I-Here.info [ไอ้-เหี้ย ดอท อินโฟ]

GSDZ (盖世帝尊) ตอนที่ 33 อักขระสีทอง

| GSDZ (盖世帝尊) | 668 | 1371 วันที่แล้ว
ตอนที่แล้วตอนต่อไป

แปลไทย : XiaoeyuGao

กลางเมืองชิงโจว ปรากฏหอคอยทงหลิงตั้งตระหง่าน โอบล้อมไปด้วยแสงสีเขียวมรกตตก พลังงานตกลงมาเป็นดั่งแม่น้ำสายยาวจำนวนมาก ทั้งยังแฝงไว้ด้วยเสียงครืนๆดังขึ้นกลางอากาศทั่วหอคอย พลังชีวิตเอ่อล้นพรั่งพรูออกมา อานุภาพยิ่งใหญ่มหาศาล มองสูงขึ้นไปชั้นเก้า

ดูศักดิ์สิทธิ์และสง่าน่าเกรงขาม มันดูดซับพลังบริสุทธิ์ฟ้าดินอยู่ตลอดเวลา นับวันมันยิ่งน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังปรากฏเป็นอักขระผืนใหญ่ออกมา ดูลึกลับเป็นอย่างมาก มีผู้แข็งแกร่งบางคนกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่กลางพื้นที่ว่างเพื่อฝึกบรรลุอักขระ ดูได้ประโยชน์ไม่น้อย

“ ข้ารู้สึกว่ายิ่งอักขระพวกนี้ล้ำลึกมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งยากจะเข้าใจอย่างถ่องแท้มากเท่านั้น หากสามารถบรรลุมันได้อย่างถ่องแท้ ก็จะได้วิชามหัศจรรย์ไป ”

ผู้อาวุโสที่นั่งอยู่คนหนึ่งกล่าวเสียงค่อย แต่เพียงแค่นั้นก็ทำให้มวลอากาศสั่นไหว

“ อักขระพวกนี้สามารถบรรลุได้ด้วยหรือ ? ”

ในตอนที่’เต้าหลิง’มาถึงหอคอยทงหลิงก็ได้ยินพอดี มันตกใจพักหนึ่ง สายตาก็มองสำรวจไปยังอักขระสีทอง ตอนนี้มันยังขาดวิชามหัศจรรย์อยู่พอดี ไม่คิดเลยว่าจะมีอยู่ที่นี่ด้วย

ในตอนสอบเข้าสำนักซิงเฉิน มันได้สัมผัสถึงความน่ากลัวของวิชามหัศจรรย์อย่างถ่องแท้ ตอนนั้นมันก็เกือบจะเสียท่าแล้วเหมือนกัน สำหรับโลกยุทธ์ที่อันตรายแห่งนี้ มันจึงต้องรีบแข็งแกร่งขึ้นโดยเร็ว   ผู้คนโดยรอบหอคอยทงหลิงต่างถอนหายใจออกมา อักขระสีทองนี้ล้ำลึกเกินไป

เว้นแต่จะเป็นผู้แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะเข้าใจมันได้ มีคนที่นั่งข้างๆอยู่ตอบขึ้นมาว่า

“ ไม่ผิด ข้าก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน ภูมิหลังของหอคอยนี้ลึกลับเกินไปจริงๆ ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเกิดมาได้อย่างไร ข้ากังวลว่าซักวันหนึ่งมันอาจจะหายไปก็ได้ ! ”

“ ข้าก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน หอคอยนี้นับวันยิ่งไม่ธรรมดา หากมีคนสามารถนำมันไปได้ จะต้องเป็นของที่ล้ำค่าสุดๆแน่ ”

ปรากฏเงาจำนวนหนึ่งกระพริบอยู่กลางพื้นที่ว่าง ทั่วทั้งร่างปรากฏเป็นรูปร่างอักขระสีทองออกมา โอบล้อมไปด้วยคลื่นพลังที่น่าหวาดกลัว ผู้คนจำนวนมากล้วนถอนหายใจ แม้ว่าพวกมันจะฝึกฝนพลังมาสูง แต่ว่าการจะขึ้นไปถึงชั้นเก้าได้ก็ยากเกินไป มีคนจำนวนมากคาดเดาว่าหากสามารถขึ้นไปถึงชั้นสิบได้ก็จะได้หอคอยทงหลิงไปครอง

แต่น่าเสียดายตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์จนถึงตอนนี้ยังไม่เคยมีใครขึ้นไปถึงเลย ขณะนี้’เต้าหลิง’กำลังมองสำรวจไปยังอักขระสีทอง ราวกับกำลังมองดูมหาสมุทรสีทองที่กว้างใหญ่ไพศาลไร้ที่สิ้นสุด ทั้งยังอัดแน่นไปด้วยอักขระสีทองลึกลับ บางที่ก็ดูหนาแน่น บางที่ก็เรียงกันสวยงาม

ลำดับขีดเขียนจากสั้นไปยาว จากยาวไปสั้น มารวมกันกลายเป็นภาษาหนึ่ง หลังจากมองดูได้อยู่พักหนึ่ง ‘เต้าหลิง’ก็เดินมุ่งหน้าไปที่ศิลามหาเทพยุทธ์  รอบๆศิลามหาเทพยุทธ์มีคนอยู่จำนวนหนึ่ง พวกมันล้วนอยากจะสลักชื่อลงบนนั้นกันทั้งสิ้น ยิ่งมองขึ้นไปสูงเท่าไหร่ก็จะยิ่งน่ากลัวมากเท่านั้น

ราวกับมีพระอาทิตย์สีทองคุโชนกำลังหมุนตัวอยู่ คนรุ่นก่อนต่างเล่าลือบอกต่อคนรุ่นหลังว่า นี่คือเกียรติยศและศักดิ์ศรี เมื่อใดที่พวกมันได้รับการยอมรับจากศิลามหาเทพยุทธ์ เมื่อนั้นก็จะได้สลักชื่อลงบนนั้น

“ ไม่รู้ว่าองค์หญิงน้อยจะได้ของล้ำค่าอะไรจากศิลามหาเทพยุทธ์ไป ”

คนหนึ่งถอนหายใจยาว ในตอนที่’กันเหยา’ได้ของล้ำค่ามามันก็จ้องตาเป็นมัน อยากจะรู้จริงๆว่ามันคืออะไรกันแน่    ‘เต้าหลิง’ก็เดินเตร่มาจนถึงที่นี่ เสื้อสีขาวมันสะบัดไปมา ผมยาวปลิวไสว แหงนหน้ามองขึ้นไป สายตาจ้องมองไปที่อันดับที่หนึ่งอย่างใจจดจ่อ

ท้องฟ้าส่งเสียงครืนดังออกมา บังเกิดกลุ่มธาตุอากาศที่สลัว อักขระขนาดใหญ่ปรากฏตัวขึ้น เสียงฟ้าแลบฟ้าร้องดังสนั่นเปรี้ยงเปรี้ยง ท้องฟ้าฉีกขาดออก นี่ก็คือปรากฏการณ์บุกเบิกฟ้านั่นเอง !

ปรากฏเงาหนึ่งเดินออกมาจากธาตุอากาศสลัว มวลอากาศสั่นสะเทือนเลือนลั่น มองเห็นรูปร่างไม่ชัดเท่าไร ราวกับเทพเจ้าที่เดินออกมา มองกราดลงมายังพื้นดินสุดลูกหูลุกตา

พลังน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง ! พลังที่น่ากลัวกดทับลงมือ ทั่วร่าง’เต้าหลิง’สั่นสะท้าน แต่ทว่าครั้งนี้ไม่เหมือนกับเมื่อหลายวันก่อนที่ไม่กล้าเผชิญหน้า มันแหงนหน้าจ้องไปยังเงาที่เดินออกมาจากธาตุอากาศสลัว ภายในร่างระเบิดคลื่นพลังที่ดุดันพุ่งทะลักออกมา พลังสีทองระเบิดขึ้นภายในร่าง

ร่างของมันเปล่งแสงสีทองจ้าสว่างไสวออกมา ผมยาวปลิวไสวไปมา ดวงตาทั้งสองหรี่มอง ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกหวาดกลัว และในขณะเดียวกันมันก็รู้สึกคุ้นเคยกับพลังนี้เป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่รู้ว่าไปเคยเจอที่ไหนมาก่อน ร่างของมันเปล่งรัศมีสีทองออกมา ภายในกล้ามเนื้อทุกๆมัดราวกับมีพลังลึกลับกำลังตื่นขึ้น

ก่อนจะกำราบพลังของชื่ออู่ตี้ที่กดทับลงมา

“ เหมือนกับว่าเคยเจอมันที่ไหนซักที่ ? ”

‘เต้าหลิง’ขมวดคิ้วขึ้น ก่อนกล่าว คำพูดของมันทำให้ผู้คนโดยรอบต้องตกตะลึง ก่อนชายหนุ่มคนหนึ่งจะพูดกลั้วหัวเราะขึ้นว่า

“ มันบอกมันเคยเจออู่ตี้อย่างนั้นรึ ? ข้าอยากจะขำให้ตายจริงๆ อู่ตี้เป็นเด็กหนุ่มที่แข็งแกร่งเป็นอันดับหนึ่งแห่งแดนลึกลับ มันเคยมาที่ทวีปชิงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น โดยปกติมันก็จะฝึกฝนอยู่แต่ในตระกูล ไม่เผยตัวออกมาโลกภายนอกหรอก  ”

“ ไอ้เจ้านี่มันบ้าหรือป่าว ? คิดจะตีสนิทกับอู่ตี้อย่างนั้นรึ อู่ตี้ไม่ใช่ว่าใครก็สามารถจะเข้าใกล้ได้ เว้นแต่จะเป็นบุตรผู้ภาคภูมิแห่งสวรรค์หรือไม่ก็นักปราชญ์สตรีที่โดดเด่นในแต่ละตระกูลเท่านั้น ถึงจะมีคุณสมบัติพอที่จะทำเช่นนั้นได้   ”

ผู้คนที่พูดขึ้นล้วนเป็นคนหนุ่มสาวทั้งสิ้น แค่นี้ก็ดูออกแล้วว่าพวกมันเคารพและยำเกรง’อู่ตี้’ขนาดไหน เพียงเห็นผู้คนโดยรอบชี้มาที่มันพร้อมกล่าวด้วยวาจาเหยียดหยาม ‘เต้าหลิง’ก็ไม่พูดอะไร ก่อนส่ายหน้าแล้วเดินไป การฝึกร่างกายให้แข็งแกร่งถึงขีดสุดเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้

ขอแค่ทำสำเร็จมันก็จะสามารถดำเนินชีวิตบนเส้นทางการฝึกฝนได้ตลอด ซึ่งมันก็เหมือนกับปลาได้น้ำนั่นแหละ

“ นายน้อยขอรับ ที่แท้ก็เป็นมันนี่เอง ไอ้เด็กนี่มันคิดจะตีสนิทกับอู่ตี้ขอรับ ไม่รู้ว่าจะเป็นตายยังไง  ”

ภายในกลุ่มคนที่กำลังมุงดู ปรากฏเด็กหนุ่มคนยักษ์ยิ้มเยาะออกมา มันรู้ดีว่า’อู่เผิงไห่’กับ’อู่ตี้’มีความสัมพันธ์เป็นเครือญาติห่างๆกัน แต่ถึงกระนั้น’อู่เผิงไห่’ก็ไม่มีสิทธิได้พบกับ’อู่ตี้’ ดังนั้นก็ไม่ต้องไปพูดถึงไอ้กระจอกนั่นเลย ย่อมไม่มีทางเป็นไปได้

“ หึ พูดยังกับคนอย่างมันจะมีสิทธิได้เจอกับอู่ตี้อย่างนั้นแหละ? ”

‘อู่เผิงไห่’มองอย่างเหยียดหยาม ก่อนหันไปมองเด็กหนุ่มหน้าตาเฉลียวฉลาดดูทรงพลังด้านข้างด้วยสายตาประจบสอพลอ แล้วกล่าวเสียงค่อยขึ้นว่า

“ น้องชาย เมื่อไม่นานมานี้ก็เป็นมันนี่แหละที่ขโมยของล้ำค่าของข้าไป ใจมันกล้าน่าดู ไม่เห็นวิหารแห่งยุทธ์เราอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย ”

เด็กหนุ่มคนนี้คือ ‘อู่หงเซิ่ง’ ด้านข้างของมันมีวิญญาณที่แข็งแกร่งสองตนติดตามมาด้วย ดูเคารพและยำเกรงเด็กหนุ่มคนนี้มาก เพราะว่ามันเป็นคนที่เคยพบหน้ากับ’อู่ตี้’มาก่อน แม้แต่’อู่เผิงไห่’ก็ไม่มีคุณสมบัติพอจะได้พบหน้ากับอู่ตี้ หรือแม้กระทั้งผู้อาวุโสก็ยังยากที่จะทำได้

แค่นี้ก็เห็นได้แล้วว่า’อู่ตี้’เป็นคนนี่มีเกียรติยศสูงส่งขนาดไหน อีกทั้งยังบ่งบอกถึงพลังของมันด้วยว่าแข็งแกร่งมากเพียงไหน

‘อู่เผิงเซิ่ง’ดูเป็นคนที่เฉลียวฉลาดและน่าเกรงขาม คิ้วปลายงอนเข้าจอน มันกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบๆว่า

“ ตอนนี้ข้าไม่มีธุระแล้ว ส่วนมันเดี๋ยวข้าจะจัดการเอง ไปกันเถอะ  ”

มันกล่าวออกมาอย่างชัดเจน ทั้งยังแฝงไว้ด้วยความโอหังเล็กน้อย แต่มันก็มีคุณสมบัติพอที่จะทำเช่นนั้น ได้ เด็กหนุ่มคนนี้เป็นคนสำคัญของวิหารแห่งยุทธ์ ภายภาคหน้าจะต้องเป็นอัจฉริยะที่ควบคุมคนได้ทุก แห่งหนแน่นอน สีหน้า’อู่เผิงไห่’ดูตื่นเต้น

ขอเพียงแค่’อู่หงเซิ่ง’ออกมือ ก็ไม่มีอะไรที่ต้องน่าเป็นห่วง มันจึงรีบพา’อู่หงเซิ่ง’เดินไปที่หอคอยทงหลิงทันที  ในชั้นที่หนึ่งมีผู้คนอยู่จำนวนมากที่สุด พลังชีวิตในชั้นนี้เบาบางเป็นอย่างมาก ทำให้ไม่พอแบ่งกับคนอื่น ‘เต้าหลิง’ก็เดินมาจนถึงชั้นที่ห้า มันดูดซับพลังชีวิตโดยรอบพร้อมกับมองสำรวจไปยังอักขระเมื่อครู่ด้วย

มันรู้สึกได้ว่าอักขระพวกนี้ดูลึกลับเป็นอย่างมาก หากสามารถสลักมันออกมาได้ ก็คงจะช่วยเพิ่มความสามารถในการต่อสู้ให้ยิ่งขึ้น มันเม้มริมฝีปาก ครุ่นคิดในใจครู่หนึ่ง ฝ่ามือพลันสั่นไหว ปรากฏพลังสีทองเอ่อทะลักออกมา

พลังกลุ่มนี้เป็นการหลอมรวมเส้นพลังจำนวนมหาศาลเข้าด้วยกัน มันเริ่มเลื้อยขยุกขยิกอยู่กลางอากาศ ก่อนจะค่อยๆก่อขึ้นเป็นอักขระสีทอง มองดูครึ้มเล็กน้อย

“ อักขระพวกนี้ยอดเยี่ยมจริงๆ หากเพิ่มความแข็งแกร่งของมันให้มากขึ้นเรื่อยๆ มันก็แข็งแกร่งพอๆกับวิชามหัศจรรย์  ”

‘เต้าหลิง’คิดขึ้นอย่างตื่นเต้น มันไม่คิดเลยว่าอักขระพวกนี้จะก่อขึ้นเป็นรูปร่างจริงๆได้

ในขณะที่มันกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น มันก็สัมผัสได้ถึงสายตาที่เย็นเฉียบจ้องมาที่ตน ทั้งยังแฝงไว้ด้วยจิตสังหารอ่อนๆ ‘เต้าหลิง’ขมวดคิ้วขึ้น ก่อนหันไปเห็นคนสองสามคนที่เดินเข้ามา สีหน้าของ’เต้าหลิง’ดูดีอกดีใจ

พอดีเลยจะได้ทดสอบพลังของอักขระเสียหน่อยว่าร้ายกาจเพียงไหน ‘อู่เผิงไห่’กำลังรอให้’เต้าหลิง’คุกเข่าร้องขอชีวิต เดิมทีมันคิดว่า’เต้าหลิง’อาจจะหวาดกลัวจนมิกล้าทำอะไร แต่ ใครจะไปรู้เล่าว่าอีกฝ่ายจะทำหน้าดีอกดีใจออกมา ทั้งยังตั้งท่าต่อสู้ มันคิดว่ามันคงตาฝาดไปแน่

สีหน้าของมันดูย่ำแย่ หรือว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะไม่หวาดกลัวมัน ?

“ หึ จะตายอยู่แล้วยังจะยิ้มอีกหรือ? ”

จากนั้นเด็กหนุ่มคนยักษ์ก็ตะโกนออกมาว่า

“ ก้มหัวยอมรับความตายซะ ! ”

เสียงดังกล่าวทำให้ผู้คนโดยรอบจำนวนมากที่กำลังตั้งอกตั้งใจฝึกฝนกันอยู่ต้องหันมามอง พวกมันดูโมโหเป็นอย่างมาก ใครกันมาโหวกเหวกโวยวายเสียงดังที่นี่ ? แต่ทว่าในตอนที่กลุ่มคนสองสามคน คำพูดที่เตรียมจะพ่นออกมาก็ต้องกลืนลงคอไปในทันที

“ คนของวิหารแห่งยุทธ์ ! ”

มีคนกล่าวขึ้น มันรู้จักคนหนึ่งในนั้น วิหารแห่งยุทธ์เป็นดินแดนลึกลับของคนยักษ์ น้อยคนนักที่จะกล้าล่วงเกินขุมพลังอำนาจนี้ และเมื่อไม่กี่ปีก่อน’อู่ตี้’ก็ได้เผยให้คนทุกหนระแห่งได้รับรู้ถึงความแข็งแกร่งของมัน ทำให้ความน่ากลัวของวิหารแห่งยุทธ์ยิ่งน่ากลัวขึ้นไปอีก

“ ไอ้เด็กนั่นซวยแน่ ไม่รู้เหมือนกันเหตุใดมันถึงล่วงเกินวิหารแห่งยุทธ์ ? มันไม่รู้ถึงบารมีของวิหารแห่งยุทธ์หรือว่ากว้างใหญ่ไพศาลกระจายไปทั่วทั้งดินแดนลับใหญ่ๆทุกที่ คนที่กล้าล่วงเกินวิหารแห่งยุทธ์ล้วนจบไม่สวยซักราย ”

“ ไม่ผิด ความเป็นมาของมันเก่าแก่ ทั้งยังมีอำนาจกว้างใหญ่ไพศาล แล้วยิ่งเป็นผู้สืบทอดตระกูลโบราณหรือเขาเทพดึกดำบรรพ์ยิ่งไม่มีใครกล้าล่วงเกิน ”

คำพูดของผู้คนโดยรอบ ทำให้สีหน้าของ’อู่เผิงไห่’ดูหยิ่งผยองขึ้นทันที จากนั้นมันจึงกล่าวขึ้นว่า

“ น้องชาย เจ้าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงกล้าขโมยของล้ำค่าจากวิหารแห่งยุทธ์ ก็ต้องตายสถานเดียว ”

“ เจ้าอย่าพูดมาก อยากจะประมือก็เร็วหน่อย เวลาของข้ามีไม่มาก ”

‘เต้าหลิง’แสยะยิ้มพูดออกมาเสียงดัง

“ รนหาที่ตาย ! ”

‘อู่หงเซิ่ง’เดินเข้ามาด้วยท่าทางน่าเกรงขาม สายตาเย็นเฉียบจ้องเขม็งไปที่เด็กหนุ่มเบื้องหน้า แล้วตะโกนออกไปว่า

“ ไป รีบไปฆ่ามันซะ ข้ายังมีธุระที่ต้องทำอีก อย่ามัวเสียเวลากับขยะเช่นมัน ”

“ ขอรับนายน้อย ”

วิญญาณสองตนที่ยืนอยู่ด้านข้างเดินออกมา ทำให้ผู้คนโดยรอบต่างตะลึง คนคนนี้จะต้องเป็นคนสำคัญของวิหารแห่งยุทธ์แน่ ถึงได้มีวิญญาณสองตนที่แข็งแกร่งเพียงนี้ติดตามมาด้วย สถานะของมันในวิหารแห่งยุทธ์จะต้องสูงมากแน่  กลางฝ่ามือของ’เต้าหลิง’ปรากฏอักขระก่อตัวออกมา

โอบล้อมไปด้วยแสงโค้งต่อกัน กระพริบปริบปริบลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ

“ ว๊ากกก ! ”

วิญญาณทั้งสองคำรามดังลั่น ผืนฟ้าฟืนดินสั่นสะเทือน หินขนาดใหญ่โดยรอบระเบิดแตกออก ปรากฏฝุ่นควันก่อตัวขึ้น ในขณะเดียวกันก็พุ่งเข้าใส่หัวของ’เต้าหลิง’ หวังจะให้ขาดในคราเดียว เต้าหลิงมองพวกมันแวบหนึ่ง ก่อนฝ่ามือจะวาดออกไปบนอากาศ ปรากฏอักขระจำนวนหนึ่งขึ้นกลางอากาศ ทุกๆตัวล้วนหนักเกินหมื่นจิน ราวกับหินที่ตกลงมาจากสรวงสวรรค์

“ อะไรกัน ? เด็กหนุ่มคนนี้ใช้อักขระในการต่อสู้ได้ ! ”

มีคนกล่าวขึ้นอย่างตะลึง สายตาก็มองเป็นมัน รู้สึกอิจฉาเล็กน้อย

“ ฝีมือกระจอก เข้ามาเลย ! ”

วิญญาณสีแดงดุจเปลวเพลิงทั่วร่างตนหนึ่งกล่าวตะโกนออกมา แขนขนาดใหญ่ของมันพุ่งออกไป หินขนาดใหญ่โดยรอบระเบิดแตกออก ก่อนอักขระจะถูกแรงอัดมอดดับหายไปกลางอากาศ วิญญาณสีเงินอีกตนหนึ่งก็พุ่งโจมตีเข้าไป ท่วงท่าดูดุดันอย่างยิ่ง ฝ่ามือสีเงินเหยียดออกไป

ปรากฏระลอกคลื่นสีเงินพุ่งออกไปด้านหน้า  นัยน์ตา’เต้าหลิง’เหล่ไปมาพักหนึ่ง กลางฝ่ามือของมันปรากฏอักขระออกมาอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันหลอมรวมกับร่างกาย ผิวหนังบนฝ่ามือของมันปรากฏอักขระสีทองขึ้น ก่อนจะพุ่งปะทะกับฝ่ามือสีเงินที่พุ่งเข้ามา

“ ตูม ! ” ปรากฏเสียงดังสนั่นลั่นฟ้าดิน

แสบแก้วหูเป็นอย่างยิ่ง ราวกับหินขนาดยักษ์สองก้อนได้ปะทะ เข้าใส่กัน ทำให้ผู้คนโดยรอบต่างปวดเยื่อหูกันเป็นแถว อักขระสีทองเปล่งแสงจ้าละลานตาออกมา ทุกๆตัวล้วนยากที่จะมอดดับไป การโจมตีของ’เต้าหลิง’ครั้งนี้รุนแรงและดุดันอย่างมาก ทั้งยังแฝงไว้ด้วยพลังของอักขระสีทองที่หนักเกินหมื่นจิน

ทำให้ฝ่ามือของ วิญญาณสีเงินระเบิดกระจายออก !

ทันใดนั้นวิญญาณอีกตนก็พุ่งเข้ามา ขาขวาของ’เต้าหลิง’พุ่งออกไป พร้อมกับปรากฏอักขระสีทองขึ้น ก่อนพุ่งเข้าใส่ร่างของมันจนเกิดเสียงตูมดังขึ้น

ทำให้แสงที่คุ้มกันร่างของมันดับลง หน้าอกของมันระเบิดแตกออก อีกทั้งอักขระสีทองยังแล่นเข้าสู่ภายในร่างกายของมันอีกด้วย !

ในขณะที่อักขระสีทองปรากฏขึ้นในร่างของมันนั้น อวัยวะภายในร่างมันทุกส่วนระเบิดแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ก่อนร่างของมันจะสั่นสะท้านแล้วตายลงทันที

_________

ยกเลิกภาษาจีนวันละนิด เพราะภาษาไทยผมอ่อนแอมาก ออกเสียงนี่ไม่รู้เลยไหนต่ำไหนสูง กลัวว่าจะออกเสียงผิดแล้วพลอยจะใช้ผิดไปด้วย

________

ที่มา:

(0 votes) 0/5
ตอนที่แล้วตอนต่อไป
comments