ตอนที่แล้ว ตอนต่อไปผู้ติดตามของ’หลิงคง’ หลายคนต้องการที่จะพูดขึ้นมา แต่ก็ถูก’หลิงคง’ห้ามไว้ หลิงคงหัวเราะเล็กน้อยก่อนที่จะพูดออกไปว่า
“ท่านพูดถูกต้องแล้ว นิกายมหาเมฆา เป็นเพียงนิกายย่อยของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์นั้นถูกต้องดั่งที่ท่านพูด”
‘เนี่ยลี่’พยักหน้าและยิ้มกลับไป ‘หลิงคง’ผู้นี้สามารถสงบนิ่งอยู่ได้ แม้จะถูกยั่วยุ ‘เนี่ยลี่’เผยรอยยิ้มที่มุมปาก เขาพอที่จะคาดเดาเป้าหมายในการเดินทางมาของ’หลิงคง’ได้
การที่นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ปิดประตูห้ามคนเข้าออกเป็นเวลานาน โลกภายนอกทำได้เพียงแต่คาดเดาว่าเกิดสิ่งใดขึ้น นอกจากคิดได้เพียงว่า ความแข็งแกร่งของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์กำลังสั่นคลอน การที่นิกายมหาเมฆาจะคิดเช่นนั้นก็ไม่แปลกนัก
เนื่องจากเขาก็ทราบดีว่านิกายมหาเมฆานั้นไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก ดังนั้นพวกเขาจึงต้องหานิกายที่แข็งแกร่งให้ช่วยหนุนหลังเพื่อความอยู่รอดของนิกาย
การที่นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ปิดประตูนิกายเป็นเวลานาน อาจจะเป็นไปได้ว่าความแข็งแกร่งของนิกายนั้นลดลง ในตอนนี้จึงเป็นที่อาจจะปกปิดในบางสิ่ง ในฐานะที่เป็นประมุขของนิกายขนนกศักดิ์ศักดิ์สิทธิ์ เป็นเรื่องปกติที่เนี่ยลี่จะแสดงท่าทีบางอย่างออกมา
“หลิงคงเดินทางมายังนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ เพื่อต้องการร้องขอในบางสิ่ง”
…. ‘หลินคง’ประสานมือคารวะและพูดกับเนี่ยลี่
“เชิญท่านประมุขน้อยหลิงคงเอ่ยมาได้ว่าต้องการสิ่งใด?”
‘เนี่ยลี่’พูดออกไปด้วยรอยยิ้ม
“สิ่งนั้นก็คือ ก่อนหน้านี้ หลินคงเคยเดินทางมายังนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ ข้าได้บังเอิญได้พบกับหญิงสาวผู้หนึ่ง หลังจากที่ได้กลับไปไม่เวลายามหลับฝันหรือยามตื่น ภาพของนางผู้นั้นยังคงตราตรึงอยู่ในใจของข้า การเดินทางมานิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์คราวนี้ เพื่อที่จะขอหารือเกี่ยวกับหมั้นหมาย”
‘หลินคง’ประสานมือพูดอย่างสุภาพ
“โอ้ ไม่ทราบว่าหญิงสาวผู้นั้นคือใครกัน จึงทำให้หัวใจของประมุขน้อยหลิงคงหวั่นไหวได้ถึงเพียงนี้?”
‘เนี่ยลี่’ยิ้มและพูดกลับไป
‘ลู่เพียว’อดไม่ได้ที่จะพูดออกไป
“นี่คงเป็นดั่งที่เขาพูดไว้ว่า พังพอน มอบของขวัญปีใหม่ให้แก่ไก่ หาใช่ด้วยความหวังดี หญิงสาวของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ยิ่งเติบใหญ่ก็ยิ่งมีความงดงาม และหญิงสาวที่งดงามเหล่านั้นจะยอมยกให้กับคนนอกเช่นเจ้าได้อย่างไร คิดที่จะฉกฉวยหญิงสาวผู้งดงามออกไปจากประตูนิกาย เรื่องนี้ข้าไม่อาจยอมได้!”
