ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป‘เย่เฟิง’รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เขารู้ดีว่าสาวสวยใบหน้ารู้ไข่คนนั้นมีนิสัยป่าเถื่อนแค่ไหน แล้วมีหรือที่เธอจะยอมปล่อยให้หญ้าใบทองหลุดมือไป?
เวลานี้ ได้ปรากฏความเคลื่อนไหวของคนกลุ่มต่างๆออกมาแล้ว พวกเขาล้วนกลัวมา’เย่เฟิง’จะหลบหนีไปพร้อมกับหญ้าสมุนไพร แต่สิ่งที่เขานึกไม่ถึงคือหญิงสาวคนนั้นจะมีอิทธิพลไม่น้อยเช่นกัน อย่างน้อยก็มากพอที่จะสั่งการผู้กับกำการของสถานีตำรวจแห่งนี้ได้
‘เย่เฟิง’ยังคงนั่งนิ่งโดยไม่ทำอะไร ขณะที่ตำรวจทั้งคู่กำลังเข้ามาใกล้เขาเพื่อค้นหาหญ้าใบทอง เขาค่อนข้างเสียใจอยู่ลึกๆที่ก่อนหน้านี้ เขามัวแต่เสียเวลาเขียนโน้ตทิ้งไว้ หากเขารีบหนีไป เขาก็คงไม่ต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้
แต่เมื่อคิดดูอีกที ต่อให้เขาหนีไปได้ กลุ่มคนที่ต้องการหญ้าใบทองก็สามารถตามตัวเขาได้จากการ์ดเช็คอินเข้าโรงแรมอยู่ดี สุดท้ายแล้วผลลัพท์ก็คงไม่ต่างจากตอนนี้เท่าไหร่
“ฉันแนะนำให้เธอให้ความร่วมมือกับพวกเรา แล้วจะไม่มีการใช้กำลังใดๆ”
ชายจมูกงุ้มพูดด้วยน้ำเสียงเป็นต่อ ขณะที่เขากำลังเดินมาทาง’เย่เฟิง’พร้อมกับตำรวจวัยกลางคนอีกคนหนึ่ง แน่นอนว่าในสายตาของพวกเขา ‘เย่เฟิง’ก็เป็นเพียงแค่เด็กนักเรียนมัธยมปลายธรรมดาทั้งยังถูกใส่กุญแจมือไว้ ดังนั้นจึงไร้ซึ่งภัยคุกคามใดๆ
‘ผู้กำกับหลิน’ที่อยู่ไม่ไกล ก็รอคอยที่จะเห็นตำรวจทั้งสองนำหญ้าใบทองทั้งสามต้นมาจาก’เย่เฟิง’เช่นกัน และเมื่อเขานำไปให้หัวหน้าของเขาได้ เขาจะได้รับรางวัลตอบแทนอย่างงาม และแม้เขาจะไม่เข้าใจก็ตามว่าเหตุใดเจ้านายของเขาจึงให้ความสำคัญกับหญ้าทั้งสามต้นมากขนาดนี้
แต่แน่นอนว่าเขาไม่คิดจะถามหาเหตุผล เพราะงานของเขาบางทีรู้เรื่องมากไปก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องดี เมื่อชายจมูกงุ้มและตำรวจวัยกลางคนเดินเข้ามาใกล้
ทันใดนั้น ‘เย่เฟิง’กระโดดถอยหลังไปหลายก้าวจนชิดผนังห้อง พร้อมกับใช้มือทั้งคู่ที่ถูกล๊อคด้วยกุญแจมืออยู่นั้น หยิบเอาหญ้าใบทองออกมาจากกระเป๋าลับในเสื้อ ทั้งหญ้าใบทองสองต้นและเช็คมูลค่าสองแสน ‘เย่เฟิง’ใส่ของทั้งสองไว้ในกระเป๋าลับของเขา เพราะมันไม่ใช่ของที่ยอมให้ใครยึดไปได้ง่ายๆเหมือนกับโทรศัพท์มือถือของเขา
เวลานี้ เขาคิดจะกินหญ้าใบทองทั้งสองต้นนี้เพื่อรีบดูดซับหลิงฉีที่อยู่ภายใน ถ้าทำสำเร็จ เขาจะมีระดับของการบ่มเพาะวรยุทธ์มากถึง 5 เดือน ซึ่งมากพอที่จะพังกุญแจมือนี้อย่างง่ายดาย
แต่ถึงอย่างนั้น สถานการณ์ในปัจจุบันนี้การดูดซับหลิงฉีจากหญ้าใบทองค่อนข้างจะอันตรายอย่างยิ่ง เพราะหากไม่สามารถอยู่ในท่วงท่าที่เหมาะสมได้แล้ว กระบวนการของมันอาจทำให้เส้นลมปราณภายในร่างได้รับความเสียหาย จนอาจต้องตายอย่างอนาถ แต่ตอนนี้เขาไม่มีทางเลือกอื่นอีก หากเขาไม่ทำมันในเวลานี้ ไม่เพียงหญ้าใบทองจะถูกยึดไป เขาต้องติดคุกอีกไม่รู้กี่ปีจากการโดนยัดข้อกล่าวหาเหล่านี้?
ซึ่งตัวเขาไม่ยอมอยู่เฉยแน่ๆ โดยไม่ลังเล ‘เย่เฟิง’หยิบหญ้าใบทองใส่ปากอย่างรวดเร็ว และก่อนที่เขาจะกลืนมันลงไป ทันใดนั้น ‘ผู้กำกับหลิว’ตะโกนก้อง
“หยุดเดี๋ยวนี้!”
เวลานี้ ‘หลิวจี้’เหงื่อแตกไปทั้งตัว แม้ในห้องสอบสวนนี้จะมีเพียงแสงไฟสลัวๆ แต่เขายังคงเห็นต้นหญ้าในมือของ’เย่เฟิง’ ลักษณะของมันมีรากเป็นสีทองซึ่งตรงกับสิ่งที่เจ้านายของเขาได้อธิบายไว้ทางโทรศัพท์ทุกประการ มันคือหญ้าสมุนไพรตามที่เจ้านายของเขาบอกไว้ ไม่ผิดแน่!
ตามน้ำเสียงของเจ้านายที่เขาได้ยินทางโทรศัพท์ หญ้าใบทองทั้งสามต้นเป็นของล้ำค่าอย่างยิ่ง แน่นอนว่าเขาไม่สนว่า’เย่เฟิง’จะอยู่หรือตาย แต่เขาต้องเอาต้นหญ้าเหล่านั้นมาให้ได้ ไม่ว่าจะแลกกับอะไรก็ตาม แต่เวลานี้’เย่เฟิง’กลับจะกินมันเข้าไป แล้วแบบนี้จะให้เขาอยู่เฉยได้หรือ?
หาก’หลิวจี้’ไม่สามารถเอาหญ้าใบทองมาได้ เขาต้องหมดสิ้นอนาคตในหน้าที่การงานนี้เป็นแน่
“เจ้าหนุ่ม เธอมีชื่อว่าเย่เฟิงใช่ไหม?”
‘หลิวจี้’คิดว่าเขาต้องจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง เขารีบทำใจให้สงบลงพร้อมกับพูดว่า
“ฉันขอแนะนำว่าเธออย่าทำอย่างนั้นดีกว่า ถ้าเธอกินต้นหญ้านั่นเข้าไป รับรองว่าข้อหาของเธอไม่ใช่แค่คดีข่มขืนกระทำชำเราทั่วไปแน่ๆ”
เมื่อเย่เฟิงได้ยินดังนั้น เขามีความคิดบางอย่างแล่นเข้ามาในหัวก่อนจะหยุดกลืนต้นหญ้า แน่นอนว่าเขาไม่เกรงกลัวคนเหล่านี้ แต่’เย่เฟิง’ก็สามารถใช้พวกหญ้าใบทองต่อรองกับพวกเขาได้เหมือนกัน
“คุณต้องการต้นหญ้าพวกนี้จริงๆสินะ? ถ้างั้นก็ปล่อยผมไปก่อน ไม่อย่างนั้นรับรองว่าผมกลืนมันลงท้องแน่”
‘เย่เฟิง’รักษาระยะห่างระหว่างคนเหล่านั้นขณะที่ยังอมหญ้าใบทองไว้ในปาก การกระทำของ’เย่เฟิง’ ส่งผลให้ภายในใจของ’ผู้กำกับหลิว’เต็มไปด้วยความโกรธ ไอเด็กเวรนี่ถึงกับกล้าเอาต้นหญ้าที่แสนล่ำค่านั่นอมไว้ในปาก ต่อให้เขาเอามันมาได้ พวกหญ้าเหล่านั้นก็ต้องติดน้ำลายของมันมาด้วย ถ้าเจ้านายของเขารู้เข้าละก็………..
“ฉันทำตามที่เธอบอกไม่ได้ ที่นี่คือสถานีตำรวจ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นต้องเป็นไปตามกฏหมาย”
‘หลิวจี้’ทำหน้าที่ในตำแหน่งนี้มานานหลายปี เขาจึงมีประสบการณ์มากมายในการจัดการกับเหตุการณ์เช่นนี้
“ถ้าเธอยอมส่งต้นหญ้าทั้งสามต้นมา เธอจะได้รับเพียงโทษสถานเบาเท่านั้น”
ในความคิดของเขาแล้ว ‘เย่เฟิง’เป็นเพียงเด็กนักเรียนมัธยมปลายธรรมดาเท่านั้น ยังไงก็ต้องมีความรู้สึกเกรงกลัวบ้างในสถานการณ์นี้ ถ้าเขาใช้คำพูดข่มขู่ ยังไงก็ต้องรู้สึกกลัวและเชื่อฟังเขาโดยดี โชคร้ายสำหรับ’ผู้กำกับหลิว’คือ ‘เย่เฟิง’ไม่ใช่นักเรียนมัธยมปลายธรรมดา มีหรือที่เขาจะเกรงกลัวกับคำพูดข่มขู่แค่นี้?
“อ่อ อย่างนั้นหรือครับ? ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ขอโทษด้วยที่ผมต้องกลืนมันอยู่ดี”
‘เย่เฟิง’ขยับปากเคี้ยว แต่ความจริงแล้วเขาแค่แสร้งทำเท่านั้น เขาคิดว่าสาวสวยใบหน้ารูปไข่คงไม่รู้ว่าหญ้าใบทองต้นหนึ่งถูกใช้ในการรักษาอาการบาดเจ็บของเธอแล้ว เธอจึงต้องการพวกมันทั้งสามต้นคืน ‘เย่เฟิง’หวนคิดถึงตอนนั้น เขาใช้หญ้าใบทองต้นหนึ่งเพื่อช่วยชีวิตเธอซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายเหมือนกัน
แต่ต่อให้ย้อนเวลากลับไปได้ เขาก็ยังคงเลือกช่วยหญิงสาวเหมือนเดิม ทั้งหมดนั้นเพราะหญ้าใบทองทั้งสามต้นเป็นของเธอ เขาคงไม่ไร้มโนธรรมถึงขนาดทิ้งเธอที่ใบเจ็บเจียนตายไว้แล้วขโมยต้นหญ้าทั้งสามต้นมา
“หยุดก่อน! อย่าใจร้อนไปพ่อหนุ่ม”
เมื่อ’หลิวจี้’เห็น’เย่เฟิง’ขยับปากเคี้ยว เขาขวัญเสียขึ้นมาทันที แต่ก็ยังพูดกับ’เย่เฟิง’ด้วยใบหน้าที่ดูสงบ
“เธอรู้ไหมว่าถ้ากลืนมันลงไป เธอจะได้รับผลที่ตามอย่างไร?”
“ปล่อยผมไป ไม่อย่างนั้นที่คุณพูดมาทั้งหมดก็ถือว่าเป็นเรื่องไร้ประโยชน์”
‘เย่เฟิง’ดูเหมือนไม่อยากเสียเวลาพูดเรื่องไร้สาระอีก พวกตำรวจต้องยอมทำตามข้อเสนอของเขาเท่านั้น ขณะที่พวกเขาทั้งคู่กำลังพูดจาต่อรองกัน ชายจมูกงุ้มและตำรวจวัยกลางคนยืนดูอยู่เฉยๆโดยไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี และในตอนนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของ’ผู้กำกับหลิว’ดังขึ้น
เขาก้มลงมองเบอร์โทรที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอแล้วสีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที ชัดเจนว่าหลังจากเห็นเบอร์โทร เขาก็ไม่อาจจะรักษาความเยือกเย็นได้อีกต่อไป ‘หลิวจี้’รีบวิ่งออกไปจากห้องสอบสวนทันทีพร้อมกับหยิบโทรศัทพ์มือถือขึ้นมารับ ขณะที่’เย่เฟิง’และตำรวจอีกสองคนต่างได้ยินน้ำเสียงของ’ผู้กำกับหลิว’ที่แสดงออกถึงความนอบน้อมและหวั่นเกรงได้อย่างชัดเจน
แต่ไม่มีใครรู้ว่าผู้ที่อยู่ในสายคือใคร ชายจมูกงุ้มแปลกใจกับสีหน้าของ’ผู้กำกับหลิว’ เพราะเขาไม่เคยเห็นหัวหน้าของเขาแสดงความเคารพอย่างมากตอนรับสายแบบนี้มาก่อนเลย แล้วใครกันคือคนที่โทรมาในเวลานี้?
‘เย่เฟิง’ไม่ได้ด่วนสรุปว่าคนในสายคือใคร บางทีอาจจะเป็นคนที่อยากทำให้เขาต้องตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากมากกว่านี้ก็ได้ ถ้าเขาสามารถบ่มเพาะวรยุทธ์ระดับสิบปีและฝึกทักษะ‘หยินเทวา’ได้ ความประสาทสัมผัสในการมองเห็นและการได้ยินจะสูงขึ้นกว่านี้หลายเท่า
ซึ่งมากพอที่จะทำให้เขาสามารถรับรู้สิ่งที่พวกเขาคุยกันทางโทรศัพท์และสามารถประเมิณสถานการณ์ได้ แต่ถึงอย่างนั้น หากเขามีวรยุทธ์ระดับสิบปี เขาคงไม่ตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ตั้งแต่ทีแรกแล้ว
เพียงไม่นาน ‘ผู้กับกำหลิว’ก็กลับเข้ามาในห้องสอบสวนพร้อมด้วยเหงื่อที่ชุ่มไปทั้งตัว ชัดเจนว่าเขาพึ่งพบกับแรงกดดันที่น่าหวาดหวั่นมา ‘หลิงจี้’ยืนห่างจาก’เย่เฟิง’สองสามเมตร ขณะที่เวลานี้ ท่าทางของเขาเปลี่ยนไปแสดงความเคารพ และพูดกับ’เย่เฟิง’อย่างสุภาพว่า
“คุณเย่เชา พวกเราต้องขอโทษจริงๆกับสิ่งที่ได้ล่วงเกินกับคุณไป……….คุณสามารถกลับไปได้เลย นี่เป็นแค่เรื่องเข้าใจผิดนิดหน่อยเท่านั้นครับ”
(note: เชาแปลว่าคนหนุ่มนะครับ)
เมื่อ’เย่เฟิง’ได้ยินดังนั้น เขามองอย่างแปลกใจอยู่ชั่วครู่ พร้อมกับคิดว่ามันเกิดอะไรขึ้นกัน?
“ไม่นะครับท่าน!”
เมื่อชายจมูกงุ้มได้ยินดังนั้น เขาร้องตะโกนขึ้นด้วยความตกตะลึงพร้อมกับพูดว่า
“ท่านหลิว เจ้าเด็กนี่………..”
“คุณหรือผมที่เป็นหัวหน้า?”
‘ผู้กำกับหลิว’จ้องไปยังชายจมูกงุ้มพร้อมกับพูดอย่างเคร่งเครียด แม้ว่าชายจมูกงุ้มต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เขาไม่ใช่คนโง่ เมื่อเห็นท่าทางแสดงความเคารพของ’ผู้กำกับหลิว’ต่อหน้า’เย่เฟิง’แล้ว ก็ปรากฏความตื่นตระหนกขึ้นในใจ คนหนุนหลังของเด็กหนุ่มคนนี้ที่ถึงขนาดกดดันผู้กับกำการของสถานีตำรวจแห่งนี้ได้ย่อมไม่ธรรมดาเป็นแน่
เขามองไปยัง’เย่เฟิง’ด้วยสีหน้าที่ดูว่างเปล่า เจ้าหนุ่มคนนี้ถึงกับมีคนหนุนหลังที่แม้ตัวแต่เขายังไม่รู้ว่าเป็นใคร ‘เย่เชา’?
“ทำไมคุณยังไม่รีบไขกุญแจมือคุณเย่เชาออกอีกหะ?”
‘หลิวจี้’พูดตะคอกออกไป เมื่อชายจมูกงุ้มได้ยิน เขาก็เดินไปยัง’เย่เฟิง’อย่างไม่เต็มใจนัก แม้’เย่เฟิง’จะรู้สึกระแวงกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ชายจมูกงุ้มไม่ได้แสดงท่าทีมีพิรุธแต่อย่างใด มีเพียงใบหน้าบิดเบี้ยวที่แสดงถึงความไม่พอใจขณะที่ไขกุญแจมือให้เขา
ชายจมูกงุ้มค่อนข้างเกรงกลัวและไม่กล้าพูดสิ่งใดออกมาเมื่อเห็นท่าทีของ’หลิวจี้’ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเมื่อรับสายโทรศัพท์ ‘เย่เฟิง’เข้าใจว่าประเทศจีนในตอนนี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายนายต่างถูกกดดันอยู่บ่อยครั้ง ชัดเจนว่าคนที่เพิ่งช่วยเขาจากสถานการณ์ลำบากนี้ไม่ใช่คนธรรมดาสามัญ
และมีอิทธิพลมากถึงขนาดแสดงการคุกคามผู้กับกำการของสถานีตำรวจแห่งนี้ได้ อิทธิพลนั้นยังมากยิ่งกว่าคนหนุนหลังของหญิงสาวใบหน้ารูปไข่เสียอีก แม้ว่าเขาจะมีความรู้สึกไม่ชอบมาพากลในใจ แต่ถ้าตำรวจพวกนี้คิดเล่นตุกติกอะไรละก็ อย่าหวังเลยว่าเขาจะหลงกลกับเลห์เหลี่ยมที่ดูโง่เง่าพรรค์นี้เลย ……………………
แปลโดย : Mediate
ปรับสำนวน : Solar Spark
ที่มา: