I-Here.info [ไอ้-เหี้ย ดอท อินโฟ]

Zhan Long ตอนที่ 165 หอกวิญญาณบริสุทธิ์ (True Soul Spear)

| Zhan Long | 1568 | 2448 วันที่แล้ว
ตอนที่แล้วตอนต่อไป

แปลโดย คุณ Parita Chee

********************************************

“ควับ”

ขณะที่ฟันไปที่หัวของบอสอย่างรุนแรง ผมร้องตะโกนว่า

“ทุกคน ถอยไป ผมจะรับมือเองคนเดียว กระบวนท่า [ดัชนีอัสนีบาต] เล่นงานด้วยสายฟ้าผ่าที่สามารถสะท้อนได้รอบๆ  แค่ค่าความเสียหายที่เป้าหมายเดียวมันก็สูงเกินไป รันมิน วิญญาณนายอยู่ไหน  สามารถฟื้นชีพได้ป่าว”

‘รันมิน’ตอบในวงคุยของกลุ่ม

“ได้ วิญญาณผมกลับมาตรงชั้นแรกของสุสานร้างห้าคนโฉด ผมจะฟื้นชีพได้ทันทีที่วิ่งไปถึง”

“โอเค เราจะสู้ต่อ”

ในครั้งนี้ผมระมัดระวังมากขึ้น และคนอื่น ๆ ก็ไม่กล้าเข้ามาช่วยอยู่ใกล้ๆ ดังนั้นผมต้องยันบอสกลับไปด้วยตัวเอง  ‘ฟอกซ์’และ’ตงเฉิงเย่ว’ถูกมอบให้เป็นคนโจมตีจากระยะไกล หลังจากผ่านไป 6 นาที พลังชีวิตของ ‘ฉื่อเล่อ’ จักรพรรดิชนเผ่าเจี่ยก็เหลือไม่เกิน3%

ทักษะหลักของเขา 3 ทักษะ [อัสนีคำรน], [ดรรชนีอัสนีบาต], [สายฟ้าทมิฬ]

โดนเข้าที่ไหล่และเสื้อคลุมของผมอย่างจัง ทำให้เกิดควันลอยขึ้น 3 สาย แม้ว่ามอนสเตอร์ตัวนี้ไม่สามารถฆ่าผมได้ก็ตาม และตราบใดที่ผมไม่ตายทันที บอสตัวนี้อยู่ในกำมือเราแน่ๆ มัทฉะทำปากยื่นอย่างไม่พอใจ

“เพียงอีกไม่กี่นาที  บอสเซี่ยวเหยาก็จะถูกปิ้งจนเกรียมแล้ว…”

‘ว่านเอ๋อ’ ที่พิงกำแพงหินอยู่ ยิ้ม

“ดีแล้วหล่ะ ที่บอสตัวนี้ใกล้จะตายแล้ว ตงเฉิง หยุดโจมตีหน่อย ให้ลี่เซี่ยวเหยาเป็นคนฆ่าบอส เขาเจ็บตัวมาพอสมควร นี่แหละนะชีวิตตัวชน (แท้งค์) เราสู้บอสมาแล้ว 3 ตัว เขาโดนเล่นงานแทบแย่  ให้เขาได้ลิ้มชัยชนะอันหวานหอมจากการฆ่าบอสสักหน่อย แถมเขายังมีค่าเสน่ห์ค่อนข้างสูง  ให้เขาฆ่าบอสจะได้เพิ่มโอกาสของดรอปอีกสักหน่อย บางทีอาจได้อะไรที่น่าแปลกใจมากก็ได้”

‘ตงเฉิงเย่ว’ พยักหน้า

“อ่าฮ้า ได้เลย จัดไป”

“ดี”

ไม่ถึงนาทีดี พลังชีวิตของบอสก็เกือบจะหมดหลอดอยู่แล้ว  ผมจับตามองอย่างใกล้ชิด เมื่อดาบประกายวสันต์ ของผมสั่นระริก ประกายแสงปรากฏที่ใต้ฝ่าเท้าบ่งบอกการเริ่มกระบวนท่า [เพลงดาบร้อยสังหาร]  ผมฟันกระบี่ออกไปอย่างต่อเนื่องใน 3 ท่าแรก จากนั้นผมพุ่งกระแทก ฉื่อเล่อ กระดอนออกไป

“ผลั่ก”

ทันใดนั้นเมื่อกระแสลมไหลผ่านร่างผมใช้เวลารวบรวมพลัง 0.2 วินาทีก่อนทักษะ [ดาบสายลม] จะระเบิดฟาดตรงไปที่หัวของบอสโดยตรง

“เปรี้ยง”

เลือดพุ่งสาดกระจาย จักรพรรดิเจี่ยส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน เมื่อค่าพลังชีวิตสุดท้ายหมดไป แสงสว่างอาบร่างผม เลเวลผมเลื่อนเป็น 55

“ปล๊าบบ”

ไอเทมกองใหญ่ระเบิดกระจายตกลงบนพื้น  ผมเดินเข้าไป มือจับกระบี่ไว้แน่น แล้วเขี่ยซากของบอสไปด้านข้าง ไอเท็มอุปกรณ์ 3 ชิ้นสะท้อนแสงออกมาต่างกันกองอยู่บนบนพื้นหิน ท่ามกลางข้าวของพวกนั้นมีเสื้อคลุมสีม่วง  สนับข้อมือรูปมังกรสีฟ้าอ่อน และตัวหอกมันวาวหนึ่งด้าม นอกนั้นเป็นตำราทักษะสีม่วงหนึ่งเล่ม และการ์ดอภัยโทษ 2-3 ใบ

“โห  ดูเหมือนจะมี ข้าวของเยอะแยะทีเดียว”

‘ตงเฉิงเย่ว’ อุทานออกมาอย่างดีใจ เพราะเธอรู้ว่าบอสที่ใช้เวทย์มีอัตราการดรอปอุปกรณ์ประเภทเวทย์มากขึ้นมาก และเสื้อคลุมนั่นเป็นข้อพิสูจน์อย่างดี ถ้าเสื้อคลุมนั่นไม่ใช่สำหรับนักเวทย์ละก็ มันก็จะเป็นเสื้อคลุมสำหรับผู้รักษา และเมื่อเธอเป็นนักเวทย์เพียงคนเดียวในปาร์ตี้ โอกาสที่เธอจะได้มันมาครอบครองมีค่อนข้างสูง

ผมหยิบเสื้อคลุมถือไว้ในมือ มันเริ่มสั่นเบาๆ เมื่อตัวอักษรลอยเรียงรายกลางอากาศข้างหน้าผม  ทุกคนอ่านมันด้วยความรู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก …….

【เสื้อคลุมเทวอาภรณ์เก้าชั้นฟ้า】 (ระดับม่วง)

ประเภท : ชุดเกราะผ้า

พลังป้องกัน: 140

พลังเวทย์: +41

ความทน: +37

พิเศษ : เพิ่มพลังชีวิตสูงสุดอีก 400

พิเศษ : เพิ่มพลังทำลายด้านเวทย์มนต์ของผู้ใช้ 7%

เพศที่สามารถใช้ได้ : เพศหญิง

ระดับที่สามารถใช้ได้ : 55

ผมหัวเราะร่าโยนเสื้อคลุมเทวอาภรณ์เก้าชั้นฟ้าไปหา’ตงเฉิงเย่ว’

“โชคเธอไม่เลวเลย เสื้อคลุมระดับม่วงเพิ่มทั้งพลังชีวิตและพลังเวทย์สูงมาก  เธอหาอุปกรณ์ดีๆ อย่างนี้จากที่ไหนไม่ได้แล้ว แม้แต่ในตลาด แถมผู้ใช้ได้ต้องเป็นผู้หญิงด้วย ไม่ยุติธรรมเลย”

‘ตงเฉิงเย่ว’สวมใส่เสื้อคลุมอย่างร่าเริงยินดี

“แว้บบบ”

นักเวทย์สาวสวยจนน่าตะลึงปรากฏกายต่อหน้าพวกเรา  เสื้อคลุมตัวนี้ดูงดงามอ่อนช้อย กระโปรงสีขาวเพิ่มความรู้สึกราวกับเทพธิดาโบราณ  แน่นอนว่าผู้พัฒนาเกม ไม่เคยทำให้ผิดหวัง  เสื้อคลุมเผยให้เห็นบริเวณหน้าอกชัดเจน ยิ่งหน้าอกของ’ตงเฉิงเย่ว’ค่อนข้างใหญ่ ทำให้เห็นทรวดทรงถนัดชัดตา  ช่างเป็นภาพที่งดงามจริงๆ…

ภาพที่แทบทำให้ลืมหายใจไปเลย ให้ตายเหอะ อุปกรณ์สวมใส่ของนักเวทย์สาวในเกมส์นี้ ช่างเซ็กซี่ถึงที่สุด …… ‘รันมิน’เลียริมฝีปากแล้วหัวเราะเบาๆ

“การเพิ่มเลเวลในปาร์ตี้กลุ่มนี้ช่างน่าประทับใจจริงๆ…”

ใบหน้า’ตงเฉิงเย่ว’แดงจัด เธอยกมือปิดหน้าอก

“พวกลามก”

‘รันมิน’แบมือออก

“แต่บอสเซี่ยวเหยาก็มองเหมือนกัน …”

‘ตงเฉิงเย่ว’มองมาหาผมแล้วยิ้มให้

“แต่ฉันเต็มใจให้เขามอง…”

‘รันมิน’คร่ำครวญอย่างหดหู่

“แบ่งชนชั้นมากเลย นะเนี่ย”

‘อวี๋จื่อเฉิง’ชัว กุมขมับอย่างกลุ้มใจ เอ่ยขึ้นว่า

“อย่าเพิ่งพูดอะไรกันตอนนี้เลย เราน่าจะมาดูอุปกรณ์ที่เหลือกันดีกว่าไหม”

ผมได้สติจากการตกภวังค์อึ้ง  รีบคว้าอุปกรณ์ชิ้นที่สองขึ้นมา  สนับข้อมือลายมังกร ยื่นมือออกไปเหนืออุปกรณ์ ค่าสถานะก็เด้งออกมา ค่าสถานะยังอยู่ในระดับดีเยี่ยม

【สนับข้อมือกะโหลกมังกรโลหะ】 (ระดับทอง)

ประเภท: Armor

พลังป้องกัน: 170

ความแข็งแกร่ง :+37

ความอดทน :+36

ค่าพิเศษ  เพิ่มพลังจู่โจมของผู้ใช้ 40 แต้ม

ระดับที่สามารถใช้ได้ : 52 ……

ผมถือสนับข้อมือโลหะกะโหลกมังกร แล้วถาม

“รันมิน ตงเฉิงเล่ย มีใครต้องการสนับข้อมืออันนี้บ้าง  ผมไม่ต้องการ สนับข้อมือของผมเป็นระดับทอง แล้วเพิ่มค่าเวทย์ให้มากและทำให้ผมมีมานาในการใช้ทักษะ Heal ได้และใช้ทักษะในระดับสูงขึ้นได้อีก 2-3 ครั้ง”

‘ตงเฉิงเล่ย’ส่ายหน้า

“พี่เซี่ยวเหยา  ของผมเป็นระดับทองแล้ว ผมก็ไม่ต้องการใช้ อีกอย่างคนใช้ได้ต้องมีเลเวลสูงเกินไป”

ผมโยนให้’รันมิน’อย่างว่องไว

“รับไป รีบๆ เพิ่มเลเวลให้ได้เลเวล 52 ไวๆ นะ จะได้เปลี่ยนเอาสนับข้อมือระดับเงิน เลเวล 34  อุปกรณ์พวกนั้นมันน่าขายหน้าเสียจริง “

‘รันมิน’ หัวเราะเสียงดังลั่น

“ครับผ้ม  ขอบคุณบอส”

อุปกรณ์ชิ้นสุดท้ายเป็นหอกด้ามหนึ่งที่เปล่งแสงสีม่วง มีโอกาสที่จะเป็นอาวุธระดับม่วงได้สูงทีเดียว ผมยื่นมือปัดด้านบน สถานะของหอกเด้งขึ้นมาต่อหน้าพวกเรา แน่ใจได้เลยว่า ค่าสถานะพวกมันต้องยอดเยี่ยมไม่น้อย

【หอกวิญญาณบริสุทธิ์】 (ระดับม่วง)

พลังโจมตี : 670-880

ความเข้มแข็ง : +39

ความอดทน: +36

Extra: เพิ่มพลังโจมตีขึ้น 6%

Extra: เพิ่มความแม่นยำขึ้น 14%

ระดับที่สามารถใช้ได้   53

‘ว่านเอ๋อ’อ้าปากน้อยๆ อุทานออกมา

“พลังโจมตีสูงชะมัด  พลังพอๆ กับดาบประกายวสันต์เลยแหะ”

ผมรีบพลิกดูหน้าจัดระดับชั้นอาวุธ จริงๆ ด้วย  หอกวิญญาณบริสุทธิ์ถูกจัดเป็นอันดับที่ 3  ค่าสถานะทั้งหมดเพียงต่ำกว่าดาบประกายวสันต์ของผมแค่ 24%  และต่ำกว่าขวานรบชั้นม่วงอันดับที่ 2 แค่ 11%  แต่มันก็ยังถือว่าเป็นอาวุธระดับเทพอยู่ดี

“เราจะทำอย่างไรกับอาวุธชิ้นนี้ดี”

ผมถาม ‘หลินว่านเอ๋อ’กระพริบตากลมโต

“ตอนนี้เราไม่มีใครมีอาชีพอัศวินเลย ดังนั้นจึงไม่มีใครใช้หอกนี้ได้ เราจะทำอย่างไรกันดี  รันมิน ซ่างเล่ย พวกนายคนไหนอยากใช้มันไหมละ”

‘รันมิน’กระชับขวานรบในมือพลางส่ายหน้า

“ผมชินกับการโจมตีด้วยขวานรบแล้ว ไม่คิดอยากจะเปลี่ยนไปใช้หอกในตอนนี้”

‘ตงเฉิงเล่ย’

“ผมก็ชอบใช้ขวานเหมือนกัน”

ดังนั้นผมก็เลยแนะนำไปว่า

“งั้นเอาอย่างนี้  เอาหอกไปขาย แล้วจากนั้นก็เอามาแบ่งเป็นสิบส่วน เป็นงัย”

‘อวี๋จื่อเฉิง’ชัวหัวเราะ

“ไอเดียไม่เลวนี่ อย่างน้อยก็ไม่ต้องจับไม้สั้นไม้ยาวกัน”

“ตกลงตามนี้!”

หลังจากผมโยนหอกใส่ในกระเป๋าแล้ว ผมคว้าตำราทักษะเล่มนั้นขึ้นมา สะดวกสบายตามเคย รายละเอียดของทักษะปรากฏขึ้น  ทันใดนั้นตงเฉิงเย่วส่งเสียงร้องกรี๊ดอย่างตื่นเต้น

【ดัชนีสายฟ้า】 (ระดับ S ): รวมพลังสายฟ้าแล้วปลดปล่อยมันไปที่เป้าหมายที่ต้องการ  ดัชนีสายฟ้าจะเด้งไปกระทบเป้าหมายลำดับที่ 2 ภายในระยะสิบหลาและจะกระทบเป้าหมายต่อเนื่องไปได้มากที่สุดสิบคน พลังโจมตีที่โดนเป้าหมายแล้วจะลดความรุนแรงลงไปด้วยตามเป้าหมายที่โดน  ขณะเดียวกันความเสียหายและจำนวนของเป้าหมายที่โดนจะเพิ่มขึ้นตามระดับทักษะที่สูงขึ้น   หากจะเรียนทักษะนี้ต้องใช้ค่าเสน่ห์ 1 แต้ม  ต้องมีเลเวล อย่างน้อย 55  อาชีพที่สามารถใช้ได้คือ นักเวทย์ ……

“ตำราระดับ S …”

แม้แต่ผมยังรู้สึกประหลาดใจ….

“เป็นคาถาที่ทรงพลังอย่างที่สุด  [ดัชนีสายฟ้า], มีอะไรอีกหรือเปล่านะ…”

ทุกคนในที่นี้เพิ่งจะเจอประสบการณ์อันเจ็บปวดของทักษะ [ดัชนีสายฟ้า]  ดังนั้นทุกคนจึงรู้ดีว่าทักษะนี้รุนแรงแค่ไหน  ‘รันมิน’กำมือแน่น

“เมื่อไรที่นักเวทย์ได้เรียนทักษะนี้ก็จะเก่งโคตรๆ (overpowered)  ผู้เล่นที่อยู่ในสนามพลังทั้งหมดอาจต้องตายเพียงแค่ใช้ทักษะดัชนีสายฟ้าเพียงครั้งเดียว ถ้านักเวทย์มีพลังมากพอ”

ผมหัวเราะเบาๆ

“ไม่ต้องห่วงหรอก ตำราทักษะนี้เป็นของพวกเราอยู่แล้ว ใครที่เรียนทักษะนี้จะต้องเป็นเพื่อนสนิทของเรา ใช่ไหม ตงเฉิงเย่ว”

‘ตงเฉิงเย่ว’ พยักหน้าอย่างตื่นเต้น

“ใช่ ใช่ เซี่ยวเหยา..เฮียเซี่ยวเหยา”

“บ้าจริง”

ผมส่งตำราทักษะในเธอ รู้สึกขนลุกนิดๆ ‘ตงเฉิงเย่ว’ เรียนทักษะ [ดัชนีสายฟ้า]  และทดลองใช้ทักษะไปที่ ‘ตงเฉิงเล่ย’ อย่างรวดเร็ว  ทักษะ [ดัชนีสายฟ้า]  เลเวล 1 ลดเลือดของ’ตงเฉิงเล่ย’ไปมากกว่า 700 แต้ม ถ้าเธอได้ทักษะไปถึงเลเวล 6 พลังมันจะต้องรุนแรงพอๆ กับบอสตัวนั้นเลย

แค่คิดก็สยองแล้ว ตอนที่เราเลิกวุ่นวายกับข้าวของที่ดรอปจากบอสตัวนั้น ก็เที่ยงแล้ว

“ฮือๆ…”

‘หลินว่านเอ๋อ’ ยืนอยู่ข้างผม หาวน้อย

“เหนื่อยมากเลย.. ออฟไลน์กันสักหน่อยเถอะ ไปนอนก่อนแล้วค่อยมาตะลุยชั้น 4 กับชั้น 5 ต่อ”

‘อวี๋จื่อเฉิงชัว’ เห็นด้วย

“ใช่  ถ้าเหนื่อยมากๆ จะมีผลต่อการเล่นเกมต่อไป  บอสอีกสองชั้นต่อไปเก่งกว่านี้อีก ตอนนั้นเราต้องอยู่ในสภาพที่พร้อมที่สุดก่อนเข้าไปชนพวกมัน”

ผมพยักหน้า

“ตกลงตามนี้ ทุกคนออฟไลน์กัน แล้วมาเจอกัน ประมาณหนึ่งทุ่ม โอเคมั๊ย”

ทุกคนพยักหน้าเห็นพ้อง

“ค้าบ/ค่า”

หลังจากเราออฟไลน์กันแล้ว ผมไปที่หอพักของพวกสาวๆ เพื่อพา’หลินว่านเอ๋อ’กับ ‘ตงเฉิงเย่ว’ เพราะเราต้องออกไปหาอะไรทานกัน  ผมคาดว่าน่าจะเป็นมื้อเที่ยง ที่ร้านอาหาร เราเลือกทานก๋วยเตี๋ยว เมื่อผมสวาปามก๋วยเตี๋ยวไปสองชาม ‘หลินว่านเอ๋อ’มองผมอย่างอึ้งๆ เพราะเธอเพิ่งทานไปได้เพียงครึ่งชาม

“ปี๊บๆ”

โทรศัพท์ของผมดังขึ้น ผมมองดูเป็นเบอร์ของ’หวังซิ่น’   ผมลุกขึ้นทันที ค้อมศรีษะให้กับเด็กสาวทั้งสองแล้วหันตัวไปพร้อมกับรับสาย

“หัวหน้าหวัง เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ”

หวังซิ่นตอบมาว่า

“อือ  จำ “มนุษย์หมาป่า” ตัวนั้นได้ไหม ที่เราฆ่าไปในภารกิจล่าสุด ผลการชันสูตรมาแล้ว  สถาบันวิจัยได้ยืนยันว่า ดีเอนเอของชายคนนี้ถูกทำลายเสียหายและก่อตัวขึ้นมาใหม่ที่ทำให้เขาเปลี่ยนเป็นมนุษย์หมาป่า  มันมีความแปรผันที่มีผลกับดีเอ็นเอ แต่ว่าทรัพยากรของเราจำกัดทำให้เราไม่สามารถวิเคราะห์ความผิดปกติของดีเอ็นเอพวกนี้ได้”

ผมขมวดคิ้ว

“ฟังดูเหมือว่าได้กลิ่นทะแม่งๆ ในคดีนี้”

‘หวังซิ่น’พูดเสียงหนัก

“ใช่แล้วหล่ะ  เธอเดาไม่ผิดหรอ  มีหลักฐานฆาตกรรม 2 อย่าง และนายน้อยของบริษัทรุ่ยซิน ในเขตทางเหนือถูกลักพาตัวไปเมื่อคืนที่แล้ว  บอดี้การ์ดสองคนถูกฆ่าตาย  เราวิเคราะห์เส้นผมที่พบในที่เกิดเห็นแล้วได้ผลมาว่า มันเกือบจะเป็นแบบเดียวกับของมนุษย์หมาป่าที่พวกเราฆ่าไปนั่น  พวกมันต่างก็มีดีเอ็นเอแปรผัน ส่วนคดีฆาตกรรมอื่นๆ ก็เป็นแบบเดียวกัน  สัตว์ประหลาดพวกนี้เป็นผู้ก่ออาชญากรรม  ดังนั้นเราจึงสงสัยว่านี่เป็นผลงานขององค์กรที่มาจากเครือข่ายหลายกลุ่มที่มาเชื่อมกัน เพราะเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นผลงานของมนุษย์หมาป่าเพียงตัวเดียวได้ นั่นก็หมายความว่า….”

ผมจ้องมองไปอย่างเฉยเมย

“นั่นหมายความว่า  ผู้คนในเมืองหางโจวไม่ได้มีชีวิตที่ปลอดภัยเหมือนเมืองอื่นๆ ใช่ไหม”

‘หวังซิ่น’ หัวเราะเบาๆ

“เธอจะพูดอย่างนั้นก็ได้ วันนี้ตอนเที่ยง สำนักงานใหญ่ความมั่นคงแผ่นดิน (Central Safety Headquarters) จะส่งผู้เชี่ยวชาญมาส่วนหนึ่ง  หวังว่า พวกเขาจะสามารถค้นหาสิ่งใหม่ๆจาก ดีเอ็นเอผ่าเหล่าพวกนี้  พวกเขาตั้งทฤษฎีว่า มนุษย์หมาป่าพวกนั้นเป็นผลผลิตของการทดลองไฮเทค ด้วยการฝังพันธุกรรมด้วยวิธีการลึกลับ ทำให้มนุษย์ก้าวผ่านข้อจำกัดของ ดีเอ็นเอ ยกระดับทางกายภาพและพละกำลังเพิ่มขึ้น ในระดับใกล้เคียงกับพวกอสูร”

ผมขมวดคิ้ว

“ต้องการให้ผมทำอะไรฮะ”

“ตอนนี้ยังไม่มี”

‘หวังซิ่น’ กล่าวเพิ่ม

“ปกป้องหลินว่านเอ๋อให้ดีในช่วงเวลานี้ ถ้าเรามีภารกิจอะไร เราจะติดต่อเธอเอง  ฝึกฝนทักษะของเธอไว้ดีๆ  เพราะตำรวจไม่มีทางสู้ “สัตว์ประหลาด” พวกนั้นได้เลย  เราต้องอาศัยเธอเพียงอย่างเดียว”

“รับทราบ ติดต่อผมทันทีที่ได้ข่าวก็แล้วกัน”

ที่มา:

ตอนที่แล้วตอนต่อไป
comments