I-Here.info [ไอ้-เหี้ย ดอท อินโฟ]

GSDZ (盖世帝尊) ตอนที่ 17 เมืองชิงโจว

| GSDZ (盖世帝尊) | 646 | 1371 วันที่แล้ว
ตอนที่แล้วตอนต่อไป

แปลไทย : XiaoeyuGao  

บนเส้นขอบฟ้าที่ห่างไกล ปรากฏควันสีม่วงโพยพุ่งขึ้นสู่ท้องนภา โอบล้อมผืนฟ้าก่อนจะก่อตัวเป็นเมฆสีม่วงผืนใหญ่ อีกทั้งด้านใต้ยังปรากฏแสงสว่างรองรับเอาไว้ โดยรอบมีสายรุ้งวิเศษกำลังปลิวว่อน หากมองทอดออกไป จะเห็นเมืองขนาดใหญ่ที่ดูศักดิ์สิทธ์และสง่างามสะท้อนเข้ามาในม่านตา

มันมีลักษณะที่ยิ่งใหญ่และน่าเกรงขาม ทันใดนั้นมวลอากาศพลันเอ่อลำแสงหลากสีออกมา ด้านในลำแสงอัดแน่นไปด้วยพลังที่พรั่งพรู โอบล้อมเมฆสีม่วงเอาไว้ประดุจควันที่ลอยขึ้นมา จากนั้นก็ปรากฏแสงแวววับขึ้นสว่างจ้า

วิ้ง ! ภายในเมือง ปรากฏถนนขนาดใหญ่กว้างราวหนึ่งพันเมตร

หากมองจากความกว้างของถนนแล้วจะรู้ได้ว่า เมืองชิงโจวนั้นเป็นเมืองที่ใหญ่ไร้ที่เปรียบ ราวกับว่ามันเป็นอีกโลกหนึ่งที่ขนานอยู่  ภายในเมืองก็จะมีร้านค้าตั้งกันอยู่มากมาย และทุกๆร้านจะมีขนาดที่กว้างใหญ่ ของตกแต่งแต่ละชิ้นก็จะมีกลิ่นไอของความเก่าแก่แฝงเอาไว้อยู่ ซึ่งไม่รู้เลยว่าเมืองโบราณแห่งนี้ดำรงอยู่มากี่ปีแล้ว

และตามคำเล่าขานเมืองแห่งนี้เคยอยู่ในช่วงหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์โบราณด้วย นัยน์ตา’เต้าหลิง’พลันสั่นไหว เมื่อภาพที่อยู่เบื้องหน้ามันมีความงดงามยิ่ง นี่แหละคือโลกของการฝึกพลังที่รุ่งเรืองที่สุด พลังที่เอ่อออกมาจากฟ้าดินช่างเปี่ยมล้นยิ่ง

“ ไม่ต้องตกใจ ถึงเมืองชิงโจวจะใหญ่ก็จริง แต่ว่าหากเทียบกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งยุทธ์แล้วยังห่างไกลกันนิดหน่อย ”

‘เยว่อวิ้น’กล่าวพร้อมกับเดินเข้ามา ผมนางสะบัดไปมา ท่าทางอ้อนแอ้นงดงาม แก้มเนียนยกขึ้นเผยรอยยิ้มสวย

“ โลกนี้ช่างกว้างใหญ่จริงๆ ”

‘เต้าหลิง’สูดลมหายใจลึก สำหรับโลกแห่งยุทธ์ใบนี้ช่างเต็มไปด้วยสิ่งที่น่าค้นหายิ่ง

‘เยว่อวิ้น’พยักหน้าให้ ก่อนจะกล่าวยิ้มๆ

“ โลกใบนี้มันกว้างใหญ่มาก ทวีประหว่างทวีปจะมีมหาสมุทรกั้นเอาไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่จอมยุทธ์ผู้แข็งแกร่งบางคนก็ยังยากที่จะข้ามฟากไปได้  ถ้ามิเช่นนั้นแล้วจะต้องเดินทางตัดผ่านดินแดนต้องห้ามยุคดึกดำบรรพ์ หรือไม่ก็ป่าเขาบุพกาลที่ยากจะรุกล้ำเข้าไปได้ ที่นั่นมีทั้งสัตว์อสูรดึกดำบรรพ์และก็สัตว์อสูรประหลาดหลากหลายชนิดอยู่มากมาย..   ”

“ อย่าว่าแต่ดินแดนอื่นเลย แม้แต่พื้นที่ลี้ลับที่อยู่ในดินแดนพวกเรายังไม่มีใครรู้ได้อย่างถ่องแท้เลย อีกทั้งดินแดนเหล่านี้ยังเป็นพื้นที่ที่รุ่งเรืองที่สุด มียอดอัจฉริยะมากมายนับไม่ถ้วน ทั้งที่อายุก็พอๆกันกับเจ้า แต่พวกมันก็แข็งแกร่งมากถึงขั้นสามารถยกภูเขาได้เลย อายุยังน้อยแท้ๆแต่กลับมีวรยุทธ์ที่สูงส่งยิ่ง ”

‘เต้าหลิง’กลืนน้ำลายลงคอดังเฮือก ก่อนจะพูดขึ้นด้วยสีหน้าตกใจยิ่ง

“ แข็งแกร่งจริงๆ พวกมันเป็นอัจฉริยะที่แท้จริงใช่หรือไม่ ? ”

‘เยว่อวิ้น’พยักหน้า นัยน์ตามองไปที่’เต้าหลิง’แล้วพูดขึ้นว่า

“ เจ้าไม่ต้องดูถูกตัวเองมากเกินไปหรอกนะ ในโลกนี้พวกมันล้วนอยู่บนจุดสูงสุดของยอดปีรามิดทองคำ คนในตระกูลของพวกมันทุกคนล้วนมีพรสวรรค์มากเป็นพิเศษ ทั้งยังมีโอสถเหลวโอสถเม็ดล้ำค่าหลากหลายชนิดและแหล่งต้นกำเนิดพลัง สภาพแวดล้อมในตอนที่พวกมันถือกำเนิดมานั้นก็ยอดเยี่ยมด้วยเช่นกัน พูดได้เลยว่าต่อให้พวกมันใช้ทรัพยากรยังไงก็ไม่มีวันหมด แค่ทรัพยากรระดับต่ำของพวกมันก็สามารถทำให้ถือกำเนิดอัจฉริยะขึ้นมาได้เลยล่ะ  ”

“ ของพวกนั้นต้องแพงมากแน่ๆ ”

‘เต้าหลิง’ใช้มือคลำไปที่แขนเสื้อของเสื้อคลุมยาว ในนี้มีแร่หินที่ล้ำค่าอยู่เล็กน้อย มันคิดย้อนไปถึงจู่เจี้ยนเหลวระดับสี่ที่จื่ออวี้มอบให้ ก็ตระหนักได้เลยว่าจู่เจี้ยนเหลวระดับสี่ยังเทียบกับทรัพยากรของพวกนั้นไม่ได้เลยจริงๆ

“ ใช้พลังของเจ้าหามันมาให้ได้สิ ”

‘เยว่อวิ้น’อมยิ้มขึ้น นางเข้าใจดีว่าของเหล่านั้นสำหรับคนธรรมดาแล้วล้วนเป็นของล้ำค่าที่อยู่ในฝันเท่านั้น

‘เต้าหลิง’ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในใจมันคิดว่ามันจะต้องแข็งแกร่งขึ้นอีกให้ได้ จากนี้จะต้องให้ความสำคัญกับความแข็งแกร่งมากขึ้น ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องถามขึ้นว่า

“ ท่านรู้จักหอคอยทงหลิงไหม ? ”

ได้ยินดังนั้น’เยว่อวิ้น’ก็ตกตะลึงเล็กน้อย หอคอยนั่นมันรู้จักด้วยหรือ ? นางรวบผมที่กำลังปลิวว่อนอยู่บนบ่า ก่อนจะพูดขึ้นว่า

“ ข้ารู้ ข้าจะพาเจ้าไปดูมันหน่อยแล้วกัน ”

“ ข้าก็จะไปด้วยเหมือนกัน ”

ปรากฏเด็กสาว’เฉิงเมี่ยวฝู๋’ที่ยืนแอบฟังอยู่ด้านข้างตลอดรีบวิ่งตามมา  ในขณะที่เดินอยู่บนถนนนั้นสายตาของ’เต้าหลิง’ก็มองไปที่กลุ่มคนโดยรอบ มันเห็นแต่คนที่ดูแข็งแกร่งน่ากลัวทั้งสิ้น อายุอานามก็พอๆกับมัน เดาว่าพวกมันน่าจะมาร่วมสอบที่สำนักซิงเฉินแน่

“ ตึม ” ปรากฏเสียงหนึ่งดังขึ้น ผืนดินพลันสั่นไหว

ผู้คนโดยรอบต่างตกตะลึง สายตาพวกมันล้วนจับจ้องไปที่เด็กหนุ่มผมสีม่วงคนหนึ่ง ท่าทางน่ายำเกรงยิ่ง นัยน์ตาทั้งสองข้างปรากฏไฟฟ้าสีม่วงห้อมล้อม พลังทั่วร่างมันช่างดุดันไร้ที่เปรียบ มันเดินเข้ามาเรื่อยๆ สองขาเท้าย่ำลงราวกับภูเขายักษ์ถล่มลงพื้น พื้นโดยรอบต่างสั่นสะเทือน ทำให้ผู้คนตัวสั่นระริก

คาดว่าเพียงลูกเตะเดียวน่าจะทลายหินยักษ์หลายหมื่นจินให้เป็นแหลกได้ เด็กหนุ่มผมม่วงแข็งแกร่งสุดๆ นัยน์ตาทั้งสองข้างฉายประกายไฟฟ้าออกมา อายุราวๆสิบห้าสิบหกไม่เกินกว่านั้น  มันใช้สายตาเย็นเฉียบมองมาที่เต้าหลิงแวบหนึ่งก่อนจะเบนสายตาไปทางอื่น เพียงแวบเดียวมันก็สามารถสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งในตัว’เต้าหลิง’

“ น่ากลัวมาก คนคนนี้อายุไม่เท่าไหร่ ? แต่พลังของมันกลับน่ากลัวถึงเพียงนี้ ! ”

‘เฉิงเมี่ยวฝู๋’กล่าวอย่างชื่นชม ก่อนจะดึงชายเสื้อของ’เต้าหลิง’แล้วพูดขึ้นว่า

“ อายุก็พอๆกับเจ้าด้วยนะ ”

‘เต้าหลิง’เองก็ตกใจเล็กน้อย เมื่อครู่ตอนที่เด็กหนุ่มผมม่วงมองมาที่มันแวบหนึ่ง มันก็รู้สึกตกใจยิ่ง หัวใจสั่น ระรัว สัมผัสได้เลยว่าร่างกายของเด็กหนุ่มผมม่วงนั่นแข็งแกร่งจริงๆ

ทันใดนั้นปรากฏเสียงซู้มดังขึ้น พร้อมกับเกิดพายุหมุนโหมกระหน่ำพุ่งเข้ามา มีเส้นแสงเพลิงสีแดงฉานโอบล้อมพายุหมุนเอาไว้ ทำให้ผู้คนล้วนตกตะลึงยิ่ง ฝีเท้ารีบเร่งถอยออกไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว เพื่อหลีกทางให้มันผ่านไป

มันคือวิหกขนเพลิง ปีกทั้งสองข้างสั่นไหว เปลวเพลิงมันเหมือนกับลาวาที่ไหลย้อย มวลอากาศล้วนระเบิดออก มันปลดปล่อยเปลวเพลิงออกมาท่วมร่าง ทุกเส้นเปลวเพลิงราวกับกระบี่ล้ำค่าสีแดงฉาน กระทบกันส่งสียงเคร๊งดังสนั่น

“ นี่มันวิหกขนเพลิง สัตว์อสูรที่น่ากลัวสุดๆ มันมีสายเลือดของวิหกแดงอยู่ ”

“ ไม่ผิดแน่ ตอนที่มันต่อสู้กับศัตรูก็จะปล่อยเปลวเพลิงออกมาเต็มไปหมด ”

โดยรอบปรากฏผู้อาวุโสจำนวนหนึ่งพูดคุยกัน นี่คือตระกูลวิหกเพลิง มีความแข็งแกร่งยิ่ง คาดว่าน่าจะพุ่งทะยานไปที่สำนักซิงเฉิน ดูท่าลำดับหนึ่งร้อยคนแรกจะต้องมีมัน(คน)ติดอยู่ในนั้นแน่นอน

‘เต้าหลิง’รู้สึกตกตะลึงยิ่ง มันไม่คิดเลยว่าสัตว์อสูรดึกดำบรรพ์ที่แข็งแกร่งเช่นนี้จะไปที่สำนักซิงเฉินด้วย ไหนจะมีเด็กหนุ่มผมม่วงเมื่อครู่อีก นี่มันแค่ไม่กี่ตระกูลจากหนึ่งหมื่นตระกูลเองไม่ใช่หรือ? ไม่รู้ว่าจะมีคนที่แข็งแกร่งโผล่มาอีกเท่าไร

“ จำเอาไว้นะอย่าไปมีเรื่องกับพวกมันเด็ดขาด มิเช่นนั้นตอนสอบพวกเจ้าได้ตายแน่  ”

‘เยว่อวิ้น’ที่อยู่ด้านข้างพูดเตือนขึ้น สี่วันหลังจากนี้ก็จะเป็นวันสอบแล้ว หากตายล่ะก็ คงได้ไม่คุ้มเสียแน่  ‘เต้าหลิง’เดินไปตามทาง ก็ได้เปิดหูเปิดตามากขึ้น ได้เห็นอะไรหลายๆอย่างที่นึ่งมากมาย นี่ทำให้มันรู้สึกตื่นเต้นสุดๆ ในตอนที่อยู่ที่สำนักชิงซานนั้นในใจคิดว่าตัวมันนั้นแข็งแกร่งแล้ว

ทว่าพอมาถึงตอนนี้ ความอวดดีของมันล้วนเปลี่ยนเป็นแรงผลักดันทั้งสิ้น ในโลกใบนี้ล้วนเต็มไปด้วยอัจฉริยะมากมาย และอัจฉริยะส่วนใหญ่ก็มักจะตายกันเร็วด้วย ในขณะนี้’เต้าหลิง’ก็รู้สึกได้ถึงพลังฟ้าดินที่บริสุทธิ์ยิ่ง ทั้งยังเปี่ยมล้นไปด้วยคลื่นกระแสชีวิต มันสูดลมหายใจเข้าออกสองสามครั้ง

ทั่วร่างรู้สึกเย็นสบายและสดชื่น ทำให้มันประหลาดใจเล็กน้อย สายตาก็มองไปที่ภาพเบื้องหน้า บนเส้นทางขนาดใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้า ปรากฏหอคอยหนึ่งตั้งสูงตระหง่านเสียบเมฆอยู่ ทั้งรูปร่างของหอคอยยังเปล่งประกายแสงสดใส ผนังหินผาทุกก้อนของหอคอยล้วนแฝงไว้ด้วยความหมายของชีวิต

หอคอยนี้ดูน่ากลัวเล็กน้อย มันเหมือนกับของล้ำค่าชิ้นหนึ่ง ที่เปล่งแสงจ้าละลานตาออกมาปรากฏเป็นสีเขียวมรกต ทุกๆเส้นแสงจะเหมือนดั่งน้ำตกขนาดใหญ่ ที่ตกกระทบลงบนพื้นส่งเสียงดังออกมา อีกทั้งยังมีพลังของชีวิตที่เปี่ยมล้นห้อมล้อมเอาไว้ด้วย !

หอคอยทงหลิงมีทั้งหมดสิบชั้น ยิ่งมองขึ้นสูงเท่าไรก็ยิ่งแสบตามากเท่านั้น โดยเฉพาะชั้นบนสุด ที่ไม่สามรถมองขึ้นไปได้ ราวกับว่ามันเป็นดวงอาทิตย์มรกตที่กำลังลุกไหม้คุโชน เต้าหลิงตกตะลึงยิ่ง นี่คือหอคอยทงหลิงที่เตี่ยมันพูดถึง !

“ ข้าจะขึ้นไปถึงชั้นเก้าได้ไหมนะ ? ”

มันถามขึ้น เสียงนี้ราวกับเสน่ห์ที่รัดรึงใจ เสียงของผู้คนโดยรอบพลันเงียบสนิท ราวกับหมอกควันปลิวหายไป พวกมันล้วนตกตะลึงกับสิ่งที่ได้ยิน ปรากฏสายตาหนึ่งมองมาที่’เต้าหลิง’ด้วยแววตาแข็งทื่อ ราวกับเห็นผีก็มิปาน แก้มเนียนของ’เยว่อวิ้น’เปลี่ยนเป็นสีแดงเล็กน้อย ฝีเท้าก้าวถอยออกห่างอย่างรวดเร็ว ความหมายของนางก็คือ นางไม่รู้จักมัน !

แค่’เต้าหลิง’มองไปที่หอคอยทงหลิงเพียงแวบแรก มันก็รู้สึกได้ว่าชั้นเก้านั้นไม่ใช่ง่ายเลยที่จะขึ้นไป ดังนั้นมันก็เลยลองถามดู แต่กลับไม่คิดเลยว่าจะทำให้ผู้คนตกตะลึงกันได้ถึงขนาดนี้

“ ฮ่าๆ ไอ้บ้านนอกนี่มาจากไหนล่ะเนี่ย ถึงพูดจาอะไรเช่นนี้ มันคิดจะขึ้นไปชั้นเก้าหรือ ข้าอยากจะหัวเราะให้ตายจริงๆหวะ!  ”

“ ข้าว่ามันน่าจะเป็นชาวนาที่ไม่ได้ร่ำเรียนหนังสือแน่ แค่มันไปถึงชั้นที่ห้าก็สามารถสร้างชื่อเสียงให้แก่ตระกูลมันได้แล้ว ยังคิดจะไปให้ถึงชั้นเก้าอีกทำไมกัน ? ”

“ ตั้งแต่มีหอคอยทงหลิงมา คนที่ไปได้ถึงชั้นเก้าทั้งหมดล้วนแต่เป็นคนที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก และ ในช่วงไม่กี่ปีมานี้คนที่ขึ้นไปถึงชั้นเก้าได้ก็น้อยลงทุกที และส่วนใหญ่พวกมันก็เป็นพวกที่มีพรสวรรค์เป็น พิเศษกันทั้งนั้น  ”

“ ไม่ผิด ชั้นเก้าไม่เพียงแต่น่ากลัวเท่านั้นนะ แต่มันยังมีสมบัติล้ำค่าอยู่ด้วย ข้าว่าไอ้เด็กนี่แค่เข้าไปมันก็ต้องถูกบดกลายเป็นหมอกเลือดแน่ ”

ผู้คนโดยรอบต่างเย้ยหยัน ใบหน้าของ’เต้าหลิง’ก็พลันหดลงทันที นี่เตี่ยให้ข้าขึ้นไปที่ชั้นเก้า คงจะไม่ได้คิดที่จะฝังข้าทั้งเป็นหรอกนะ ?  และนี่มันก็แค่เรื่องวุ่นวายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่นานทุกอย่างก็กลับมาสงบอีกครั้ง ‘เต้าหลิง’สังเกตเห็นเยว่อวิ้นที่บัดนี้รักษาระยะห่างถอยออกไป มันเดินเข้ามาด้วยใบหน้าคล้ำแล้วถามขึ้นว่า

“ นี่มันหมายความว่าไง ? ”

“ เจ้าทำตัวเองนะ ”

‘เยว่อวิ้น’มองด้วยหางตา ก่อนจะอธิบายว่า

“ หอคอยทงหลิงนี้การจะขึ้นไปแต่ละชั้นได้มันยากมาก เจ้าคิดจะขึ้นไปที่ชั้นเก้า ข้าพูดเลยว่ามันเป็นไปไม่ได้ ”

“ แล้วมันยากยังไงหรือ? ”

‘เต้าหลิง’กำหมัด ต้องลองซักตั้ง !

“ หอคอยนี้จะเป็นการทดสอบร่างกาย ยิ่งร่างกายเจ้าแข็งแกร่งเท่าไร ก็จะยิ่งขึ้นไปได้สูงเท่านั้น !  ”

‘เยว่อวิ้น’หัวเราะออกมาเมื่อเห็นท่าทางที่กำลังครุ่นคิดจนหน้าดำของมัน ทว่า’เต้าหลิง’กลับใส่ใจไม่ มันจับไปที่จมูกแล้วพูดขึ้นว่า

“ ชั้นสิบล่ะ ? ”

ใบหน้า’เยว่อวิ้น’ชาจนแข็ง หน้าผากเนียนขาวของนางยกขึ้นจนปรากฏเส้นสีดำลางๆ นางขบริมฝีปากแดง แล้วพูดขึ้นว่า

“ อย่าฝันไปเลย นี่มันยิ่งกว่าเป็นไปไม่ได้ ขนาดคนที่แข็งแกร่งระดับโลกก็ยังขึ้นไปบนชั้นสิบ ไม่ได้ ”

ผู้คนจำนวนมากล้วนสงสัย มันคิดว่าคนรุ่นก่อนๆจะต้องกุเรื่องขึ้นมาหลอกคนรุ่นหลังๆแน่ สมบัติล้ำค่าล้วนอยู่ที่ชั้นเก้า แต่หอคอยทงหลิงกลับมีสิบชั้น พวกมันส่วนใหญ่คิดว่าชั้นที่สิบจะต้องไม่มีอยู่จริงแน่

“ เจี๊ยบ ! ” ปรากฏเสียงหนึ่งดังลั่นขึ้น พร้อมกับที่นกหงส์สีดำบินฝ่าอากาศลงมา

ทั่วร่างโอบล้อมไปด้วยพลังวิญญาณ พลังที่ปลดปล่อยออกมาน่ากลัวยิ่ง ผู้คนจำนวนมากล้วนตัวสั่นเทาเพราะภาพที่เห็นคือนกหงส์ตัวนี้ลากรถคันหนึ่งมาด้วย ผู้คนโดยรอบล้วนตกตะลึง พลังของนกหงส์ตัวนี้แข็งแกร่งยิ่ง อีกทั้งยังแปลกประหลาดด้วย แต่ถึงอย่างนั้น มันก็เป็นแค่นกลากรถเท่านั้น

และที่น่าสนใจก็คือคนที่นั่งอยู่ด้านใน จะต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่ มันเป็นรถหงส์คันหนึ่ง มีประกายแสงห้าสีออกมาราวกับเปลวเพลิงห้าสาย มาจอดเทียบข้างกับหอคอยทงหลิง ผู้คนโดยรอบต่างตกตะลึง รถหงส์คันนี้ต้องเป็นของล้ำค่าแน่

ผ้าม่านถูกเปิดออก ปรากฏเด็กสาวคนหนึ่งเดินออกมา ผมสีดำขลับ ใบหน้างดงามราวกับหยก ขาทั้งสองข้างเรียวยาวเหยียดตรง ผิวหนังเปล่งประกายสีขาวเนียนสวยออกมา รูปร่างดูสมบูรณ์แบบเป็นที่สุดราวกับดอกบัวที่กำลังบานสะพรั่ง

 

ขอบคุณทุกคอมเม้นมากครับสำหรับตอนนี้ แม่งยากที่สุดตั้งแต่แปลมาละ ห

ากไม่มีคอมเม้นพวกท่านผมคงขี้เกียจไปเลย กว่าจะแปลเสร็จไม่รู้เมื่อไหร่เหมือนกัน แง้มดูตอนต่อไปมันก็พอๆกัน ฮ่าๆๆ

#ยังไงอ่านแล้วฝากคอมเม้นติชมด้วยครับ ถือเป็นการให้กำลังใจ

ช่วงภาษาจีนตอนละนิดชีวิตประจำวัน ตอนนี้เสนอคำว่า

洗澡(xǐzǎo) สีจ่าว แปลว่า อาบน้ำ

今天你没有洗澡吧?(jīn tiān nǐ méi yǒu xǐzǎo ba) จินเทียนหนี่เหมยโหย่วสีจ่าวปา แปลว่า วันนี้คุณไม่ได้อาบน้ำล่ะสิ

洗澡了吗?(xǐ zǎo le ma) สีจ่าวเลอมา แปลว่า อาบน้ำหรือยัง

我还没洗澡(wǒ hái méi xǐ zǎo) หว่อไหเหมยสีจ่าว แปลว่า ฉันยังไม่ได้อาบน้ำ

ที่มา:

(0 votes) 0/5
ตอนที่แล้วตอนต่อไป
comments