I-Here.info [ไอ้-เหี้ย ดอท อินโฟ]

tsuki-ga-michibiku-isekai-douchuu ตอนที่ 22 ผมไม่ต้องการสิ่งที่เรียกว่าภาษาสากลอะไรนั่นหรอก

| Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu | 336 | 767 วันที่แล้ว
ตอนที่แล้วตอนต่อไป

” ไม่ว่าผมจะคิดยังไง เธอก็ยังเป็น ‘ผู้พิพากษาที่ชั่วร้าย’ อยู่ดี ” (มาโกโตะ)

ผมถอนหายใจยาวๆ ขณะที่กำลังมองไปยัง ‘โทโมเอะ’  ซึ่งกำลังหดตัวลงเพราะสำนึกผิดอยู่ แล้วก็มองไปยังคุณชายชุดดำซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้สติกลับคืนมาส่วน ‘มิโอะ’ นั้น.. ตอนนี้กำลังไปเก็บกวาด คนสองคน ซึ่งโดน   ‘โทโมเอะ’ ฆาตกรรมไปแล้วอยู่ผมยืนกอดอกแล้วหรี่ตามองไปยัง ‘โทโมเอะ’ ..

ส่วนข้างๆผม ก็มีใครบางคนซึ่งกำลังนั่งอยู่บนม้านั่งเธอเป็นเด็กผู้หญิง ที่ผมกับ ‘มิโอะ’ เก็บมาได้ระหว่างทางกลับมาผมจะขอพูดให้ชัดเลยนะ ผมไม่ได้พาหญิงค้าประเวณีมาด้วยหรอกนะ เข้าใจ๋?ผมก็แค่ เดินทางกลับมาพร้อมกับผู้หญิงเท่านั้นเองจะพูดว่ายังไงดีหล่ะ..

พวกเราเหมือนกำลังแสดงบทละครกันอยู่เด็กหญิงคนนี้ ก็น่าจะมีบทบาทเป็นชาวบ้านที่กำลังตกที่นั่งลำบาก

”ถ้าอย่างนั้น พวกเราขอฟังเรื่องราวของเธอหน่อยละกัน”

พวกเราพูดกับเธอแบบนั้น และจบลงด้วยการพาเธอมายังที่พักของพวกเรา… แต่ว่า..เมื่อพวกเรามาถึง.. พวกเราก็เจอกับ ‘โทโมเอะ’  ซึ่งกำลังทำสีหน้าภาคภูมิใจ ยืนอยู่ข้างหน้าทางเข้า

“ข้าไม่ได้ฆ่าหมดทุกคนน้าา นายน้อย!”

คือสิ่งที่เธอพูด..แน่นอนอยู่แล้ว.. เด็กผู้หญิงที่ผมพามาด้วย เมื่อได้ยินแบบนั้น ก็ย่อมกลัวเป็นธรรมดาผมพาเธอไปยังห้องของพวกเรา และพยายามอย่างมากที่สุด เพื่อทำให้เธอใจเย็นลงตอนที่ผมฟังสถานการณ์ทั้งหมดจาก’โทโมเอะ’ อีกครั้งดูเหมือนว่า โจรทั้งหมดจะมีอยู่ 6 คน และ ‘โทโมเอะ’ ปล่อยให้คน 3 คนหนีไปได้

มันก็ฟังดูไม่เลวร้ายเลยนะ

“เธอจับตัวได้ 3 คนสินะ?”

คือสิ่งที่ผมถามเธอเพื่อความแน่ใจ.. แต่ว่า..

” ข้าฆ่าไป 2 คน! และจับได้ 1 คน! ซึ่งตอนนี้นั่งอยู่ตรงนั้นยังไงหล่ะ! ” (โทโมเอะ)

นั้นคือสิ่งที่เธอตอบกลับมาอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวผมจำได้ว่า ผมบอก ‘โทโมเอะ’ ไปว่า

“ได้โปรดอย่าฆ่าใครเด็ดขาด และถ้าหากมีใครสักคนพยายามจะหนี ก็ให้จับตัวพวกเขาซะ”

นั้นคือสิ่งที่ผมบอกเธอไม่ใช่เหรอ!จากนั้น ‘โทโมเอะ’ ก็พูดว่า

“ก็อย่างที่เห็นแหละน้า.. ส่วนสำคัญที่บอกว่า ห้ามฆ่าใครเด็ดขาด ข้าไม่ค่อยเข้าใจประโยคนั้นซักเท่าไหร่หน่ะ!”

แล้วเธอก็พูดลอยๆต่อไปว่า คนแรกหน่ะตายจากอุบัติเหตุ ส่วนคนที่สอง ตายเพราะมันเหนือความคาดหมายของเธอ.. แต่ว่านั้นมันยังจำเป็นต้องถามอีกเหรอ!ไม่ว่าจะฟันด้วยดาบ หรือเตะจนปลิวไปเต้นบนอากาศ มันก็แค่ข้ออ้างไม่ใช่เหรอไง?เหมือนกับ

“ข้าพยายามจะเล็งไปที่อาวุธแล้วน้า แต่ดาบมันกลับฟันขาดครึ่งทั้งคนทั้งอาวุธซะงั้นแหละ”

จริงๆมันก็ไม่ใช่ข้อแก้ตัวที่มากเกินไปหรอก แต่การทำเสียง

“ฮิฮิ”

ไปพร้อมๆกับอธิบาย มันจะไม่โหดร้ายเกินไปหน่อยเหรอ!นี่มันที่เกิดเหตุอาชญกรรมแบบไหนกัน?!ผมพยายามถาม ‘มิโอะ’ ว่า เธอจะทำยังไงกับสถานการณ์นี้ได้บ้างถ้าเธอหิว…

เอ่อ..ผมหมายถึง.. เธอจะช่วยเก็บกวาดเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายทั้งสองนี้ได้รึเปล่า เธอก็ตอบกลับมาว่า

“ได้ค่ะ”

ผมเลยบอกให้เธอไปยังสถานที่เกิดเหตุทันทีจากนั้น.. ก่อนที่ผมจะเริ่มอธิบายสถานการณ์ให้กับเด็กหญิง ซึ่งตอนนี้กำลังจ้องเขม่งไปที่ ‘โทโมเอะ’ อยู่.. ผมก็ได้พาตัวคนที่โดน ‘โทโมเอะ’ จับได้ไปนอนราบไว้บนเตียงเขามีร่างกายที่ผอมบางมาก..

ผมจะไม่พยายามเข้าใจมาตรฐานของโลกนี้อีกแล้ว ถ้าหากมีใครสักคนมาบอกผมว่า ร่างที่ผอมบางนี้คือร่างของผู้ชายจริงๆ ผมก็คงจะต้องขอยกมือทั้งสองข้างขึ้น แล้วก็ยอมแพ้

” เฮ้  ‘โทโมเอะ’ .. เธอจับคนที่เป็นผู้หญิงมาเหรอ? ” (มาโกโตะ)

” คึหึๆๆๆๆ! ” โทโมเอะ)

อะไร? หัวเราะทำไมรึ คุณ ‘โทโมเอะ’ ?

” ข้าคิดไว้แล้วว่า นั้นคือสิ่งที่นายน้อยจะต้องพูด! ” (โทโมเอะ)

แล้ว.. เธอตั้งใจจะบอกอะไรกับผมหล่ะ?!

” และนี่คือสิ่งที่นายน้อยอยากจะพูดใช่ไหมหล่ะ?! ‘โทโมเอะ’ .. เธอนี่มันผู้พิพากษาที่ชั่วร้ายจริ~งๆ ” (โทโมเอะ)

ทำไมเธอต้องพูดด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจถึงขนาดนั้นด้วยหล่ะ? แต่ก็ว่ากันไม่ได้หล่ะนะ เพราะนั้นเป็นสิ่งที่ผมอยากจะพูดจริงๆ.. แต่การเลือกจับเฉพาะคนที่เป็นผู้หญิง ไม่ว่าจะดูยังไง มันก็เป็นวิธิการของผู้พิพากษาที่ชั่วร้ายชัดๆเลยไม่ใช่เหรอ!

[ แปลมาถึงจุดนี้ผมเริ่มสงสัยแล้วครับว่า evil magistrate นี่อ้างอิงถึงเกมส์หรือการ์ตูนเรื่องอะไรสักอย่างรึเปล่า หรือแปลว่าผู้พิพากษาที่ชั่วร้ายนั้นถูกต้องแล้ว ]

” คนที่ข้าจับมาหน่ะ คือผู้ชายน้า! ” (โทโมเอะ)

ท่าทางของเธอ ตอนที่เธอพูดประโยคนั้น.. เหมือนมันมาพร้อมกับเสียงซาวด์เอ็ฟเฟคว่า ‘*บลิ้ง!’ เลย…….

ไม่สิ..ถึงแบบนั้นก็เถอะ..ถ้ามันเป็นแบบนั้นจริงๆแล้วมันจะต่างจากเดิมตรงไหน?!ผมหมายถึง.. ก่อนที่จะเก็บอาวุธของตัวเอง อย่างน้อยก็ต้องค้นร่างกายของอีกฝ่ายก่อน ใช่ไหม?เธอทำแบบนั้นแล้วสินะ? เพราะเธอมั่นใจมากนี่นา ว่าคนคนนี้คือผู้ชาย

” ฮ่า~ ผมไม่สนเรื่องนั้นหรอก.. แต่ว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้ซ่อนอาวุธอะไรไว้อีกใช่ไหม? เธอค้นร่างกายเขาแล้วสินะ? ” (มาโกโตะ)

ถึงผมจะบอกว่า พาเขามานอนไว้บนเตียงก็เถอะ ผมก็ไม่ได้คิดจะห่มผ้าให้เขาหรอกนะ.. ตอนนี้พวกเรามองเห็นตัวเขาได้อย่างชัดเจน แต่ว่า…นี่มันผู้ชายจริงๆเหรอ?สำหรับผม เขาเหมือนผู้หญิงมากเลยนะ..

โดยเฉพาะบริเวณเอว…เอ๋? เฮ้ย เฮ้ยยยย ‘โทโมเอะ’ ~ ได้โปรดช่วยสนใจเป้าหมายที่เธอจับมาหน่อยเถอะบริเวณเข้มขัดเอว ผมมองเห็นอะไรบางอย่างที่มีลักษณะคล้ายกับอุปกรณ์ที่มีความแหลมคม

” เธอไม่ได้ค้นร่างกายจริงๆด้วยสินะ? เฮ้อ… ถ้าเธอจะพาเขามาหลับข้างในห้อง อย่างน้อยช่วยเก็บกวาดพวกของอันตรายทั้งหลายทีเถอะนะ ประมาทจริงๆเลย ” (มาโกโตะ)

ผมดึงมีดออกมาจากเข็มขัดเอวของเขา แล้วก็ยึดมันเอาไว้.. มันมีไว้สำหรับปางั้นเหรอ? ดูเหมือนมันจะไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อใช้ฟันสินะ.. อย่างน้อย มันก็ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกว่า มันเป็นอาวุธลับที่มีไว้ใช้เป็นไพ่ตาย ในเหตุการณ์ที่ช่วยไม่ได้ อย่างเช่นหลังถูกจับกุม…

” ขะ..ข้าไม่คิดว่านายน้อยจะพาพลเมืองมาด้วยนี่นา.. ดังนั้น ถ้าหากมีแค่ข้ากับนายน้อยหล่ะก็ ข้าคิดว่ามันน่าจะดูตื่นเต้นขึ้น ข้าก็เลย… เอ่อ… ” (โทโมเอะ)

‘โทโมเอะ’ กำลังพยายามส่งเสียง

“อะหวาหว๊า”

พร้อมกับยิ้มเจื่อนๆ.. เธอนี่ดึงดูดแต่เรื่องน่ากลัวจริงๆ

” คร่อก… ฟี้~ ” คนคนนี้หลับลึกน่าดูเลยนะ*แคว่ก!หวา? “

ผมได้ยินเสียงเหมือนกับ.. เสื้อผ้าที่ถูกดึงจนขาด..บริเวณหน้าอกของเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย เริ่มที่จะขยายออก…

ความเงียบ…ความเงียบสงัดเข้าปกคลุม…ไม่มีใครพูดอะไรเลย…’โทโมเอะ’ กำลังตะลึงอย่างหนัก พร้อมๆกับมองไปที่เหยื่อและตัวผม.. เธอเริ่มที่จะหดตัวเล็กลงเรื่อยๆ จนลงไปนั่งกับพื้นมันเป็นผ้าชนิดที่มีไว้พันบริเวณหน้าอกแล้วรัดไว้ และคนคนนี้ก็ทำแบบนั้นชัดๆเลย..

นี่มันไม่ราบรื่นเลยดูเหมือนเธอจะรัดมันไว้แน่นมาก จนไม่สังเกตุเห็นด้วยซ้ำว่ามันนูนออกมาถ้าหากเธอไม่ได้รัดมันจนแน่น มันก็คงจะไม่ขาดดัง ‘*แคว่ก’ หรอก

” นะ..นี่มันการก่อกบฎอะไรสักอย่างชัดๆเลยค่ะ! ใช่แล้ว! ไม่มีทางหรอก! กับการที่ถูกรัดจนราบเป็นหน้ากลองจะมีอยู่จริงบนโลกใบนี้ค่ะ! ” (โทโมเอะ)

คำยืนกรานของเธอ มันน่าอนาถมาก..

” เธอ~ อย่างน้อยสงสารคนที่เป็นเจ้านายของเธออีกสักนิดเถอะ.. เธอก็รู้สินะว่าเพศไหน จะไต่สวนได้ง่ายกว่า สำหรับตัวผมที่เป็นผู้ชาย ใช่ไหม? ใช่ไหมมม?! ” (มาโกโตะ)

” ไม่! อย่างที่ข้าบอกนั้นแหละ ก็แค่อย่าสนใจบริเวณหน้าอก! แล้วทีนี้แหละ เขาจะต้องกลายมาเป็นผู้ชายอย่างแน่นอน! ” (โทโมเอะ)

อย่าสนใจหน้าอก? เธอพูดถึงอะไร? ผมไม่เข้าใจเลยว่าเธอพยายามจะสื่ออะไร

” ยังไงก็ตาม.. ผมกำลังพยายามที่จะบอกให้เธอ อย่างน้อยที่สุด ค้นร่างกายของเขาก่อน.. ถ้าหากเธอถอดเสื้อผ้าของเขาออก เธอก็จะยึดอาวุธแล้วก็อุปกรณ์ต่างๆของเขาได้ในเคราวเดียวเลยนะ ” (มาโกโตะ)

” ไม่ใช่ว่า.. นายน้อยจะเห็นว่าข้าเป็นพวกโรคจิตหรอกเหรอ ถ้าหากข้าถอดเสื้อผ้าของเธอหมด? เพราะแบบนั้นแหละ ข้าก็เลยกัง…. ” (โทโมเอะ)

” ต้องทำสิ่งที่จำเป็นก่อนสิ! นี่ไม่ใช่ละครนะ ฉะนั้นเขี่ยเรื่องจริยธรรมทิ้งไปได้เลย! ระหว่างคนโง่กับคนโรคจิต ผมคิดว่าคนโรคจิต ยังมีโอกาสช่วยให้คนอื่นพ้นภัยได้มากกว่าเลยด้วยซ้ำ! ” (มาโกโตะ)

แต่นั้นมันก็แค่ความคิดส่วนตัวของผมนะ

” คือ… ” (โทโมเอะ)

ยังไม่ยอมรับอีก!

” ยิ่งไปกว่านั้นนะ! ‘โทโมเอะ’ …. ” (มาโกโตะ)

” อะ…อือ… “

หือ?นั้นมันอะไรหน่ะ? เป็นเสียงที่เบามาก จนมันให้ความรู้สึกที่เหมือนกับผู้พูดไม่มีตัวตนอยู่.. นี่ไม่ใช่เสียงของ ‘มิโอะ’ หรือ ‘โทโมเอะ’ แน่ๆ.. ในห้องนี้ มีคนอื่นอยู่อีกงั้นเหรอ?โอ้! จริงด้วย!พลเมือง ก! เด็กหญิงสุดสวย ก

คนนี้นี่เอง!ตอนที่ผมมองให้ดีอีกครั้ง.. มีเด็กหญิงคนหนึ่งกำลังทำหน้าตาไม่สบายใจอยู่ในห้องเดียวกันกับพวกเราพวกเรากำลังพูดในสิ่งที่เธอไม่น่าจะเข้าใจ.. แถมพวกเรายังเป็นคนแปลกหน้าที่เธอแถบจะไม่รู้จักอีกด้วยอ่าห์..

ผมไม่แปลกใจหรอก ที่มันจะสร้างความไม่สบายใจให้กับเธอ.. เพราะผมบอกเธอผ่านการเขียนไปแล้วว่า ผมไม่สามารถพูดได้.. มันก็ช่วยไม่ได้นั้นแหละ ที่เธอจะสงสัยในตัวผม

” ก็ได้.. ผมจะยกโทษให้เธอ.. ครั้งต่อไปก็ระวังหน่อยละกันนะ ” (มาโกโตะ)

” โอ้~ ข้าต้องขอขอบคุณจริงๆนะ องค์หญิงน้อยที่ข้าไม่รู้จัก! ” (โทโมเอะ)

เธอต้องเป็นฝ่ายขอบคุณผมก่อนไม่ใช่เหรอ?! เธอไปขอบคุณบุคคลที่สามก่อนได้ยังไง?!ยิ่งไปกว่านั้น… เธอยังใช้ภาษากลางพูดอีกด้วยเธอมีความมั่นใจแค่ไหนกัน?ผมหล่ะอยากจะให้เธอใช้การตัดสินใจอันรวดเร็วนั้น มาสร้างประโยชน์ให้กับผมบ้างจริงๆ! ผมแถบจะร้องไห้อยู่แล้วนะ รู้ไหม? ฮึกๆ

” พี่ชาย.. หนูได้ยินมาว่า พี่พูดไม่ได้ไม่ใช่เหรอค่ะ? “

” ผมพูดได้ ” (มาโกโตะ)

ผมพยายามพูดภาษากลาง ด้วยน้ำเสียงและถ้อยคำที่แลดูเป็นมิตรให้มากที่สุด.. เพราะผมคิดว่าบางที มันอาจจะได้ผลก็ได้

” ?? “

ตอนที่เธอเอียงคอ ผมก็รู้คำตอบโดยทันที.. ผมหันไปมองโทโมเอะ เธอพยักหน้า แล้วเธอก็หันไปหาเด็กหญิง.. จริงๆเลย.. ทีเรื่องแบบนี้เอาใจใส่ดีจริงๆ

” เมื่อกี้นี้.. นายน้อยพยายามจะพูดว่าผมพูดได้ เป็นภาษากลาง เธอฟังไม่รู้เรื่องสินะ? ” (โทโมเอะ)

” เอ๋? แต่หนูได้ยินเขาพูดว่า ‘การกินคือเพื่ออะไร’?! “

บะ..บ้าไปแล้ว! นี่มันจะน่าตกใจเกินไปแล้ว!

”  คือว่า.. นั้นหน่ะเป็นส่วนหนึ่งของคำสาป จริงๆแล้วนายน้อย สามารถพูดได้หลายภาษาเลยน้า และตอนนี้ เขาพยายามจะใช้หนึ่งในภาษาเหล่านั้น ในการสื่อสารกับพวกเรา ” (โทโมเอะ)

” อะ..เอ๋? มันไม่ใช่อาการป่วยเหรอค่ะ? “

” ใช่แล้ว.. มันเกิดจากคำสาปหน่ะ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่า เขาจะแพร่คำสาปนั้นไปสู่ผู้อื่นได้หรอกนะ.. มีแต่คนมองว่า เขานั้นแตกต่างจากคนปกติ ถึงจริงๆแล้วเขาจะไม่อยากแตกต่างก็เถอะน้า ” (โทโมเอะ)

โอ้~ โทโมเอะพูดด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน และสามารถแยกคำว่า อาการป่วย กับ คำสาป ออกจากกัน ให้เด็กหญิงรับรู้ได้ดูเหมือนว่าเด็กหญิงเอง ก็ยอมรับมันได้อย่างง่ายดายเลยนะ..‘โทโมเอะ’  วันหลังช่วยใช้ความสามารถนั้นให้เป็นประโยชน์ต่อตัวผม อย่างน้อยสักครั้งด้วยเถอะ

” การที่เขาสามารถพูดได้หลายภาษา แต่โดนผนึกภาษากลางไว้.. นั้นจะต้องเป็นฝีมือของเผ่าดีม่อนแน่ๆ! โหดร้ายจริงๆเลยค่ะ! “

เดี๋ยวก่อนนะ.. ทำไมถึงเป็นเผ่าดีม่อนหล่ะ?คำสาป คือเวทย์มนต์เฉพาะของเผ่าดีม่อนงั้นเหรอ? ถ้าหากเป็นแบบนั้นจริงๆ ผมอาจจำเป็นจะต้องหาข้ออ้างใหม่สินะข้อแก้ตัวที่ทำให้ผมไม่สามารถพูดได้ ดันไปทำให้ผู้คนเกลียดเผ่าพันธุ์ใดเผ่าพันธุ์หนึ่ง มันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย

” ใช่แล้วหล่ะ ช่างเป็นเผ่าพันธุ์ที่สร้างแต่ปัญหาจริงๆเลยน้า~ ว่าแต่สาวน้อย ทำไมเธอถึงกลับมาพร้อมกับนายน้อยหล่ะ? ” (โทโมเอะ)

” เดี๋ยวก่อนโทโมเอะ ” (มาโกโตะ)

ครั้งนี้ ผมกลับมาใช้วิธีเขียนเหมือนเดิม… ผมแตะไปที่ไหล่ของ ‘โทโมเอะ’ ทำไม~ เธอถึงยอมรับบทสนทนาเมื่อกี้นี้ได้อย่างหน้าตาเฉยเลยนะ  ‘โทโมเอะ’ ? มีบางอย่างที่เธอยังไม่ได้บอกผมอีก ใช่ไหม?!

” โอ้~  นายน้อย มีอะไรเหรอออ? ” (โทโมเอะ)

อ่า.. ผมมั่นใจแล้ว มันจะต้องมีอะไรบางอย่าง ที่ผมยังไม่รู้อยู่อีกแน่นอน!

” ทำไมเธอถึงมั่นใจว่า การที่ผมโดนสาป เป็นฝีมือของเผ่าดีม่อน? ” (มาโกโตะ)

ผมถามเด็กหญิง.. แต่มันน่ายินดีจริงๆ ที่อย่างน้อยเธออ่านตัวหนังสือออกแน่นอนว่านี่เป็นเรื่องของโชคล้วนๆ เพราะที่โลกแห่งนี้ คนที่อ่านและเขียนได้มีจำนวนไม่มากนัก

 ” เพราะว่าภาษากลางหน่ะ เป็นพรศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านเทพธิดามอบให้กับพวกเรามาตั้งแต่เกิดค่ะ และด้วยเหตุผลนั้น ทำให้ทุกๆคนบนโลกนี้สามารถพูดได้ค่ะ! “

” … “

” อ่า… แต่ว่าพวกดีม่อนกับพวกอมนุษย์จะไม่สามารถพูดได้ค่ะ เพราะพวกเขาจะไม่ได้รับการยอมรับจากท่านเทพธิดา ทำให้พวกเขาจำเป็นต้องศึกษาและเรียนรู้มันก่อน ถึงจะสามารถพูดภาษากลางได้ค่ะ “

” .. “

” แต่จะมีคนอยู่อีกจำพวกหนึ่ง เรียกว่า ‘เทมเมอร์’ ค่ะ พวกเขาสามารถพูดคุยกับเหล่ามอนสเตอร์ที่ไม่สามารถพูดภาษากลางได้ แล้วคนพวกนั้นบางคน ก็สามารถจับมอนสเตอร์พวกนั้นเป็นทาสได้ด้วยค่ะ “

เธอพูดเหมือนกับว่า คำว่า ‘เทมเมอร์’ เป็นคำที่เธอเกลียดยังไงอย่างงั้นแล้วตอนที่เธอพูดว่า ‘ทุกๆคนบนโลก’ เธอน่าจะหมายถึงแค่ เผ่าพันธุ์ฮิวแมน* เท่านั้น.. และนั่นก็ ทำให้ผมรู้สึกเศร้าเล็กน้อยนะ.. แต่ยิ่งไปกว่านั้น

[ คำนี้กลับมาแล้วครับหลังจากหายไปนานเลย จริงๆมันคือคำว่า มหนุษย์ นั้นแหละครับ แต่มีคนบอกผมมาว่าต้นฉบับญี่ปุ่น มันเขียนทับศัพท์อ่านว่า ฮิวแมน เลยครับ ฉะนั้นผมก็จะขอตามต้นฉบับญี่ปุ่นเลยละกัน หรือถ้าใครอยากให้เรียกว่า มหนุษย์ เหมือนเดิมก็บอกได้นะครับ ถ้ามีคนอยากได้แบบเดิมกันเยอะ ตอนต่อๆไปผมก็จะเปลี่ยนกลับครับผม  ]

การจำแนกเผ่าพันธุ์.. มอนสเตอร์?.. ผมเป็นหนึ่งในนั้นสินะ…แล้วก็.. พรงั้นเหรอ? จากที่ผมได้ยินมา ถ้าหากคุณไปเยี่ยมศาลของท่านเทพธิดาทุกๆปี คุณก็จะเข้าใจภาษากลางอย่างช้าๆ แล้วไม่นานคุณก็จะสามารถพูดภาษากลางได้

มันอาจจะมีคนที่ต่างไปจากพวกอยู่บ้าง แต่โดยพื้นฐานแล้ว พวกเขาจะสามารถเข้าใจภาษาพูดได้ตั้งแต่            3 ขวบ.. ส่วนเด็กหญิงตรงหน้าผม บอกผมว่าเธอสามารถเข้าใจมันได้ ตอนเธออายุประมาณ 4 ขวบ..และด้วยเหตุผลนี้ ทำให้ผมไม่สามารถพูดภาษากลางได้..

ยิ่งไปกว่านั้น เหล่าดีม่อนกับพวกอมนุษย์ ที่เรียนภาษานี้จากศูนย์จนสามารถพูดมันได้ ผมขอนับถือพวกเขาจากใจจริงเพราะว่า มันไม่ต่างกับการประสบความสำเร็จเลยไม่ใช่เหรอหน่ะ? พวกเขาฝึกพูดคำว่า ‘กยร’ ซ้ำๆ จนในที่สุดมันก็ออกมาเป็นภาษาพูดที่ฟังรู้เรื่องจนได้นี่คือภาษาที่ทุกๆคนใช้ ภาษากลางไงหล่ะ!..

“เอาหล่ะ ทุกๆคนที่ไม่ใช่ฮิวแมน! ถอดรหัสเสียงครวญครางเหล่านี้ให้ได้ เมื่อทำได้แล้วก็เริ่มเรียนภาษากลางกันเลย!”

จะบอกผมแบบนี่เนี่ยนะ?ฮืม~ ฮืมมมม~เข้าใจหล่ะ.. มันเป็นอย่างนี้เองสินะ…….ไอ้ออออ~อ!!!แมลลลลลง งี่เง่าาาาาาาาาาา!!!!ความปราถนาของแก ผมจะขัดขืนมันไม่ได้เลยสินะ!เหอะ..

ผมไม่สนใจหรอก! ถ้าเรื่องมันลงเอยแบบนี้ ผมก็จะไม่ยอมแพ้เหมือนกัน!เรื่องการตามหาร่องรอยตระกูลของผมมันต้องมาก่อนก็จริง แต่ว่า!หลังจากทำเรื่องนั้นสำเร็จ.. ผมจะต้อง ต่อยหน้าไอ่เทพธิดานั้นให้ได้สักครั้งเลยยยยย! ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นผู้หญิงก็เถอะ ผมก็จะไม่ขอออมมือแน่!

นี่คือ! ครั้งแรกในชีวิต! ที่ผมสาบานว่า จะขอใช่ความรุนแรงกับผู้หญิง!ตั้งหน้าตั้งตารอวันที่พวกเราจะได้เจอกันอีกครั้งไว้ให้ดีนะ! ยัยเทพธิดาหน้………

( คำพูดที่จะพูดต่อไปนี้ มันหยาบเกินกว่าที่หูของพวกเราจะรับได้ และมันอาจจะเป็นคำด่าที่ยาวเกินไป ดังนั้นพวกเราเลยตัดสินใจตัดมันออกไป ได้โปรดยกโทษให้พวกเราด้วย – จาก สึคุโยมิ )

[ ในวงเล็บนั้น เหมือนต้นฉบับจะเขียนมาแบบนี้จริงๆครับ ฮ่าๆ ]

” เข้าใจหล่ะ.. มันอาจจะเป็นคำสาปจากพวกดีม่อนจริงๆนั้นแหละ ขอบคุณที่เป็นห่วงนะ.. เล่าต่อเถอะ”

[*อันนี้คนแปลอังกฤษไม่มั่นใจนะครับว่ามาโกโตะพูดรึเปล่า เพราะต้นฉบับญี่ปุ่นไม่ได้มีครอบประโยคไว้ ]

แล้วจากนั้น….เด็กหญิงก็เริ่มอธิบายเหตุการณ์ให้โทโมเอะฟังยังไงก็ตาม.. ไอ่พรศักดิ์สิทธิ์บ้าบอนั้นหน่ะผมหล่ะสงสัยจริงๆ ว่าเธอมอบมันให้กับพวกฮิวแมนด้วยตัวเองรึเปล่า? ไม่ใช่ว่าเธอสั่งให้พวกนางไม้ ไปจัดการแทนเธอหรอกเหรอ?

————————————–

เดี๋ยวช่วงต้นๆถึงกลางเดือนหน้า ผมอาจจะหายไปช่วงนึงนะครับ เพราะต้องเตรียมตัวสอบอีกแล้ว T_Tขอขอบคุณกำลังใจจากทุกๆคอนเมนท์ และจากทุกๆคนที่ติดตามครับผม ^^

ที่มา:

ตอนที่แล้วตอนต่อไป
comments