I-Here.info [ไอ้-เหี้ย ดอท อินโฟ]

GSDZ (盖世帝尊) ตอนที่ 41 สั่นสะเทือนทั้งเมืองชิงโจว

| GSDZ (盖世帝尊) | 791 | 1371 วันที่แล้ว
ตอนที่แล้วตอนต่อไป

แปลไทย : XiaoeyuGao

นัยน์ตา’เต้าหลิง’เย็นเรียบ บางคนก็ทำตัวน่ารำคาญ คิดจะเข้ามาหาเรื่องกันต่อ ทว่า’เต้าหลิง’ก็ไม่มีเวลาที่จะมาเล่นกับพวกมันแล้ว  พริบตาเดียวร่างของมันก็หายวับไปทันที คนร่วมหลายสิบคนนอนร้องโหยหวนอยู่บนพื้น

‘เจี้ยนเซียวเซียว’ตกตะลึง ไม่รู้ว่ามันไปเจอกับอะไรมาบ้าง ในช่วงเวลาหนึ่งเดือนกว่าที่ผ่านมา พลังของมันเพิ่มขึ้นถึงระดับที่นางยากจะคาดเดาได้ ผู้คนโดยรอบล้วนตะลึง มีบางคนร่างกายหนักอึ้ง มีอาการวิตก อานุภาพของพลังเมื่อครู่ เพียงแค่หมัด เดียวก็ซัดคนหลายสิบคนให้กระเด็นออกไปได้

หรือบางคนถึงกับร่างกายระเบิดแตกออก อานุภาพของหมัด มิอยากจะเชื่อว่ามันจะน่ากลัวถึงเพียงนี้ ! ‘อู่หงเซิ่ง’ตกใจสะดุ้งเฮือก เมื่อครู่รู้สึกราวกับยืนอยู่เบื้องหน้าของ’อู่ตี้’ ขาทั้งสองสั่นเทา ไม่กล้าตามไปเลยทีเดียว อานุภาพเมื่อครู่ทำให้มันหวาดผวายิ่ง ราวกับมองเห็นจักรพรรดิผู้สูงศักดิ์ก็มิปาน

หอคอยทงหลิงตั้งตระหง่าน ผู้คนโดยรอบเข้ามามุงดู ที่นี่เป็นพื้นที่ที่วุ่นวายที่สุดในเมืองชิงโจวแล้วตอนนี้ กลางลานว่างมีผู้อาวุโสจำนวนหนึ่งกำลังฝึกบรรลุอักขระอยู่ ทว่าบรรยากาศในตอนนี้ดูแปลกเล็กน้อย

“ แปลก เหตุใดข้าถึงรู้สึกได้ว่าอักขระกำลังอ่อนแรงลง ? ราวกับว่ามันค่อยๆหายไป ”

ผู้อาวุโสท่านหนึ่งเดินออกมาจากลานว่าง อบอวลไปด้วยพลังที่น่ากลัว ก่อนถามขึ้นอย่างประหลาดใจ

“ ข้าก็รู้สึกว่าอักขระค่อยๆหายไปเหมือนกัน ราวกับว่าพลังที่หอคอยทงหลิงปล่อยออกมากำลังอ่อนแรงลง? ”

ปรากฏเงาที่น่ากลัวอีกเงาหนึ่งขึ้น ซึ่งมันกำลังดูดซับพลังจากดวงดาวอยู่ ดวงตาหรี่ลงฉายประกาย สีหน้าดูประหลาดใจ  คนส่วนใหญ่ที่นั่งอยู่ล้วนเป็นผู้แข็งแกร่ง พวกมันรู้สึกตัวขึ้นมาพร้อมกับความสงสัยและความประหลาดใจ นี่เป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้น และนี่ทำให้พวกมันโกรธแค้นเป็นอย่างมากด้วย

เพราะว่ามีคนอยู่จำนวนมากที่ฝึกมาจนถึงช่วงเวลาที่สำคัญแล้ว ทว่าไม่คิดเลยว่าอักขระจะค่อยๆหายไป อักขระที่กำเนิดมาจากหอคอยทงหลิงแข็งแกร่งยิ่ง

ผู้แข็งแกร่งบางคนที่ฝึกบรรลุแล้วล้วนมีสภาพฟกช้ำดำเขียว ตอนนี้’เต้าหลิง’ก็ใช้มันได้เพียงผิวเผินเท่านั้น  ตามคำเล่าลือหากเข้าใจอักขระพวกนี้อย่างลึกซึ้ง มันก็จะมีอานุภาพที่ถล่มฟ้าถล่มดินได้เลย ผู้แข็งแกร่งกลุ่มหนึ่งยืนขึ้นกลางลานว่าง สายตาจ้องไปยังหอคอยทงหลิง สีหน้าดูหวาดผวายิ่งขึ้น เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว อักขระกำลังจะหายไป !

“ นี่เป็นไปไม่ได้ ข้าพึ่งออกมาจากทวีปหั่ว หอคอยนั้นยังครบถ้วนสมบูรณ์อยู่เลย แล้วเหตุใดหอคอยนี้ถึงได้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ?  ”

ผู้แข็งแกร่งคนหนึ่งพึ่งใช้เครื่องเคลื่อนย้ายมาที่นี่มีสีหน้าตกตะลึงยิ่ง ก่อนกล่าวอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง หอคอยทงหลิงนี้อยู่มาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ ยังไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น นี่ทำให้พวกมันยากจะรับได้จริงๆ

“ สวรรค์ พลังของหอคอยทงหลิงกำลังอ่อนลง นี่มันเกิดอะไรขึ้น ? ”

“ พลังในชั้นหนึ่งหายไปแล้ว นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับหอคอยทงหลิง? เหตุใดถึงไม่มีแรงกดดันอยู่เลย ”

ผู้คนกลุ่มหนึ่งเดินออกมา สีหน้าดูประหลาดใจ โดยรอบเกิดเสียงพูดคุยดังลั่นขึ้น จนก้อนเมฆบนฟ้าสั่นไหว เพราะว่าเรื่องนี้มันแปลกประหลาดเกินไป มีผู้แข็งแกร่งที่สุดอยู่คนหนึ่งได้ขึ้นไปตรวจดูก่อนหน้านี้แล้ว ผลออกมาทำให้ผู้คนล้วนตะลึง เพราะว่าเส้นทางสีทองของชั้นเก้ากำลังจะหายไปแล้ว !

“ มีข่าวมาบอก ข้าล่ะดีใจจริงๆ แรงกดดันชั้นเก้าหายไปแล้ว ! ”

ปรากฏชายหนุ่มทั่วร่างอัดแน่นไปด้วยพลังที่แข็งแกร่งเหยียบกระบี่ล้ำค่าเล่มหนึ่งลอยอยู่สูง พร้อมกับตะโกนออกมาด้วยสีหน้าดีอกดีใจสุดๆ

“ อะไรกัน ? ”

ตาแก่โดยรอบตกใจสะดุ้งเฮือก เบิกดวงตากว้างเป็นไข่มุก นี่เป็นลางสังหรณ์อะไรหรือไม่? ชั้นที่เก้ามีของที่สืบทอดกันมาอยู่ ได้ยินว่าอู่ตี้ก็ได้ของสืบทอดชั้นเยี่ยมมาจากชั้นเก้าเหมือนกัน อีกทั้งของสืบทอดยังเป็นของล้ำค่าที่ยากมากกว่าจะได้มา สาเหตุหลักก็จะเป็นเพราะว่ากฎเกณฑ์ของชั้นเก้านั่นเอง ที่ทำให้ยากจะมีคนขึ้นไปได้

ทว่าตอนนี้มันได้หายไปแล้ว แล้วจะไม่ให้มีคนคิดอยากจะขึ้นไปเอาของสืบทอดบนนั้นกันได้อย่างไร ? ภูมิหลังของสืบทอดเหล่านั้นล้วนทำให้ผู้คนตะลึง ไม่ว่าใครก็อยากจะได้ของสืบทอดบนชั้นเก้ากันทั้งสิ้น ตอนนี้ทุกคนก็เลยดีใจใหญ่

ผู้แข็งแกร่งกลุ่มหนึ่งทั่วใบหน้าเต็มไปด้วยความปีติ ล้วนอยากจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ไม่อยากให้มันหลุดรั่วออกไปเด็ดขาด คิดอยากจะครอบครองของสืบทอดบนชั้นเก้าไว้แต่เพียงผู้เดียว

“ เรื่องใหญ่แล้ว เส้นทางสีทองของชั้นสิบได้หายไป ! ”

สีหน้าของชายสามตาหวาดผวาทันที เส้นทางสีทองของชั้นสิบหายไปแล้ว นี่เป็นเรื่องที่ใหญ่ระดับฟ้าเลยทีเดียว ชั้นเก้ามีของสืบทอด เช่นนั้นชั้นสิบจะมีอะไร !

“ ไม่ดีแล้ว รีบปิดล้อมหอคอยทงหลิงเร็ว ! ”

เงาที่น่ากลัวหนึ่งปรากฏขึ้นบนหอคอยทงหลิง ดวงตาที่สามระหว่างคิ้วเปิดออกครึ่งหนึ่งส่งเสียงฟ้าร้องดังสนั่น ภายในดวงตาที่สามของมันเกิดปรากฏการณ์อย่างหนึ่งขึ้น มีดวงอาทิตย์ดวงจันทร์และดวงดาวก่อรูปออกมา !

ผู้แข็งแกร่งกลุ่มหนึ่งมารวมอยู่ด้วยกันนานแล้ว ทุกคนล้วนมีสีหน้าที่ตะลึงยิ่ง แม้ว่าพวกมันจะไม่รู้ว่าชั้นสิบมีอะไร ทว่าก็เคยมีผู้ที่แข็งแกร่งสุดยอดคนหนึ่งคาดเดาเอาไว้ว่า ด้านในนั้นจะต้องมีสมบัติล้ำค่าที่ทำให้ทั้งโลกสั่นสะเทือน !

ขณะนี้แรงกดดันบนเส้นทางสีทองหายไปแล้ว นี่ไม่ได้แสดงว่ามีคนขโมยสมบัติล้ำค่าของชั้นสิบไปแล้วหรือ ? ถึงได้ทำให้พลังคุมกฎของชั้นเก้าหายไปด้วย ? ผู้แข็งแกร่งกลุ่มหนึ่งไม่กล้าเสี่ยง ตอนนี้เรื่องนี้ยังไม่ได้แพร่งพรายออกไป ทุกคนล้วนปิดข่าวนี้กันเงียบ ยิ่งคนที่รู้ข่าวนี้น้อยมากเท่าไร ผลประโยชน์ที่พวกมันก็จะได้ก็ยิ่งมากขึ้น

“ โชคดีจริงๆ ”

‘เต้าหลิง’ยืนห่างจากหอคอยทงหลิงไกลพอสมควร สีหน้าดูหวาดผวา มันเห็นอัจฉริยะที่แข็งแกร่งวิ่งไปยังหอคอยทงหลิง เดาว่าก็คงกักพื้นที่เอาไว้ ตอนนี้ทุกอย่างดูวุ่นวายสุดๆ  มันรู้ดีว่าเรื่องนี้คงปกปิดไว้ได้ไม่นานหรอก อีกไม่นานคงจะกระจายไปทั่ว ทว่าบนชั้นเก้าก็ไม่มีของสืบทอดเหลืออยู่แล้ว ตอนนี้มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเกิดสงครามโลหิตแย่งชิงของสืบทอดกัน

“ หึ โชคดีอะไรรึ? ”

‘เจี้ยนเซียวเซียว’สวมเสื้อเกราะสีทอง รูปร่างมีส่วนเว้าโค้ง ผิวขาวหิมะเปล่งปลั่งแสงสีขาวแวววาวออกมา เดินเข้ามาพร้อมส่งเสียงหึดังขึ้น

“ เจ้ามายุ่งอะไรด้วย แล้วข้าทำอะไร ? ”

ใจ’เต้าหลิง’สั่นระรัว เด็กสาวคนนี้รู้ว่าข้าไปที่ชั้นเก้า มันจึงกล่าวน้ำเสียงประชดว่า

“ หรือว่าเจ้าจะชอบข้า ? ”

ได้ยินดังนั้น มุมปากที่ชุ่มชื่นของเจี้ยนเซียวเซียวพลันบิดเบี้ยว กระบี่ใหญ่ที่นางแบกข้างหลังสั่นไหว ก่อนจะกล่าวอย่างโกรธแค้นว่า

“ ไอ้ขี้ขโมย ยังกล้าพูดพล่อยๆอีกนะ เจ้าเชื่อหรือไม่ว่าข้าจะฉีกปากของเจ้า  ”

“ อารมณ์เจ้าร้อนเช่นนี้ ภายภาคหน้าคงมิได้แต่งงาน ”

‘เต้าหลิง’ชายตามองนาง พยามยั่วโทสะ คิดจะก่อกวนจิตใจของนาง หากเรื่องเมื่อครู่แพร่งพรายออกไป ต้องเกิดปัญญาใหญ่แน่

“ เจ้ามันคนโง่น่าขยะแขยง ! ”

‘เจี้ยนเซียวเซียว’โกรธจนตัวสั่น มือขาวสวยกำแน่น ระเบิดเสียงดังกรอบแกรบ ทว่านางฉลาด ไม่ได้ปะทะคารมกับมัน ดวงตาหนุนวนรอบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมา น้อยคนนักที่จะได้เห็นยิ้มของนาง

“ เมื่อครู่เจ้าไปที่ชั้นเก้ามา ตอนนี้หอคอยทงหลิงก็เกิดเรื่องใหญ่ขึ้น เรื่องนี้จะต้องเกี่ยวข้องกับเจ้า ”

“ พูดจาอะไรเลอะเทอะ ”

ใบหน้าเล็กของ’เต้าหลิง’เคร่งเครียดเล็กน้อย ใจสั่นระรัวราวกับรัวกลอง เด็กสาวคนนี้แข็งแกร่งมาก ย่อมมิใช่คนธรรมดา ตอนนี้มันอยากจะถอดร่างแล้วหนีไปจริงๆ

“ ข้าบอกว่าใช่ก็คือใช่ ตอนนี้หากข้าตะโกนล่ะก็ เดาว่าจะต้องมีคนเชิญเจ้าไปดื่มชาจำนวนมากแน่ ”

‘เจี้ยนเซียวเซียว’กล่าวขึ้น ทั่วร่างเอ่อแสงสีทอง นัยน์ตาปรากฏไอกระบี่ออกมา จินตนาการไม่ออกเลยว่านางได้ฝึกวิชาโบราณแบบไหนกัน

“ นี่ข้ายังไม่ได้แบ่งเซิงมิ่งเหลวให้เจ้าอีกหรือไง? ตอนนี้ถึงได้มาใส่ร้ายข้า ”

เต้าหลิงร้อนใจดั่งไฟรนก้น กลัวว่านางจะตะโกนออกไปจริงๆ ถึงตอนนั้นคงต้องเป็นเรื่องใหญ่มากแน่ ได้ยินดังนั้น ‘เจี้ยนเซียวเซียว’อยากจะระเบิดโทสะออกมาจริงๆ พูดออกมาได้ไม่อายปาก

ก่อนหน้านี้พวกมันทั้งสามต่างร่วมแรงร่วมใจกัน ผลสุดท้ายเด็กหนุ่มผมม่วงกับมันก็เอาของล้ำค่าไปหมด นางเผยให้เห็นฟันสีขาวใส ก่อนจะยิ้มเยาะพูดออกมาว่า

“ ข้าล่ะภูมิใจในตัวข้าจริงๆ หากมิใช่อยู่ที่ชั้นเก้ามาร่วมเดือนกว่า ข้าก็คงไม่รู้ความลับนี้หรอก  ”

“ ไหนเจ้าลองบอกข้าซิ ว่าอยากจะให้ข้าตะโกนหรือไม่ ”

มือสวยของนางรวบเส้นผมที่พาดอยู่บนหัวไหล่ขึ้น สายตาเหลือบมองไปยังเงาที่น่ากลัวหนึ่งกลางลานว่าง ตั้งใจจะตะโกนเรียก ‘เต้าหลิง’พลันถอนหายใจ ทั่วใบหน้าเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ท่าทางดูตื่นตระหนก นัยน์ตาดูเจ็บปวดยิ่ง เห็นดังนั้น จิตใจ’เจี้ยนเซียวเซียว’เริ่มไม่แน่ใจ รู้สึกราวกับว่ามันอาจจะทำของล้ำค่าหายไปแล้ว ลังเลซักพักก่อนถามขึ้น

“ เป็นอะไร? ”

“ อย่าพูดถึงมันเลย รู้หรือไม่ว่าข้าต้องเจอกับอะไรบ้างบนชั้นเก้านั่น ? ”

‘เต้าหลิง’ส่งสายตาเป็นนัยให้กับนาง ก่อนจะพูดอย่างซ่อนเงื่อน ความหมายก็คือให้ไปหาที่คุยกันลับๆนั่นเอง ‘เจี้ยนเซียวเซียว’พยักหน้า เหตุการณ์ที่หอคอยทงหลิงได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้นนั้นเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก นางเดินตามเต้าหลิงมายังที่ที่ไม่มีคน และก็อยากรู้ด้วยว่ามันจะพูดอะไรบ้าง

“ บนชั้นเก้าข้าไปเจอกับผู้แข็งแกร่งที่น่ากลัวอยู่คนหนึ่ง ! ”

สีหน้าของ’เต้าหลิง’ดูหวาดผวา ก่อนจะพูดโม้ต่อไปว่า

“ ข้าไม่อยากจะเชื่อว่าพลังคุมกฎชั้นเก้าจะบีบอัดร่างของมัน ”

“ เป็นไปได้อย่างไร ? ”

‘เจี้ยนเซียวเซียว’ขมวดคิ้วขึ้น คิ้วงอนเรียวสวยกระตุกเล็กน้อย ก่อนส่ายหน้าแล้วพูดว่า

“ เจ้าอย่ามาปิดบังข้า ข้าบอกเจ้าแล้วนะว่าอย่าโกหก พูดความจริงมาเดี๋ยวนี้ ”

“ จริงๆ ทว่าตอนนี้มันถูกเล่นงานไปแล้ว ”

‘เต้าหลิง’รีบพูดต่อ

“ ถูกอะไรเล่นงานรึ ? ”

‘เจี้ยนเซียวเซียว’ถามต่อ อยากรู้อยากเห็นเป็นอย่างมาก

“ ข้าไม่รู้ ”

‘เต้าหลิง’ส่ายหน้า ‘เจี้ยนเซียวเซียว’โกรธจนเกือบจะสำรอกโลหิตออกมา ก่อน’เต้าหลิง’จะรีบพูดต่อว่า

“ ทว่าข้าช่วยมันออกมาได้ มันก็เลยให้เซิงมิ่งเหลวล้ำค่าสีทองแก่ข้ามาสามหยด ! ”

“ สีทอง ! ”

นัยน์ตา’เจี้ยนเซียวเซียว’หรี่ลง ตาใสแป๋วของนางสวยชวนหลงใหล จากนั้นนางจึงรีบพูดต่อว่า

“ รีบส่งมาให้ข้าดูหน่อยว่ามันเป็นของล้ำค่าแบบไหนกัน ”

“ พวกเราก็ผ่านเรื่องร้ายๆมาด้วยกัน เซิงมิ่งเหลวนี้ข้าให้เจ้าหนึ่งหยด ”

‘เต้าหลิง’กล่าวอย่างองอาจผึ่งผาย ‘เจี้ยนเซียวเซียว’ทั้งตกใจและดีใจ ขนตายาวของนางสั่นไหว สายตามองไปยังขวดหยกหนึ่งที่อยู่ในมือของ’เต้าหลิง’ ก่อนจะคว้ามันเอาไว้ในมือ แล้วเปิดฝามันออก พลังศักดิ์สิทธ์เอ่อพุ่งทะลักออกมา

ทำให้ก้นบึ้งของหัวใจนางสั่นระรัว

“ หรือว่านี่จะเป็น เสินเหลว ? ”

นางตกใจยิ่ง สายตาจ้องเขม็งไปยังพลังงานสีทองหยดนี้ รู้สึกถึงคลื่นพลังศักดิ์สิทธิ์ ภายในราวกับมีแม่น้ำสีทองสายหนึ่งอยู่ ทั้งยังแฝงไว้ด้วยพลังชีวิตที่เปี่ยมล้นจนถึงขีดสุด ในขณะที่นางกำลังดีใจอยู่นั้น ก็รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่หัวด้านหลัง นางตากลับเป็นสีขาวก่อนล้มลงไป

ที่มา:

(0 votes) 0/5
ตอนที่แล้วตอนต่อไป
comments