สำนวนจีน 黄鼠狼给鸡拜年 : พังพอน มอบของขวัญปีใหม่ให้แก่ไก่ หาใช่ด้วยความหวังดี หมายถึง การที่คนชั่วมามอบของบางสิ่งให้ เพราะมุ่งหวังสิ่งตอบแทนที่ล้ำค่ากว่า ในที่นี่เปรียบว่าพังพอนเอาของมาล่อไก่เพื่อที่จะกินไก่ตัวนั้น
เมื่อได้ยินคำพูดของ’ลู่เพียว’ ‘เนี่ยลี่’ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
‘หลิงคง’นั้นแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินทำพูดของ’ลู่เพียว’ ยังคงประสานมือพูดอย่างสุภาพว่า
“ท่านประมุขเนี่ย คนที่ข้าต้องการหารือเกี่ยวกับการหมั้นหมายคือหลงยู่อิน แห่งตระกูลผนึกมังกร!”
เมื่อได้ยินคำพูดของ’หลิงคง’ ‘ลู่เพียว’พูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
“เคยได้ยินเพียงแค่ คางคกคิดที่จะกินห่านฟ้า แต่นี่เจ้ากลับหมายปองธิดามังกร เจ้าจงจ้องมองดูในกระจก ว่าเจ้านั้นคู่ควรหรือไม่!”
แม้ว่า’หลงยู่อิน’จะยังมิได้หมั้นหมายหรือแต่งงาน แต่ทุกคนก็เห็นได้ชัดถึงความสัมพันธ์ระหว่าง’เนี่ยลี่’และ’หลงยู่อิน’ และยังมีข่าวลือออกไปว่า ‘หลงยู่อิน’นั้นเป็นผู้หญิงของ’เนี่ยลี่’ การที่มีคนที่คิดจะมาแย่งชิงผู้หญิงของพี่น้องของเขา นี่มันเป็นการแสวงหาความตายอย่างเห็นได้ชัด
สำนวนจีน 癞蛤蟆想吃天鹅肉 : คางคกคิดที่จะกินห่านฟ้า หมายถึงการมุ่งหวังสิ่งที่สูงส่งเกินตัว เทียบได้กับ สำนวนไทย หมาเห่าเครื่องบิน
เมื่อได้ยินคำพูดของ’ลู่เพียว’ ‘หลิงคง’รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาเล็กน้อย เขายังคงประสานมือและพูดกับ’เนี่ยลี่’ว่า
“ประมุขเนี่ยไม่ทราบว่าคนผู้นี้คือใครกัน เหตุใดจึงไร้มารยาทเช่นนี้?”
‘เนี่ยลี่’จ้องมองไปที่’หลิงคง’ด้วยความใจเย็น เขาหัวเราะและตอบไปว่า
“เขาเป็นพี่น้องของข้า นามว่าลู่เพียว!”
“ท่านประมุขเนี่ย แม้ว่าเขาจะเป็นพี่น้องของท่าน แต่เขาก็ไร้มารยาทจนเกินไป!”
‘หลิงคง’พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกไม่พอใจ
“ท่านประมุขน้อย หากพวกเรารู้ว่า นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ได้ถูกปกครองด้วยคนเหล่านี้ พวกเราคงไม่เดินทางมาเป็นแน่ นิกายมหาเมฆาและนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ขอตัดขาดจากกันนับตั้งแต่นี้ไป!”
ผู้ติดตามของ’หลิงคง’ที่อยู่ด้านข้างพูดขึ้นมาด้วยความโกรธแค้น แม้ว่าก่อนหน้านี้พวกเขาจะเดินทางมายังนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ด้วยความนับถือ แต่กลับพบเจอกับเรื่องเช่นนี้ พวกเขาจะทนได้เช่นใดกัน?
‘หลิงคง’ยื่นมือไปขวางผู้ติดตามของเขาและพูดขึ้นมาว่า
“อย่าได้พูดจาไร้สาระ ถอยหลังไปซะ!”
“ขอรับ!”
ผู้ติดตามของเขายอมถอยไปด้านหลัง แต่ใบหน้าของเขานั้นยังมีความขุ่นข้องใจอยู่
‘ลู่เพียว’พ่นลมหายใจออกมาอย่างเย็นชา แม้ว่าจะดูออกได้ไม่ชัดเจนนัก แต่’หลิงคง’ผู้นี้ดูเหมือนว่าจะเจ้าเล่ห์ไม่น้อย
‘หลิงคง’มองไปที่’เนี่ยลี่’และพูดขึ้นมาว่า
“นิกายมหาเมฆานั้น เป็นดั่งนิกายย่อยของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ ในการเดินทางมา พวกเราไม่ทราบมาก่อนว่าได้มีการเปลี่ยนประมุขคนใหม่ ด้วยท่าทีของประมุขคนใหม่ อาจจะดูเหมือนว่าประมุขเนี่ย มิได้ให้ความเป็นมิตรต่อนิกายมหาเมฆาของเรา”
เมื่อได้ยินคำพูดของ’หลิงคง’ ‘เนี่ยลี่’ก็หัวเราะขึ้นมาและพูดว่า
“ประมุขน้อยหลิงก็พูดเกินไป นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ของเรานั้นใจกว้างและมีน้ำใจ เรื่องเหล่านี้สืบทอดมาอย่างยาวนาน ประมุขน้อยแห่งนิกายมหาเมฆาเดินทางมาถึงนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ ที่เป็นดั่งนิกายหลักโดยมิได้นัดหมาย การต้อนรับอาจจะไม่ดีพอนัก แล้วสิ่งใดกันที่ท่านเห็นว่านิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ดูไม่เป็นมิตร หรือหยาบคายต่อนิกายมหาเมฆาเช่นนั้นหรือ?”
“นี่ท่าน….”
‘หลิงคง’ทำหน้าอึดอัดใจเล็กน้อย
จริงอยู่ที่’เนี่ยลี่’เป็นประมุขนิกายขนนกศักดิ์ศักดิ์สิทธิ์คนใหม่ เขามิได้ต้องการ การต้อนรับที่สุภาพอันใดมากนัก แต่ก่อนหน้านี้ที่ ปรมาจารย์เทียนอวิ๋นยังอยู่ในอำนาจ ควรจะเป็นเทียนอู่ แต่ต้นฉบับเขียนว่า’เทียนอวิ๋น’ แม้ว่าเขานั้นจะต้องให้ความเคารพก็หาใช่ปัญหาไม่
แต่ในตอนนี้’เนี่ยลี่’เป็นประมุขของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ นั้นอายุน้อยกว่าเขาเสียด้วยซ้ำ แต่กลับไม่ให้ความเคารพแก่เขาเลยแม้แต่น้อย
“ฮ่าฮ่าฮ่า”
‘เนี่ยลี่’โบกมือพร้อมกับยิ้มและพูดออกไปว่า
“ประมุขน้อยหลิง นิกายมหาเมฆานั้นก็เป็นนิกายย่อยของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ การที่ข้าได้ขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งนี้ ก็เป็นเรื่องปกติที่ประมุขน้อยหลิงจะยังมองดูราวกับว่าเป็นคนนอก ข้ายังต้องมีเรื่องที่ต้องศึกษาอีกมาก เมื่อถึงเวลาที่ต้องทำสงครามกับนิกายเทพอสูร ข้ายังต้องการความร่วมมือจากนิกายมหาเมฆา แต่ก็ไม่รู้ว่าประมุขน้อยหลิง จะมีความเห็นเช่นใด?”
“ทำสงครามกับนิกายเทพอสูร! นี่เจ้าบ้าไปแล้วหรืออย่างไร?”
‘หลิงคง’จ้องมองหน้าเนี่ยลี่ด้วยความตกใจ เมื่อครั้งที่ ปรมาจารย์เทียนอวิ๋นยังอยู่ในอำนาจ ย้ำอีกครั้งควรจะเป็น’เทียนอู่’ แต่ต้นฉบับเขียนว่าเทียนอวิ๋น ความแข็งแกร่งของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์เมื่อเทียบกับนิกายเทพอสูร ยังแตกต่างกันเกินไป ในวันนี้ปรมาจารย์เทียนอวิ๋นก็ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ใด ‘เนี่ยลี่’กลับคิดที่จะก่อสงครามกับนิกายเทพอสูรเช่นนั้นหรือ?
“ฮ่าฮ่าฮ่า”
‘เนี่ยลี่’หัวเราะสามครั้งและตอบกลับไปว่า
“แน่นอนว่าข้ามิได้บ้า!”
‘เนี่ยลี่’มองไปที่’หลิงคง’และพูดขึ้นว่า
“ไม่ทราบว่าประมุขน้อยแห่งนิกายมหาเมฆา จะพอมีเวลาเดินเยี่ยมชมนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์กับข้าหรือไม่?”
‘หลิงคง’ทำสายตาน่าเบื่อและยากที่จะเข้าใจชำเลืองมองไปที่’เนี่ยลี่’ เขาประสานมือและตอบกลับไปว่า
“การเคารพนบน้อมมิสู้เชื่อฟังคำสั่ง”
สำนวนจีน 恭敬不如从命 การเคารพนบน้อมมิสู้เชื่อฟังคำสั่ง หมายความว่า ยินดีที่จะทำตามข้อเสนอ ใช้กับผู้ที่มีตำแหน่งสูงกว่า
“เช่นนั้นก็ดี ประมุขน้อยหลิง โปรดตามข้ามา”
‘เนี่ยลี่’ตอบกลับไปพร้อมกับยิ้ม
พวกเขาเดินรวมกลุ่มกันออกจากห้องโถงหลัก ‘หลิงคง’เดินตามเนี่ยลี่และคนอื่น ๆ ไป ดวงตาของเขามีความสงสัยอยู่ไม่น้อย
ผู้ติดตามของ’หลิงคง’ต่างก็จ้องมองกันด้วยความสงสัย
“ประมุขเนี่ยผู้นี้วางแผนใดเอาไว้กันแน่?”
“ข้าจะรู้ได้อย่างไรกัน?”
ผู้ติดตามหลายคนต่างพูดคุยกัน
ภายใต้การนำของ’เนี่ยลี่’ได้พาพวกเขาเดินผ่านทางเท้าท่านผ่านป่ารกทึบ
ในป่าที่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอก มีเหล่าศิษย์ของนิกายนั่งบ่มเพาะพลังอยู่หลายร้อยคน พวกเขาบางคนนั่งอยู่บนกิ่งไม้ บางคนก็นั่งอยู่บนก้อนหิน กลิ่นอายลมปราณที่อยู่ในบริเวณนี้ มีความแข็งแกร่งจนน่าประหลาดใจ ความแข็งแกร่งนี้เหนือกว่าที่อยู่ด้านนอกนับสิบ นับร้อยเท่า
ทันที่ ที่เห็นว่าเนี่ยลี่เดินทางมา เหล่าศิษย์ต่างก็รีบลุกขึ้นยืน และโค้งคำนับมาทางที่’เนี่ยลี่’ยืนอยู่
“ท่านประมุข!”
“ท่านประมุข!”
มีเสียงทักทายดังอย่างต่อเนื่อง!
“อืม!”
‘เนี่ยลี่’ยิ้มและพยักหน้าทักทายศิษย์เหล่านั้น
เหล่าผู้ติดตามของหลิงคงต่างก็กระซิบคุยกัน
“ดูเหมือนว่าคนเหล่านี้จะเป็นยอดฝีมือระดับวิถีแห่งมังกร!”
“นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์จงใจที่จะ ให้พวกเรามาพบเห็นคนเหล่านี้ที่นี่ คงจะต้องการแสดงให้พวกเราได้เห็นยอดฝีมือในระดับวิถีแห่งมังกร ว่ายังคงเหนือกว่านิกายมหาเมฆา”
“ดูตรงนั้น!”
ผู้ติดตามคนหนึ่งชี้ไปยังป่าที่อยู่ด้านหน้า
“ดูเหมือนว่าจะเป็นค่ายกล ที่สร้างด้วยศิลาจิตวิญญาณ! ไม่คิดเลยว่าจะมีค่ายกลที่ทำจากศิลาจิตวิญญาณเช่นนี้ ดูเหมือนว่านิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์จะมีเงินทุนมากพอ”
เมื่อได้ยินคำพูดของเหล่าผู้ติดตาม ‘เนี่ยลี่’ก็เผยรอยยิ้มออกมา เขายังคงเดินผ่านเส้นทางในป่า ‘ลู่เพียว’และคนอื่น ๆ ต่างก็ขดริมฝีปากเล็กน้อย ดูเหมือนว่าลู่เพียวจะไม่เข้าใจในเรื่องนี้ ความแข็งแกร่งของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ในเวลานี้ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ความร่วมมือกับนิกายมหาเมฆา ‘เนี่ยลี่’ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องนำคนเหล่านี้มาที่นี่……………..
จบตอน
แปลโดย นายมะพร้าว
คลิกเพื่อไปหน้าโฆษณาสนับสนุนเพจ
ที่มา: