I-Here.info [ไอ้-เหี้ย ดอท อินโฟ]

Dragon Marked War God ตอนที่ 62 หวงต้าผู้ยิ่งใหญ่

| Dragon-Marked War God | 2538 วันที่แล้ว
ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป
                

 


แปลไทยโดย : Takumi Kun


ตรวจทาน       : Subaru-Kyun


=====================================================


ทั้งสองฝ่ายต่างปลดปล่อยจิตสังหารออกมาอย่างรุนแรง พวกเขาอยู่ใจกลางของจตุรัสตรงข้ามกันและกัน 


ทางด้านของตระกูลลี พวกเขานำโดยลีชานเย่ว์ ข้างๆเขาคือยอดฝีมือแก่นแท้มนุษย์ทั้งห้า รอยยิ้มป่าเถื่อนปรากฎบนหน้าลีชานเย่ว์ และแผลเป็นทางยาวของเขาได้ทำให้เขาดูป่าเถื่อนกว่าเดิม


ส่วนอีกด้านหนึ่ง หยานเจิ้นหยุนยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับเจียงเฉิน ด้านหลังพวกเขามีหยานเฉินหยู่ หวงต้า ยอดฝีมือแก่นแท้มนุษย์ทั้งสี่จากตระกูลหยาน


พิจารณากำลังรบของแต่ละฝ่าย ตระกูลหยานเหนือกว่าอย่างชัดเจน แต่สิ่งที่ทำให้เจียงเฉินและหยานเจิ้นหยุนอยากรู้ว่าตระกูลลีที่ควรมีกำลังใจต่ำแต่ตอนนี้กลับมีขวัญกำลังใจดี


“มีบางสิ่งผิดปกติ………..”


เจียงเฉินขมวดคิ้ว


“มีอะไรไม่ชอบมาพากล ตระกูลลีไม่น่าจะมีขวัญกำลังใจสูงได้ มันคือสิ่งใดกันที่สามารถทำให้พวกเขามีกำลังใจที่ดีได้”


หยานเจิ้นหยุนงุนงงมาก อย่างไรก็ตามทั้งสองฝ่ายดั่งลูกธนูที่เตรียมปล่อยออกจากคันศร การต่อสู้ระหว่างพวกเขาไม่สามารถที่จะหยุดยั้งได้


“ฮ่าฮ๋า หยานเจิ้นหยุน หากเจ้าส่งตัวเจียงเฉินมาให้ข้าตอนนี้ ข้าจะให้เจ้าตายโดยไม่ต้องเจ็บปวดภายหลัง”


ลีชานเย่ว์หัวเราะเสียงดัง ขวัญกำลังใจของเขาสูงมาก หน้าของเขาเปี่ยมด้วยความมั่นใจ และได้พูดเหมือนทุกสิ่งอยู่ในการควบคุมของเขา


“วันนี้ข้าจะฆ่าทุกๆคนในตระกูลหยาน และพวกเราจะทำลายหอคอยหมอกฝนทิ้งซะ”


ผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลลีได้ตะโกนออกมาอย่างยะโสโอหัง ตอนนี้พวกเขาได้รับการช่วยเหลือของราชันย์ปีศาจระดับแก่นแท้สวรรค์ พวกเขามั่นใจว่าสามารถทำให้ตระกูลหยานหายไปจากเมืองนี้ได้ภายในข้ามคืน


ตรงข้ามพวกเขา เจียงเฉินยืนขมวดคิ้วอยู่ เขานึกถึงราชันย์ปีศาจแก่นแท้สวรรค์ที่ปรากฎขึ้นก่อนหน้านี้ และได้มีลางร้ายเกี่ยวกับมัน


“ฮึ่ม! ลีชานเย่ว์ ตอนนี้เหล่าอัจฉริยะรุ่นเยาว์จากตระกูลลีก็ได้ตายหมดแล้ว หลังจากพ้นวันนี้ตระกูลลีจะต้องจบสิ้น!”


หยานเจิ้นหยุนตะโกนออกมาเสียงดัง


“ฮ่าฮ๋า หยานเจิ้นหยุน ถ้าจะเป็นแบบนั้นงั้นเจ้าตายคนแรก”


ลีชานเย่ว์หัวเราะเสียงดัง เขาหันหน้าไปอีกทางหนึ่งและตะโกนออกมา “ท่านผู้ทรงเกียรติขอรับ โปรดช่วยข้าสังหารหยานเจิ้นหยุนหน่อยขอรับ”


กี๊ซซซซซซซซซซซซซ!


หลังจากลีชานเย่ว์ตะโกน เสียงเหยี่ยวร้องดังคมชัดจากบนท้องฟ้า ทุกๆคนต่างหันไปเห็นเหยี่ยวดำขนาดยักษ์ผู้ยิ่งใหญ่ทันที ขดปีกเหยี่ยวสีดำและกลายเป็นชายแก่ เขาปลดปล่อยพลังระดับแก่นแท้สวรรค์ออกมาและทำให้ทุกๆคนที่อยู่ใจกลางต่างถูกกดดันอย่างมหาศาล มันรู้สึกน่าสะพรึงกลัว


“นั่นคือราชันย์ปีศาจ?”


ชายแก่ที่ลอยอยู่บนฟ้า สามารถที่จะเหินบนฟ้าได้นั่นเป็นหนึ่งในสิ่งที่ระดับแก่นแท้สวรรค์ทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการบ่มเพาะของสัตว์ปีศาจหรือมนุษย์ เมื่อพวกเขาได้ถึงขั้นแก่นแท้สวรรค์ พวกเขาสามารถควบคุมพลังธรรมชาติและสามารถเหินฟ้าได้


ยอดฝีมือฉีไห่และยอดฝีมือแก่นแท้มนุษย์สามารถที่จะดูดซับพลังธรรมชาติได้ แต่ไม่สามารถควบคุมพลังธรรมชาติได้


นี่คือความแตกต่างระหว่างแก่นแท้มนุษย์และแก่นแท้สวรรค์ สามารถพูดได้ว่าอย่างหนึ่งอยู่เหนือพื้นดินส่วนอีกอย่างหนึ่งภายใต้พื้นดิน แน่นอนว่าชายแก่ในชุดดำนั้นเป็นเหยี่ยว เขาเป็นสัตว์ปีศาจสายอากาศ และโดยธรรมชาติแล้วเขาสามารถที่จะบินได้ก่อนขึ้นระดับแก่นแท้สวรรค์


การปรากฎตัวของชายแก่ชุดดำนั้นได้เปลี่ยนสถานการณ์อย่างสิ้นเชิง ราชันย์ปีศาจระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างภายในเมืองได้ คนจากตระกูลหยานทุกคนต่างหวาดกลัวภายใต้แรงกดดันของชายแก่ผู้นี้ และขวัญกำลังใจของพวกเขาได้หายไปอย่างสิ้นเชิงภายใต้แรงกดดัน


หยานเจิ้นหยุนตกตะลึง ในที่สุดเขาก็รู้ว่าเหตุนั้นลีชานเย่ว์ถึงมีความมั่นใจยิ่งนักเพราะมีราชันย์ปีศาจระดับแก่นแท้สวรรค์ให้ความช่วยเหลือ แน่นอนว่ามันสามารถที่จะโอหังและมีความมั่นใจได้


เจียงเฉินที่อยู่ด้านข้างมีสีหน้าเย็นยะเยือก การปรากฎตัวของราชันย์ปีศาจระดับแก่นแท้สวรรค์นั้นรบกวนแผนการของเขา


หากเป็นชีวิตที่แล้วของเขา เขาสามารถที่จะสังหารราชันย์ปีศาจระดับแก่นแท้สวรรค์ได้อย่างง่ายดายโดยการจ้องมอง แต่ตอนนี้เขาเป็นเพียงแค่ยอดฝีมือฉีไห่ขั้นปลาย เขามีความสามารถหลากหลายแต่ไม่สามารถที่จะใช้ได้ ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่ใช่คู่มือของยอดฝีมือแก่นแท้สวรรค์


เจียงเฉินหายใจเข้าลึกๆ ในกรณีที่สถานการณ์เลวร้ายเขาจำเป็นต้องใช้ทักษะแหล่งต้นกำเนิดวิญญาณที่ยอดเยี่ยม แต่มันไม่ง่ายที่จะข่มขู่ราชันย์ปีศาจระดับแก่นแท้สวรรค์ด้วยแรงกดดันวิญญาณเพียงอย่างเดียว


“ฮ่าฮ๋าฮ่า หยานเจิ้นหยุน วันนี้ข้าจะให้เจ้าได้ตาย! ข้าจะฆ่าทุกๆคนจากตระกูลหยานให้พวกมันได้ไปรับใช้เจ้าที่นรก! สำหรับเจ้า ไอ้เด็กเปรตเจียงเฉิน ข้าจะถลกหนังเจ้าทั้งเป็นและจะดึงเส้นประสาทเจ้าทีละชิ้นทีละชิ้น ข้าจะหักกระดูกเจ้าและเผามันให้เป็นเถ้าถ่าน! เท่านี้บรรเทาความเกลียดชังของข้าที่มีต่อเจ้าได้”


ลีชานเย่ว์ยิ้มอย่างร้ายกาจ เขารู้สึกตื่นเต้นสุดๆเมื่อได้คิดว่าศัตรูตรงหน้าเขาตายได้อย่างไรต่อหน้าของเขา เขาจะได้แก้แค้นให้บุตรชายของเขาแล้ว


บนท้องฟ้า ชายแก่ได้จ้องมายังหยานเจิ้นหยุนด้วยสายตาเฉียบคมดุจอินทรีย์ นี่คือชายที่เขาจะต้องสังหารคืนนี้ เมื่อเขาสังหารชายคนนี้แล้ว เขาก็จะออกจากที่นี่


“เจ้าคือหยานเจิ้นหยุน?”


ชายแก่ถามและยืนยันตัวตน


ท่าทีของหยานเจิ้นหยุนเปลี่ยนไป ใจเขาแทบหลุดออกมาจากลำคอจากการมองของชายแก่ ด้วยความสามารถของเขา ไม่มีทางที่เขาจะสู้กับยอดฝีมือแก่นแท้สวรรค์ได้ มันไม่ได้อยู่คนละระดับ


“อย่าทำร้ายบิดาของข้านะ!”


ตรงหน้าเขา หยานเฉินหยู่กางแขนออกขวางหยานเจิ้นหยุน ไอหนาวเย็นสุดขั้วได้ถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างกายนาง พลังเยือกแข็งของนางพร้อมที่จะโจมตี นางไม่ปล่อยให้มีผู้ใดพยายามที่จะสังหารบิดาของนางต่อหน้านาง มีเพียงทางเดียวที่ทำได้คือข้ามศพนางไปก่อน


“ช่างเป็นไอเย็นที่รุนแรงจริงๆ ข้าไม่เคยคาดมาก่อนเลยว่าจะมีกายศักดิ์สิทธิ์อยู่ในสถานที่เล็กๆเช่นนี้! แต่โชคร้าย เจ้าอ่อนแอยิ่งนัก”


ชายแก่ตกตะลึง แต่ท่าทีของเขาได้เปลี่ยนเป็นยิ้มเย็นหลังจากนั้น


“หยู่เอ๋อร์ ถอยไป! ดูเหมือนว่าบิดาเจ้าต้องตายในวันนี้แล้ว”


หยานเจิ้นหยุนพูด


“ท่านพ่อ ข้าจะไม่ออกจากที่นี่เด็ดขาด!”


หยานเฉินหยู่แน่วแน่กับการตัดสินใจของนาง


“ฮึ่ม! สายสัมพันธ์ระหว่างพ่อ-ลูก….ถ้างั้นพวกเจ้าทั้งคู่จงตายไปด้วยกัน!”


ชายแก่ไม่ได้มีความอดทนมากนัก เขายื่นฝ่ามือออกมาเตรียมที่จะจู่โจมหยานเจิ้นหยุนและหยานเฉินหยู่ ภายใต้กำมือของยอดฝีมือแก่นแท้สวรรค์ไม่สามารถที่จะหลบเลี่ยงได้เลย หากมันบีบมืออย่างสมบูรณ์ บิดาและบุตรีแห่งตระกูลหยานจะตายที่นั่น


“โฮ่ง!”


ในเวลานั้นเสียงเห่าของหมาก็ดังออกมา! หวงต้าได้เงยหัวขึ้นและเห่าใส่ชายแก่ชุดดำบนอากาศ


ชายแก่ได้รู้สึกคุ้นเคยต่อเสียงนี้นัก เขาได้รับหันไปยังทิศที่มาของเสียงและเมื่อเขาได้เห็นว่ามาจากหวงต้า สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที


ในเวลาต่อมาชายแก่ได้ทำอะไรบางอย่างที่ทำให้ทุกคนตกใจตรงนั้น


ทุกๆคนเห็นชายแก่ผู้นั้น ผู้ที่จงใจปล่อยจิตสังหารออกมา ได้ลดจิตสังหารของเขาลง เขาได้กลายเป็นลำแสงและเหินลงมาจากฟ้า เขาลงมายังเบื้องหน้าหวงต้าและคุกเข่าลงบนพื้น


ชายแก่ได้ก้มหน้าลงถึงพื้น หน้าผากเขาจรดกับพื้นดิน ได้เป็นการแสดงความเคารพต่อหวงต้า


อะไร? เกิดอันใดขึ้นตอนนี้?


ราชันย์ปีศาจแก่นแท้สวรรค์ได้คุกเข่าต่อหน้าหมา?


ทั่วพื้นที่นั้นกลายเป็นเงียบสนิท ทั่วทั้งกลางจตุรัสเงียบกริบ ทุกๆคนต่างมีท่าทีเดียวกันหมด ปากพวกเขาอ้าค้างกว้างในตอนที่เห็นชายแก่คุกเข่าลง


นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?! เกิดสิ่งใดขึ้นตอนนี้?! ราชันย์ปีศาจระดับแก่นแท้สวรรค์ เหตุใดเขาถึงคุกเข่าทันทีเมื่อเห็นหมา?! หมาตัวนี้มันอะไรกัน?!


ทุกๆคนมีความรู้สึกแปลกๆ สถานการณ์เกินกว่าที่จะจินตนาการของทุกคน


การต่อสู้ได้มีการเปลี่ยนแปลงในทุกๆวินาที รอยยิ้มบนหน้าของลีชานเย่ว์ได้แข็งทื่อ ชายแก่ชุดดำเป็นความหวังที่ยิ่งใหญ่ของเขา หากหยานเจิ้นหยุนตาย ผลลัพธ์ของสงครามสามารถตัดสินได้ทันที ทุกๆอย่างจะเป็นไปตามแผนที่ลีชานเย่ว์ได้วางไว้


แต่มิมีผู้ใดคิดว่าในช่วงสุดท้ายจะมีสิ่งที่ยากต่อการเข้าใจเกิดขึ้น


คนจากตระกูลหยานนั้นมีอารมณ์ความรู้สึกที่แข็งแกร่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ พวกเขารู้สึกเหมือนว่าโชคชะตะกำลังเล่นตลกกับพวกเขา หากทุกอย่างเป็นไปตามแผนของพวกเขา เมื่อจบสงครามตระกูลหยานจะเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ แต่ไม่ได้คาดคิดว่าราชันย์ปีศาจจะโผล่มาในตอนท้ายและพลิกผันทุกสิ่ง


และขณะนี้ ตระกูลหยานที่สูญเสียความหวังทั้งหมดแม้แต่หยานเจิ้นหยุนก็หมดหวัง แต่จะมีผู้ใดคิดว่าก่อนที่ราชันย์ปีศาจจะจู่โจมมา เขาได้ไปคุกเข่าต่อหน้าหมา


นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย?


เจียงเฉินเองก็ตาเบิกกว้างเช่นกัน ดูตกตะลึงอย่างมาก เขามองไปยังเจ้าหมาที่มั่นใจในตัวเองและหลงตัวเอง ด้วยประสบการณ์ทั้งหมดของเขา เขายังไม่เข้าใจว่าเหตุใดชายแก่ผู้นี้ถึงได้คุกเข่าต่อหน้าหวงต้า


แม้สายเลือดของหวงต้าจะสูงส่งกว่า ในโลกนี้ทุกสิ่งจะตัดสินด้วยความสามารถ ความสามารถของชายแก่นั่นเหนือกว่าหวงต้ามาก หากได้สู้กันหวงต้าไม่มีทางที่จะสู้ได้


แต่ในความเป็นจริง ตอนนี้ราชันย์ปีศาจได้คุกเข่า


“นี่มันบ้าอะไรฟะ? หวงต้าเจ้าทำได้เช่นไร?”


เจียงเฉินกระซิบหวงต้าด้วยเซนส์ศักดิ์สิทธิ์ เป็นครั้งแรกที่เจียงเฉินรู้สึกชื่นชมเจ้าหมานี่


“ข้าทำเช่นไร? เคารพข้าใช่ไหม? ไม่เป็นไรหรอกหากเจ้าจะเคารพนับถือข้า ด้วยผู้ที่หล่อเท่และยิ่งใหญ่เช่นข้า ไม่มีสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เมื่อข้าอยู่แถวนี้”


หวงต้าหลงตัวเองระดับสูงสุด เขาได้คุยโวต่อเจียงเฉินผ่านเซนส์ศักดิ์สิทธิ์ 


“พอ! รีบบอกข้ามา เจ้าทำเช่นไรให้เจ้าเหยี่ยวนั่นคุกเข่า?”


เจียงเฉินจ้องมัน


“ก๊ะก๊ะ ข้าน่ะมีความยิ่งใหญ่น่ะสิ แน่นอนข้ามีวิถีทางที่ยิ่งใหญ่ของข้า! เจ้าเชื่อไหมเจ้าเหยี่ยวน้อยนี้จะไม่ฆ่าตัวตายต่อหน้าพวกเราแม้ข้าจะขอให้มันทำ?”


หวงต้ายืดหัวขึ้นสูง เขาโอ้อวดเหมือนเขาอยู่เหนือทุกๆคน


“ใครจะสนล่ะเรื่องฆ่าตัวตาย เจ้ามีทางที่จะทำให้เจ้าเหยี่ยวนั่นเชื่อฟังข้าได้หรือไม่?”


เจียงเฉินถาม


“ง่ายมาก คอยดูนะ!”


หวงต้าพูด เขาจ้องไปยังชายแก่ที่กำลังคุกเข่าต่อหน้ามัน “เหยี่ยวดำน้อย จงลุกขึ้น!”


“ขอรับ”


ชายแก่ไม่กล้าที่จะขัดคำสั่งหวงต้า เขารีบยืนขึ้นจากพื้น เขายืนต่อหน้าหวงต้าด้วยความเคารพ เหมือนเด็กที่ทำผิดและรอผู้ใหญ่มาอบรมสั่งสอน


เมื่อเห็นเช่นนี้ ทุกๆคนต่างประทับใจหวงต้า  พวกเขามองมันอย่างชื่นชม พวกเขาทั้งปลื้มทั้งชื่นชมมัน


แม้เจียงเฉินยอมรับว่าเจ้าหมานี่มันลึกลับ ในชีวิตที่แล้วของเขา แม้เขามีวิธีมากมายที่จะให้สัตว์ปีศาจเชื่อฟังเขา ทั้งหมดนั่นมาจากความแข็งแกร่งของเขาทั้งสิ้น เขามีเทคนิคพิเศษไม่กี่อย่าง


“จากนี้ต่อไป! เขาจะเป็นเจ้านายของเจ้า! ไม่ว่าเขาจะพูดสิ่งใด เจ้าต้องทำตาม!”


หวงต้ายืนขึ้นด้วยขาหลังสองข้าง และเอาขาหน้าไขว้หลังและเขาได้เดินเป็นวงกลมรอบชายแก่และพูดด้วยน้ำเสียงผู้ใหญ่


หลังจากที่ได้ยินคำของหวงต้า ชายแก่ได้คุกเข่าต่อเจียงเฉินและพูดออกมาด้วยความเคารพ 


“นายท่าน!”


บัดซบ! มันเกิดเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร? ไอ้หมาตัวเหลืองนี่มันเป็นใครกันแน่?


ทุกคนรู้สึกเหมือนฟ้าผ่าใส่หัว พวกเขาเกือบล้มลงบนพื้น


พวกเขาไม่สามารถที่จะยืนได้อีกต่อไป ราชันย์ปีศาจแก่นแท้สวรรค์ตนนั้น! เขานั้นดูดุร้ายและโหดเหี้ยมก่อนหน้านี้ ต่อมาได้เป็นแกะเชื่องๆ


เจ้าหมาสีเหลืองนี่มันเป็นเทพรึยังไง? เขาทำได้อย่างไร?




************************************************************************


จบจ้า 


เอาล่ะสิงานนี้พลิกไปพลิกมา…โปรดติดตามตอนต่อไป

 

ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป
comments