้วก็กล่าวกับ’ชูเฟิง’ว่า
“ พวกเจ้าทั้งสองมีความสามารถที่หาได้ยาก นอกจากนี้นางยังเป็นแค่เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง เจ้าไม่ควรไปใส่ใจคำพูดของนาง ”
พอได้ยินคำกล่าวของพยัคฆ์ขาว ‘ชูเฟิง’ก็เกิดรอยยิ้มในใจธรรมชาติเขาสามารถเข้าใจความคิดของพยัคฆ์ขาวกลัวว่า’ชูเฟิง’จะเกินความขุ่นแค้นแล้วตามไปฆ่านาง เพราะในมุมมองของพยัคฆ์ขาวนั้น’ชูเฟิง’แข็งแกร่งกว่านาง แต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ได้เป็นเช่นนั้น
“ ข้าน้อยขอสัญญา ถ้าเกิดข้าน้อยได้พบหญิงสาวผู้นั้นอีกครั้งในอนาคตแม้ว่าจะพบนางหรือพวกพ้องของนาง ข้าน้อยก็จะไม่สังหารนางหรือพวกพ้องของนาง.”
‘ชูเฟิง’ให้สัญญาอย่างเคร่งขรึมเพราะเข้ารู้ว่าในเวลานี้พยัคฆ์ขาว จะส่งมอบมรดกมายังเขาในเวลานี้เขาต้องฟังคำของพยัคฆ์ขาว
“ ไม่จำเป็น ถ้าเกิดในอนาคตเจ้าต้องสังหารนางจริงๆ เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลใดๆ เพราะว่าเจ้าเป็นผู้ได้รับมรดกจากข้า”
พยัคฆ์ขาวส่ายหัว มันดูเหมือว่า’ชูเฟิง’จะเข้าใจความหมายของเค้าผิดไป แล้วพยัคฆ์ขาวก็แผดเสียงร่างกายกลายเป็นเมฆแพร่กระจายพุ่งเข้าสู่สมองของ’ชูเฟิง’
“อ่ะอ้า ~ ~ ~”
และในขณะนี้สมองของ’ชูเฟิง’รู้สึกเจ็บปวดจากการไหลของข้อมูลทักษะเร้นลับในความคิดของเขาข้อมูลนี้มีขนาดใหญ่เกินไปไม่ว่าจะเป็นทักษะระดับใดๆก็ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบได้
การหลั่งไหลเนื้อหาของทักษะเร้นลับที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดกำลังถูกดูดกลืนเข้าไปในสมองอย่างท่วมท้นเพื่อให้’ชูเฟิง’ได้เข้าใจอย่างเต็มที่,ในเวลาเดียวกันพยัคฆ์ขาวก็พูดดังกึกก้องอยู่ในหัวของ’ชูเฟิง’
“ นี่เจ้าหนุ่มจำคำพูดของข้าเอาไว้ให้ดีทักษะเร้นลับของข้าเรียกว่า พยัคฆ์ฯสังหาร ส่วนใหญ่แล้วไม่มีทักษะต่อสู้สามัญใดที่สามารถเทียบเคียงได้”
“ วันนี้ข้าได้ถ่ายทอดความสามารถของข้าให้แก่เจ้า แต่ไม่ได้หมายความว่าความแข็งแรงของข้าจะอยู่ในการควบคุมของเจ้าได้อย่างอิสระในอนาคต”
“ แม้ว่าความแข็งแรงของเจ้าจะมีผลกระทบต่อความแข็งแรงของข้า แต่ถ้าเกิดข้าไม่ยอมรับเจ้าเจ้าก็จะไม่สามารถใช้ความสามารถของข้าได้ ”
“ ดังนั้นเจ้าต้องจำไว้ให้ขึ้นใจ อย่าทนกับความชั่วร้ายแต่เจ้าสามารถสังหารคนชั่วช้าได้ แต่อย่าได้สังหารผู้บริสุทธิ์ ความแค้นสามารถกำจัด แต่หากเขาไม่ได้ชั่วร้ายก็อย่าได้ปลิดชีวิต “
เสียงของพยัคฆ์ขาวได้อ้อยอิ่งอยู่ในหูของ’ชูเฟิง’ นอกจากบอกคำเตือน’ชูเฟิง’แล้วยังบอกถึงลักษณะการใช้ทักษะเร้นลับด้วยเช่นกัน
แน่นอนว่าทักษะเร้นลับนี้มีความแข็งแกร่งที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่’ชูเฟิง’ยังไม่สามารถนำมันมาใช้ได้ตามที่ปรารถนา มันเป็นสิ่งที่ขึ้นอยู่กับระดับความสามารถและการเพาะปลูกของ’ชูเฟิง’ซึ่งก็ยังต้องอาศัยการยอมรับจากทักษะเร้นลับของตนเอง
ซึ่งก็หมายความว่าทักษะเร้นลับอยู่ในร่างกายของ’ชูเฟิง’ตราบใดที่’ชูเฟิง’ยังไม่ตาย ทักษะเร้นลับก็ยังคงมีชีวิตอยู่ต่อไปในร่างกายของเขา ถึงแม้ว่ามันจะไม่สามารถพูดได้อีกต่อไปก็ตาม แต่มันก็ยังคงมีอำนาจในควบคุมความแข็งแกร่งของตนเองที่ได้มอบให้กับ’ชูเฟิง’
ควันสีขาวที่ล้อมรอบ’ชูเฟิง’ กลายเป็นน้อยลงเลื่อยๆ อักษรพยัคฆ์ขาวก็ยังเจือจางลง แต่เมื่อควันกระจายออกและหายไป ทักษะเร้นลับ เทคนิคพยัคฆ์ขาวสังหาร ได้หลอมรวมแล้วอย่างทั่วถึงแล้วกลายเป็นหนึ่งเดียวกับ’ชูเฟิง’
“ พยัคฆ์ขาวสังหาร โปรดให้ชูเฟิงได้เห็นพลังของท่าน”
‘ชูเฟิง’รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เขาได้ยกนิ้วมือเขาขึ้นมาและเริ่มมีควันสีขาวล้นออกมาจากปลายนิ้วมือ ควันนี้ค่อนข้างเปราะบางและอ่อนแอ แต่ในความเป็นจริงแล้วมันซ่อนพลังอันแข็งแกร่งเอา
เพียงแค่ฟัง “ปัง” เปรียบเหมือนลูกศรคันธนูที่ออกมาจากปลายนิ้วมือของ’ชูเฟิง’ ระเบิดยิงออกมาด้วยความเร็วที่เหมือนดังดาวตกแนวโน้มผ่านพ้นตรงเข้าไปที่ผนังสุสาน
สุสานนี้ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยวัสดุพิเศษแม้ว่าการต่อสู้กันก่อนหน้านี้ก็สร้างได้เพียงรอยร้าวเล็กๆน้อยๆเท่านั้น แต่ด้วยการโจมตีจากปลายนิ้วของ’ชูเฟิง’นั้น ได้ทะลุผ่านผนังโดยตรงด้วยความรุนแรงนี้เป็นที่น่าอัศจรรย์เกินไป
“ รุนแรงมากเกินไป! เทพธิดา ท่านเห็นมันไหม? ฉันได้รับทักษะเร้นรับ พยัคฆ์ขาวสังหาร! ด้วยทักษะนี้แม้แต่ผู้ที่อยู่แหล่งกำเนิดวิญญาณ ระดับ 7 ก็จะถูกสังหารโดยฉัน”
‘ชูเฟิง’มีความสุขอย่างท่วมท้นที่ได้ พยัคฆ์ขาวสังหาร มาครองเป็นเพราะมันรุ่นแรงเกินไปที่จะต่อต้าน เกือบจะไม่มีใครที่จะสามารถต้านทาน พยัคฆ์ขาวสังหาร ได้
“เทพธิดา เทพธิดา !!!”
อาจในเวลานั้นใบหน้าของ’ชูเฟิง’เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ที่เขาสื่อสารกับเทพธิดา แต่ก็ยังไม่ได้ยินเสียงตอบกลับ จึงทำให้’ชูเฟิง’ถึงกลับตื่นตระหนก
‘ชูเฟิง’นั่งไขว่ห้างได้อย่างรวดเร็ว ความรู้สึกของเขาได้ก้าวเข้าไปสู่โลกวิญญาณและเมื่อเขาเข้าไปในโลกวิญญาณทั่วใบหน้าของเขาก็เกิดการหวาดกลัวแล้วตื่นตระหนกมากขึ้น
สิ่งที่เขาเห็นในขนาดนี้คือใบหน้าอันขาวซีดแม้ร่างกายก็ยังกลายเป็นควันเจือจาง ในลักษณะที่นอนอยู่ตรงกลางในพื้นที่โลกวิญญาณในสภาพที่อ่อนแอมาก
” เทพธิดาท่านเป็นอะไร !!”
‘ชูเฟิง’ได้ตื่นตระหนกอย่างสมบูรณ์ เข้าได้พุ่งตัวเองไปหา เทพธิดาอย่างรวดเร็วและพยามที่จะโอบกอดเทพธิดาเอาไว้แต่กลับพบว่ามือของเขาได้ผ่านร่างกายของเทพธิดาไปดั่งเหมือนว่าเธอไม่มีตัวตนอย่างไงอย่างงั้น
และดูเหมือนการกระทำของ’ชูเฟิง’ จะทำให้เทพธิดาค่อยลืมตาขึ้นมาขนตาอันเรียวงามของเธอสั่นเบาๆ ลดลงในสองดวงตาจันทร์เสี่ยวอันหวานแหววอันมีเสน่ห์ของเธอ เธอได้พยายามพูดด้วยเสียงที่อ่อนแอกับ’ชูเฟิง’
“ ชูเฟิงเจ้าโง่ เราเกรงว่าเราคงจะต้องไปแล้ว ในตอนนี้ดูเหมือนว่าเราจะสามารถสู้ไปกับคุณได้และในขนาดนี้….. ”
ผู้แปล โดยคุณ #
ที่มา: