I-Here.info [ไอ้-เหี้ย ดอท อินโฟ]

GSDZ (盖世帝尊) ตอนที่ 31 อันดับหนึ่งเขตสิบ

| GSDZ (盖世帝尊) | 730 | 1371 วันที่แล้ว
ตอนที่แล้วตอนต่อไป

แปลไทย : XiaoeyuGao

มีบางคนคิดว่าคงตาฝาดไป เพราะว่ากองเหรียญสอบนี้ดูแล้วต้องมีอย่างน้อยหนึ่งพันเหรียญ ทว่าเด็กคน นี้มองดูแล้วอายุยังไม่ถึงสิบห้าเลยด้วยซ้ำ แล้วเหตุใดมันถึงล่าเหรียญสอบมาได้มากมายถึงเพียงนี้ ?

ภายใต้สายตาจำนวนมากที่จ้องไปที่กองเหรียญสอบอย่างไม่วางตา ‘เยว่อวิ้น’ก็สูดลมหายใจเย็นเข้าลึก ก่อนอดไม่ได้ที่จะพูดออกมาว่า

“ ไม่อยากจะเชื่อเต้าหลิงล่าเหรียญมาได้มากถึงเพียงนี้ หรือว่ามันทะลวงขั้นพลังแล้ว ? ”

“ โอ้ มารดาของข้า นี่ข้าฝันไปหรือไม่ ”

‘เถาคังหนิง’หยิกไปที่ต้นขาของมันอย่างแรง สีหน้าฉายแววดีอกดี ใจอย่างยิ่ง นี่คืออันดับหนึ่งของเขตสิบ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสำนักชิงซานจะมีคนได้ลำดับที่หนึ่ง ความหมายของมันช่างล้ำลึกยิ่งนัก ในขณะที่มันกำลังดีอกดีใจอยู่นั้น ปรากฏสายตาที่ตกตะลึงของ’หัวจื้อเฉิง’เหล่มองมาแวบหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะดังลั่น

“ สถานการณ์พลิกผันจริงๆ ฮ่าฮ่าฮ่า… ”

สีหน้าของเด็กหนุ่มชุดขาวดูย่ำแย่เป็นอย่างยิ่ง นัยน์ตาฉายแววทั้งโกรธทั้งอับอาย เมื่อครู่มันพึ่งจะพูดไปเองว่า’เต้าหลิง’เอาแต่ซ่อนตัว ทว่าตอนนี้’เต้าหลิง’กลับเอาเหรียญสอบจำนวนมากออกมา นี่ก็เท่ากับว่ามันโดนหักหน้าท่ามกลางฝูงชนอีกแล้ว

ปรากฏวิหกสีแดงฉานตัวหนึ่งกำลังลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ วิหกขนเพลิงอยากจะร้องไห้ออกมาจริงๆ เหรียญสอบที่มันอุตส่าห์ยอมลำบากอดหลับอดนอนตามล่าหามาได้ ทั้งหมดล้วนอยู่ที่นี่ ตามจริงแล้วอันดับที่หนึ่งควรจะเป็นของมันมากกว่า !

“ ไม่อยากเชื่อว่าเป็นมัน ”

‘กันเหยา’ตกตะลึง มันรู้ถึงพลังของ’เต้าหลิง’ดี อยากมากก็แค่ติดลำดับหนึ่งในร้อย แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะสามารถชิงลำดับหนึ่งมาครองได้ นี่ทำให้นางรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก

“ ไอ้ขยะ มันจะเป็นไปได้อย่างไร ? ”

สีหน้าของ’หวังจวิ้นอี้’ดูย่ำแย่ทันที เดิมทีมันคิดว่าไอ้เด็กนี่เป็นเพียงหินริมทางที่มันเดินผ่านเท่านั้น ทว่าตอนนี้มิใช่แล้ว มันได้อันดับที่หนึ่ง อีกทั้งยังช่วย’กันเหยา’ไว้ แล้วอย่างนี้จะวิธีไหนบ้างที่จะขัดขวางไม่ให้มันเข้าใกล้นางได้ ?

(แก้ชื่อจากหวังชานอี้ในตอน22 เป็นหวังจวิ้นอี้)

“ ทั้งหมดนี่เจ้าหามาคนเดียวรึ ? ”

ผู้อาวุโสซุนเซี่ยงซานมองไปที่ใบหน้าละอ่อนของ’เต้าหลิง’ สีหน้าของ มันดูตกตะลึงเป็นอย่างมาก มันไม่คิดเลยว่าอันดับที่หนึ่งเขตสิบจะเป็นเพียงเด็กคนหนึ่งเท่านั้น เต้าหลิงเกาหัว ก่อนจะพูดเบาๆขึ้นว่า

“ มีวิหกน้อยใจกว้างตัวหนึ่งให้ข้ามา มันเป็นเรื่องบังเอิญน่ะขอรับ ”

“ ไม่นะ.. ”

วิหกขนเพลิงตัวสั่นเทา พริบตาเดียวมันก็ล่วงลงมาจากฟากฟ้า ก่อนสำรอกโลหิตคั่งค้างออกมา มันโกรธเสียจนทั่วร่างสั่นสะท้าน ไอ้เด็กนั่นมันพูดออกมาได้อย่างไร้ยางอาย บอกว่าข้าใจกว้างให้มันอย่างนั้นรึ ? เห็นแน่ชัดอยู่แล้วว่าเป็นเจ้าขโมยของข้าไป !

ผู้คนต่างตกตะลึง เรื่องบังเอิญนี้มันจะเหลือเชื่อเกินไปแล้ว เพราะว่าการได้ลำดับที่หนึ่งจะได้สิทธิประโยชน์มากมาย ในใจของพวกมันล้วนรู้สึกไม่เป็นธรรม อยากจะชิงเหรียญพวกนั้นมาเป็นของตนใจจะขาด

“ เป็นไปไม่ได้ ! ”

สีหน้า’หวังย่า’ดูย่ำแย่ถึงขีดสุด โกรธจนตัวสั่นสะท้าน ‘เต้าหลิง’มันได้อันดับที่หนึ่ง? ไอ้เทพนิทราประจำสำนัก ? ไอ้ขยะที่เพ้อฝันอยากได้ข้าเป็นผู้หญิงของมัน ? ไอ้คนที่ถูกข้าฆ่าไปแล้วครั้งหนึ่งแต่กลับมีชีวิตรอดกลับมาได้ อีกทั้งยังติดลำดับหนึ่งในสิบศิษย์ใหม่สำนักซิงเฉิน ?

จิตใจของนางสับสนไปหมด สีหน้าดูไม่ออกเลยว่าเคียดแค้นหรืออัปลักษณ์ หากตอนแรกนางยังคงรักษาความสัมพันธ์กันต่อ จนถึงตอนนี้เรื่องราวจะเป็นอย่างไรกัน ? ฝ่ามือกำแน่น ในขณะที่นางกำลังหวาดผวาอยู่นั้น นางก็สะดุ้งเฮือกขึ้นมา ถ้าเช่นนั้น’หวังหลิ่ง’กับ’หวังจวิ้นเฟย’อยู่ไหนล่ะ ?

“ หรือว่าไอ้ขยะนี่จะฆ่าพวกมัน ? ”

นางแผดเสียงดังขึ้นในใจ หาก’เต้าหลิง’ได้ลำดับที่หนึ่งของเขตสิบ เช่นนั้นทุกอย่างก็ชัดเจนแล้ว เพราะว่า’หวังหลิ่ง’กับ’เต้าหลิง’ก็เป็นศัตรูคู่อาฆาตกัน ว่าแต่มันจะกล้าถึงขนาดนั้นเชียวหรือ ? สีหน้าของ’หวังจวิ้นอี้’เริ่มเคร่งเครียด

การสอบครั้งนี้น้องชายของมัน’หวังจวิ้นเฟย’ก็เข้าร่วมสอบด้วยเช่นกัน อีกทั้งมันยังให้กำไลมิติแก่’หวังจวิ้นเฟย’ไปยืมใช้อีกด้วย บ้าเอ๊ย ไปอยู่ไหนกัน ! กำไลมิติเป็นของที่ล้ำค่าเป็นอย่างมาก ทั้งยังเป็นของที่ผู้อาวุโสในตระกูลมอบให้มัน หรือว่ามันจะหายไปแล้ว ?

“ ไม่ว่าเจ้าเด็กหนุ่มคนนั้นจะได้เหรียญมาอย่างไร แต่มันก็เข้าสำนักซิงเฉินได้แล้ว อีกทั้งยังติดลำดับหนึ่งในสิบศิษย์ใหม่ ทำให้ได้รับสิทธิประโยชน์มากมาย ภายภาคหน้าความสำเร็จของมันจะต้องยิ่งใหญ่แน่ ”

“ ไม่ผิด แม้ว่ามันจะด้อยกว่าผู้สืบทอดตระกูลใหญ่ๆอยู่บ้าง แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังได้รับทรัพยากรจำนวนไม่น้อย จำเอาไว้ให้ดีจะต้องผูกมิตรกับมันให้ได้  ”

ผู้คนโดยรอบเริ่มพูดคุยกัน กำชับศิษย์ของตนให้ผูกมิตรกับมัน เพราะว่าคนที่ติดลำดับหนึ่งในสิบจะได้รับของรางวัลมากมาย และรางวัลที่ประกาศเมื่อครู่นั้นเป็นเพียงรางวัลเบื้องต้นเท่านั้น ที่นี่เองก็มีคนจากตระกูลใหญ่ๆจำนวนมากซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อนอยู่ด้วย พวกมันล้วนเป็นคนจากตระกูลขุนนางตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์

หรือไม่ก็เป็นบุตรผู้ภาคภูมิแห่งสวรรค์จากชาติวงศ์ใหญ่ๆ ซึ่งพวกมันล้วนมาเพื่อห้องโถงแห่งสำนักซิงเฉินกันทั้งสิ้น และทางสำนักซิงเฉินได้เชิญพวกมันให้เข้ามาเป็นกรณีพิเศษ ดังนั้นการสอบครั้งนี้พวกมันจึงไม่จำเป็นจะต้องเข้าร่วม ห้องโถงแห่งสำนักซิงเฉินเป็นสถานที่ลับแห่งหนึ่ง

ทุกครั้งที่เปิดมันออกก็จะดึงดูดอัจฉริยะจำนวนมากให้มาที่สำนักซิงเฉิน และตามที่ได้ยินมา ‘ อู่ตี้ ’ ก็มาที่นี่ด้วยเช่นกัน  ! เพราะว่าวิชาเปลี่ยนทิศดารานั้นมีความน่ากลัวเกินเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในเจ็ดสิบสองยอดวิชามหัศจรรย์ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกเก็บรักษาอยู่ในตระกูลขุนนางสมัยดึกดำบรรพ์บางตระกูลเท่านั้น

“ สำนักซิงเฉินก็เป็นขุมพลังขนาดใหญ่ ทั้งยังก่อตั้งขึ้นตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ พวกมันจะรู้ข้อมูลเกี่ยวกับกายนักปราชญ์บุพกาลหรือป่าวนะ ? ”

‘เต้าหลิง’ครุ่นคิดไปมา มันค่อนข้างที่จะสนใจคุณสมบัติร่างกายของตนว่าคืออะไรกันแน่ เรื่องนี้นอกจากมันแล้วก็คงไม่มีใครตอบได้

“ หวังว่าจะหาข้อมูลของมันเจอ ”

‘เต้าหลิง’เดินเข้ามาในฝูงชน ผู้คนหนึ่งพันคนกำลังยืนอยู่ด้วยจิตใจที่ฮึกเหิม พวกมันจำนวนมากล้วนดีอกดีใจเป็นอย่างมาก

“ เอาล่ะ ตอนนี้ก็ไปที่สำนักซิงเฉินกับข้า ไปรับเหรียญสถานะแล้วก็ของใช้นิดหน่อย ”

‘ผู้อาวุโสซุนเซี่ยงซาน’สะบัดแขนเสื้อเล็กน้อย พาผู้คนกลุ่มหนึ่งเดินทางไปที่สำนักซิงเฉินทันที  ผู้คนที่เหลิออยู่ล้วนส่ายหน้าถอนหายใจออกมา ปีนี้สอบเข้าสำนักซิงเฉินไม่ได้ ก็ต้องรอให้ถึงปีหน้าถึงจะมาสอบใหม่ได้ เมืองชิงโจวอยู่สุดแดนตะวันตก ทำให้ทัศนียภาพไม่เหมือนกับสถานที่อื่นๆบางสถานที่ ที่นี่มีเทือกเขาไร้บรรจบอยู่

ทั้งยังมีเขาวิญญาณตั้งตระหง่านอยู่จำนวนมาก ทำให้ผู้เข้าสอบจำนวนมากล้วนแปลกใหม่ มองดูแล้วที่นี่เหมือนกับตั้งอยู่ในภูเขายักษ์อย่างไรอย่างนั้น

“ เห็นเขาวิญญาณพวกนี้หรือไม่ ? ”

ผู้อาวุโสซุนเซี่ยงซานชี้ไปที่ยอดเขา ก่อนกล่าวอย่างภูมิใจเล็กน้อยว่า

“ เขาวิญญาณเหล่านี้ส่วนใหญ่อยู่มาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ คนรุ่นก่อนของสำนักซิงเฉินได้ย้ายพวกมันมาอยู่ที่นี่ เขาทุกลูกล้วนไม่ธรรมดา สามารถนำมาหลอมเพื่อสร้างเป็นของล้ำค่า ! ”

“ ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ”

‘เต้าหลิง’ใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม ไม่อยากจะเชื่อว่าเขาวิญญาณพวกนี้จะสามารถนำมาหลอมเพื่อสร้างเป็นของล้ำค่าได้ เดาว่ามันต้องซึมซับพลังบริสุทธิ์มานานมากแล้วแน่ๆ พลังฟ้าดินของที่นี่เปี่ยมล้นกว่าที่เมืองชิงโจวเสียอีก โดยเฉพาะยอดเขาที่ตั้งตระหง่านเสียบเมฆขึ้นไป เปล่งประกายแสงออกมา

ภายในหมอกเมฆปรากฏเงาคนขยับร่าง สิ่งก่อสร้างด้านบนเต็มไปด้วยวิหารหลากหลายรูปแบบ ปรากฏน้ำพุโพยพุ่งขึ้นทั่วทุกหนแห่ง มีสัตว์วิญญาณที่พบหาได้ยากในโลกภายนอกกำลังเดินเตร่อยู่ในแปลงโอสถ ด้านในแปลงเป็นโอสถโบราณจำนวนมากเปล่งแสงออกมา

ทำให้’เต้าหลิง’ต้องเบิกตากว้าง โอสถพวกนี้ล้วนเป็นพืชล้ำค่า ไม่คิดเลยว่าสำนักซิงเฉินจะมีมันมากมายขนาดนี้

“ นั่นอะไร ? ”

มีคนกล่าวขึ้นอย่างตะลึง สายตาก็เพ่งมองเข้าไป บนท้องฟ้าปรากฏแม้น้ำดารากำลังแล่นไหล เหมือนกับแม่น้ำสีเงินที่กลับตาลปัตรด้าน ดาวบางดวงก็แสงริบหรี่ บ้างก็กระพริบส่องแสง ปรากฏการณ์นี้ดูน่าหวาดกลัวยิ่ง หรือแม้กระทั่งมีเงาคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ใต้แม้น้ำดารา ดูดกลืนพลังของดวงดาว ในช่วงจังหวะหายใจเข้าออก โดยรอบล้วนสั่นไหว ดูแล้วมีพลังสุดๆ !

“ มีคนกำลังดูดกลืนพลังของดวงดาวอยู่ด้วย ข้าได้ยินมาว่าพลังดวงดาวสูงส่งอย่างมาก และก็มีประโยชน์ต่อขั้นซึมซับวิญญาณสุดๆ ”

ผู้คนในกลุ่มตื่นตะลึง ปรากฏเสียงพูดคุยกันเกรียวกราว ใจพวกมันอยากจะไปฝึกที่นั่นอย่างมาก

“ นั่นเป็นสถานที่สำคัญของสำนักซิงเฉิน พลังจากดวงดาวเหล่านี้จะต้องใช้วิธีการที่พิเศษในการดูดกลืนมันเท่านั้น ”

‘ซุนเซี่ยงซาน’หัวเราะฮ่าฮ่าดังลั่นอย่างภูมิใจ ได้ยินดังนั้นคนที่ด้อยประสบการณ์ส่วนหนึ่งถึงกับตกตะลึง คนที่มาจากตระกูลใหญ่ๆอีกส่วนหนึ่งยังต้องอิจฉา หากสามารถฝึกฝนกลางแม้น้ำดาราได้ซักช่วงระยะหนึ่ง คงจะส่งผลดีต่อตนเองไม่น้อย

“ ท่านผู้อาวุโส คนที่ฝึกฝนอยู่กลางแม่น้ำดาราคือใครหรือขอรับ ข้ารู้สึกได้ว่ามันแข็งแกร่งอย่างมาก? ”

สตรีใบหน้างามคนหนึ่งถามขึ้น  สายตาจำนวนมากมองไปที่บุคคลที่ยืนอยู่ใต้แม่น้ำดารา ทั่วร่างมันโอบล้อมไปด้วยแสงสีเงิน ร่างกายของมันราวกับดวงดาวขนาดใหญ่ ปลดปล่อยคลื่นพลังที่น่ากลัวออกมา !

“ คนนี้คืออัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งทวีปชิง ชิงอี้เฟย ! ”

‘ซุนเซี่ยงซาน’เปิดปากหัวเราะเหอะเหอะออกมา นี่ก็แสดงให้เห็นได้ว่าสำนักซิงเฉินแข็งแกร่งถึงขนาดไหน เพราะขนาดอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งทวีปชิงยัง  ฝึกฝนในสำนักนี้ ก็คงไม่ต้องพูดถึงศิษย์คนอื่นว่าจะโดดเด่นถึงเพียงไหน

‘เต้าหลิง’ตื่นตะลึง สายตาก็มองสำรวจขึ้นไป นี่น่ะหรือบุคคลที่เล่าลือกันในทวีปชิง มันเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเมื่อนานมาแล้ว แต่ไม่คิดเลยว่าตอนนี้จะได้มาเห็นกับตาตัวเอง ช่างสมคำล่ำลือจริงๆ

“ ที่แท้มันก็คือชิงอี้เฟย พลังของมันน่ากลัวจริงๆ ดีที่มันเป็นแนวหน้าให้กับทวีปของพวกเรา ”

“ ข้าได้ยินมาว่าชิงอี้เฟยสามารถประมือกับอัจฉริยะในทวีปอื่นๆได้ ภายภาคหน้ามันจะต้องเป็นคนใหญ่คนโตระดับโลกแน่ และข้าก็ยังได้ยินมาอีกว่ามันได้เรียนยอดวิชามหัศจรรย์มาอีกหนึ่งด้วย ”

ผู้คนจำนวนมากล้วนมองไปที่เงาใต้แม่น้ำดาราด้วยแววตาหวาดกลัวและเคารพ ก่อนเริ่มพูดคุยกันด้วยความอิจฉา ใครๆก็รู้กันดีว่า’ชิงอี้เฟย’มีพละกำลังมหาศาลถึงห้าหมื่นจินในขั้นพลังกาย ทั้งยังมีความสามารถในการรบที่สูงสุดขีด น้อยคนนักที่จะมาถึงในระดับนี้ได้

อีกทั้ง’ชิงอี้เฟย’ยังเป็นกายจักรพรรดิ ก็ยิ่งทำให้มันน่ากลัวขึ้นไปอีก กายของมันแข็งแกร่งไม่ด้อยกว่าสัตว์อสูรดึกดำบรรพ์เลยทีเดียว นอกจากนี้การฝึกฝนพลังของมันในตอนนี้ก็ดูน่ากลัวอย่างยิ่ง ทำให้ทิ้งห่างอัจฉริยะคนอื่นไปไกล และมันยังสามารถพัฒนาต่อไปได้อีกไกล

ในโลกใบนี้อัจฉริยะมิได้น่ากลัว แต่ที่น่ากลัวก็คือพลังที่แข็งแกร่งของพวกมันต่างหาก !

“ แม่น้ำดารานั่นเป็นสถานที่สำคัญ พวกเจ้ามีวาสนาเมื่อไหร่ก็จะได้ไปฝึกที่นั่นเอง ”

จากนั้น’ซุนเซี่ยงซาน’ก็กล่าวอธิบายต่อว่า

“ คนที่ติดลำดับหนึ่งในสิบในครั้งนี้ หากทะลวงถึงขั้นซึมซับวิญญาณแล้วก็จะสามารถไปฝึกที่นั่นได้สิบวัน ! ”

เสียงดังกล่าวทำให้โดยรอบฮือฮาขึ้นมา สายตาจำนวนมากจ้องไปที่คนทั้งสิบที่ถูกเลือกด้วยแววตาอิจฉาอย่างมาก นัยน์ตาทั้งสองของวิหกขนเพลิงฉายแววขมขื่นออกมา สิทธิประโยชน์พวกนี้ตามจริงแล้วต้องเป็นของมันต่างหาก มีคนเม้มริมฝีปากแล้วพูดขึ้นว่า

“ ได้ยินว่าพลังที่ตื่นขึ้นในขั้นซึมซับวิญญาณมีส่วนเกี่ยวข้องกับพลังภายนอกด้วยนะ ”

“ ที่พูดมาก็ไม่ผิด ขั้นซึมซับวิญญาณนั้นเป็นการที่ร่างกาย วิญญาณและฟ้าดินหลอมรวมกัน ยิ่งพลังที่หลอมรวมเชื่อมต่อถึงกันมากเท่าไหร่ พลังที่ตื่นขึ้นมาก็จะยิ่งน่ากลัวมากเท่านั้น ”

‘ซุนเซี่ยงซาน’พยักหน้า คำพูดของมันทำให้สายตาโดยรอบเต็มไปด้วยความอิจฉา นี่เป็นสิทธิประโยชน์ที่ดีมากเลยทีเดียว เพราะว่ามันจะเชื่อมโยงไปถึงการพัฒนาพลังในขั้นซึมซับวิญญาณด้วย  เวลานี้พวกมันก็มารวมกันอยู่ที่เขตการลงทะเบียนเข้าสำนัก

‘เต้าหลิง’และอีกเก้าคนได้สิทธิขึ้นไปลงทะเบียนก่อน มันได้เหรียญสีเงินมาหนึ่งเหรียญและก็ได้รางวัลสำหรับการสอบครั้งนี้มาด้วย

“ ในที่สุดมันก็มาอยู่ในมือข้าซะที ”

ในใจ’เต้าหลิง’รู้สึกทั้งตกใจและดีใจ ตอนนี้มันมีผลทงหลิงสองลูก และโอสถเม็ดซึมซับวิญญาณจื่อซินอีกหนึ่งเม็ด ทะลวงเข้าสู่ขั้นซึมซับวิญญาณเมื่อไหร่ พลังจะต้องเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดแน่ ส่วนการไปเลือกวิชามหัศจรรย์ที่หอคัมภีร์ลับมันยังไม่รีบร้อนเท่าไหร่

ตอนนี้พลังของยังมันน้อยเกินไป รอจนทะลวงสู่ขั้นซึมซับวิญญาณก่อนค่อยไปเลือกหา เพราะว่าวิชามหัศจรรย์นั้นจำเป็นต้องมีพลังที่มากพอถึงจะควบคุมมันได้

“ ให้วิญญาณเตียวรออยู่ในห้องแล้วกัน ไปหอคอยทงหลิงด้วยกันคงจะไม่สะดวก ”

‘เต้าหลิง’ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนหมุนร่างแล้วเดินออกไป สำนักซิงเฉินนั้นให้สิทธิลำดับหนึ่งในสิบมากเป็นพิเศษ เวลาทุกอย่างสามารถจัดสรรเองได้ ดังนั้นเต้าหลิงจึงคิดที่จะไปฝึกฝนที่หอคอยทงหลิงก่อน

ภาษาจีนวันละนิดชีวิตประจำวัน ตอนนี้เสนอคำว่า

快 (kuài) คว้าย แปลว่า เร็ว

ตัวอย่างการใช้

快点 (kuài diǎn) คว้ายเตี่ยน แปลว่า เร็วหน่อย

快来  (kuài lái) คว้ายไหล แปลว่า รีบมา

ที่มา:

(0 votes) 0/5
ตอนที่แล้วตอนต่อไป
comments