I-Here.info [ไอ้-เหี้ย ดอท อินโฟ]

Zhan Long ตอนที่ 171 ผู้พิทักษ์คนสุดท้าย

| Zhan Long | 1536 | 2448 วันที่แล้ว
ตอนที่แล้วตอนต่อไป

“ระดับผมต่ำกว่า รถม้าศึกหกระดับ ทำให้ผมไม่สามารถเห็นค่าสถานะของมันได้ ว่านเอ๋อ แล้วเธอละ?”

ผมหันไปถามสาวงามข้างๆ ผม

เธอก้าวเข้าไป พลางหัวเราะร่วน

“พลังโจมตีของมัน มากกว่าทหารม้าของซงนูราวๆ 20%ก็เหมาะสมสำหรับมอนสเตอร์ระดับ 62 ละนะ พลังป้องกันของมันคือ 1200 เลือดก็ 10000 พวกเราจะสู้กับมันยังไงดี?”

‘อวี่จื่อเฉิงโช่ว’หรี่ตา พลางกล่าว

“ฉันคิดว่าเราไม่ควรจะเสี่ยง ควรจะให้เซียวเหยาตรวจสอบก่อน พวกเราจะทำก่อนคิดไม่ได้ รถม้าศึกของเซียนเป่ยดูแปลกๆ เพราะงั้นพวกเราต้องสู้อย่างระมัดระวังมากๆ จัดการมันเหมือนกับจัดการกับบอสนั้นหละ”

‘ว่านเอ๋อ’พยักหน้า

“ฉันเห็นด้วยกับแผนของพี่เฉิงโช่วนะ พวกเราต้องระมัดระวัง”

ผมดึงดาบออกมาพลางกล่าวเสียงเบา

“เฉิงโช่วสุดสวย บัพผมด้วย [Encourage] ระดับ 6 ผมจะโจมตีแล้ว เป็ดที่รักดูผมดีๆ และฮิลผมให้ทันละ”

‘เป็ดที่รัก’หัวเราะเบาๆ

“ไม่ต้องห่วงบอส ฉันไม่ปล่อยให้คุณตายแน่ๆ”

……. ผมกำดาบแน่นพร้อมกับวิ่งเข้าใส่รถม้าศึกของเซียนเป่ยที่อยู่ใกล้ที่สุด ผมยังเข้าไปได้ไม่มาก วิญญาณทหารที่กุมบังเหียนอยู่ก็ร้องออกมา

“มีผู้บุกรุก รีบฆ่ามันซะ!!!!”

มันเฆี้ยนบังเหียน ทำให้ม้าศึกทั้งสี่ตัว ยกเท้าหน้าเปลี่ยนทิศทางพุ่งมาหาผม ผมสังเกตเห็นว่าที่ด้านหน้าของรถม้าศึกมันมีหนามแหลมยื่นออกมา ในขณะที่สองล้อของมัน ก็มีหนามแหลมยื่นออกมาด้านข้าง

ถ้ามีใครถูกมันชนเข้าละก็ ต้องตายอย่างแน่นอน

ฟุบบบบบ

เท้าของผมก้าวไปด้านหน้า ในขณะเดียวกันร่างกายของผมก็เอียงไปด้านหน้า ผมหลบหนามแหลมของมัน ผมกับเหวี่ยงดาบปลดปล่อยทักษะ [ดาบน้ำแข็งทมิฬ] จากด้านข้าง เข้าใส่จุดหลักของมัน

1327!

อย่างไรก็ตาม รถม้าศึกมันไม่ใช่สิ่งมีชีวิต มันจึงไม่ได้รับผลสโลของ [ดาบน้ำแข็งทมิฬ] แม้แต่น้อย อย่างไรก็ตาม หนามแหลมในล้อของมันโดนเข้าที่หน้าแข้งของผม มันเจ็บมากจริงๆ ผมได้รับความเสียหายไป 794 แต่มันยังไม่จบแค่นั้น มือหอกอันเดทห้าตัว บนรถม้าศึกโจมตีเข้ามาพร้อมกัน

312!

297!

323!

……. การโจมตีต่อเนื่อห้าครั้ง โชคดีที่ผมฮิลตัวเองได้ทัน ไม่อย่างนั้นผมคงโดนม่อนระดับ 62 ตัวนี้ฆ่าไปแล้ว ที่ด้านหลังของผมทุกคนมองมาอย่างตกตะลึง

‘ซงฮาน’

“บ้าจริง นี่แน่ใจนะว่ามันเป็นม่อนระดับสูงไม่ใช่ม่อนระดับบอสน่ะ”

‘ว่านเอ๋อ’กำหมัดแน่น

“มันแข็งแกร่งจริงๆ”

‘อวี่จื่อเฉิงโช่ว’ขมวดคิ้ว

“มันไม่ดีแล้วแบบนี้ รถม้าศึกของเซียนเป่ยตัวนี้มันฆ่ายากจริงๆ”

มันฉะกำดาบยาวของตัวเองแน่น

“พวกเราต้องลองแผนใหม่แล้วหละ อย่าสู้ตรงๆ ไม่งั้นคงจัดการมันยากมาก”

….. หลังจากที่ผมรับการดจมตีรอบแรกไปแล้ว ผมก็เหวียงดาบใส่มันจากด้านหลัง พร้อมกันนั้นผมก็จับด้านหลังของมันพลิกคว้ำลง และใช้คอมโบโจมตีเข้าใส่ทหารที่นั่งอยู่ในรถม้าไปสี่ครั้ง

2019!

2217!

2072!

2137!

ทหารอันเดตทั้งสี่ล้มลงที่พื้น มันตายทันที!!!

สมองของผมสว่างวาบ

“ทุกคนฟังทางนี้ ม่อนที่อยู่ในรถศึกมันเลือดไม่ถึง 2000 เพราะงั้นฆ่ามันง่ายมาก”

ในขณะนั้นเอง อันเดตที่อยู่ในรถม้าก็ใช้หอกของมันแทงมาที่ผม

‘เฉิงเย่ว’ ร่าย  [Pillar of Fire and Ice] ทันที

เปรี้ยงงงง

รถม้าศึกสั่นไหว มันเสียเลือดไปกว่า 1200 แต่ว่าทหารที่นั่งอยู่ยังไม่ตาย ‘เฉิงเย่ว’อ้าปากอย่างตกใจ

“เป็นไปไม่ได้น่า นี่ฉันโจมตีมันตรงๆ ไม่ได้งั้นเหรอ?”

‘ว่านเอ๋อ’ตอบ

“ตงเฉิง ทำไมไม่ลองสกิลเป้าหมายเดี๋ยวดูละ”

“โอ้”

‘ตงเฉิง’ยกไม้เท้าขึ้นพร้อมกับกางนิ้วออก มันมีกระแสไฟฟ้าแล่นไปมา มันพุ่งออกไปยังทหารในรถม้าศึก และฆ่ามันตายในการโจมตีเพียงแค่ครั้งเดียว มันรุนแรงจริงๆ

หลังจากสูญเสียคนขับ พลังของมันก็ลดลงอย่างมาก ในขณะเดียวกันผมก็ยังหยุดการเคลื่อนไหวของมันอยู่ คนอื่นๆ ก็โจมตีมันจากระยะไกล ไม่ถึงครึ่งนาทีเลือด 10000 ของมันก็หายไปอย่างรวดเร็ว

ฮี่ๆๆๆๆๆ เสียงม้าคร่ำครวญพลางล้มลงไปกองที่พื้น

ในขณะเดียวกัน รถม้าศึกก็พังทลายไปเช่นกัน

ฟุบบบบ

แสงสีทองสว่างวาปขึ้นที่ตัว’มัทฉะ’ อันบ่งบอกว่าเธอระดับเพิ่มแล้ว พลางหันมองมาที่ผม

“บอส…นี่มัน”

“หือ? มีอะไรงั้นเหรอ?”

‘มัทฉะ’ตอบอย่างยินดี

“แค่รถม้าศึกตัวเดียว ฉันก็ได้ค่าประสบการณ์ไปถึง 4% เลย มันเยอะมาก”

‘เฉิงเย่ว’พยักหน้าเห็นด้วย

“ใช่ ฉันก็ได้ตั้ง 1.5% ม่อนกลไกพวกนี้ให้ค่าประสบการณ์มากกว่าชั้นสี่อย่างเทียบกันไม่ติดเลยหละ”

ผมหัวเราะ

“ก็ถือว่าโอเค พวกเราจะล่อมันมาและฆ่ามันทีละตัว การต่อสู้ที่ชั้นนี้จะทำให้ทุกคนระดับเพิ่มในชั่วพริบตาแน่นอน มัทฉะ 45 แล้ว ซงฮานก็ใกล้จะ 50 เควสระดับ SS นี่มัน OP จริงๆ”

TL : รถหนึ่งคันนับเป็นม่อนหนึ่งตัวนะครับ

ทุกคนต่างมีความสุขกันมาก พวกเขาเข้าใจว่าการทำเควสนี้ทำให้พวกเรามีความแข็งแกร่งขึ้นมากทีเดียว แม้แต่’ว่านเอ๋อ’กับตง’เฉงเย่ว’และผมก็ด้วย ตั้งแต่เราเข้ามาดันเจี้ยนแห่งนี้ทั้งค่าประสบการณ์และอุปกรณ์ที่ได้รับมันมากทีเดียว มันช่วยให้พวกเราเก่งได้แบบก้าวกระโดดเลยทีเดียว …..

พวกเราออกล่าอย่างต่อเนื่อง รถม้าศึกมันให้ค่าประสบการณ์ที่เยอะมากทีเดียว ผมเดินถอยหลังมาพลางกล่าว

“หลิวย่งนายใช้  [Double Shot] ใส่คนขับมันซะ มันจะสูญเสียความแม่นยำไป ตงเฉิงใช้ [ดัชนีอัสนียบาต] ต่อเลย ถ้าพลหอกของมันตายไปก่อน ทักษะ  [Reckless Pike Thrust] ก็จะไร้ผล แบบนั้นผมจะได้สู้ง่ายขึ้นหน่อย”

‘หลิวย่ง’พยักหน้าก่อนจะยกปืนขึ้นมา

ปั้ง ปั้ง

เขาใช้ [Double Shot] เข้าใส่มัน มันร้องอย่างโหยหวนพร้อมกับตายไป ร่างของมันร่วงลงสู่พื้น โชคร้ายที่มันกลายเป็นก้อนเนื้อที่ติดอยู่กับล้อรถไป ‘เฉิงเย่ว’ใช้ [ดัชนีอัสนียบาต]  ซ้ำต่อเพื่อความชัวทันที

เปรี้ยงงงง

ม้าศึกใช้ท่า [Savage Charge] ของมันพุ่งเข้าชนตงเฉิงเหล่ยจนเขาถอยหลังออกไป เขาหอบหายใจอย่างหนักพลางพูดด้วยรอยยิ้ม

“พี่เซียวเหยา รถศึกนี่มันแข็งแกร่งจริงๆ ผมไม่สามารถดันมันกลับไปได้”

ผมอดที่จะขำไม่ได้

“เจ้าเด็กโง่อย่าประมาทไป ปล่อยให้เป็นหนี่ชั้นเอง”

ผมใช้ทักษะ [Haste] พร้อมกับพุ่งเข้าหารถศึกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเงื้อดาบตัดการเชื่อมต่อระหว่างตัวรถและม้าไป ทันใดนั้นม้าทั้งสี่ตัวก็ร้องอย่างโหยหวน มันเป็นการโจมตีตรงจุดมาก

ในขณะเดียวกัน’เฉิงเย่ว’ก็ร่ายทักษะ  [Pillar of Fire and Ice] และ’ว่านเอ๋อ’ก็ใช้ [Bleed] ทำให้รถศึกสลายกลายเป็นฝุ่นไป พร้อมกับระเบิดเงินออกมา

โชดดีมาก เมื่อผมมองออกไปและเห็นรถม้าศึกแห่งเซียนเป่ยมีอยู่มากมาย มันอาจจะทำให้ผมไปถึงระดับ 57 บางทีผมอาจจะกลายเป็นอันดับ 3 ของเมืองป้าฮวงเลยก็ได้ มันคือสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยเพิ่มชื่อเสียงของผม แต่ก็อย่างว่า ผมก็มีชื่อเสียงใช้ได้ในเมืองป้าฮวง

ผมสามารถชวนผู้เล่นที่มีทักษะดีๆ เข้าร่วมได้ง่ายๆ เมื่อพวกเราสร้างกิลด์สำเร็จ ไม่งั้นพวกเราคงเป็นเหมือนพวก เซิกกิลด์พวกนั้นแน่ๆ เช่น  [Wrath of Heroes] ที่แพ้ทางด้านพลังกับพวก  [Prague] และ [Vanguard]

TL : เซิก = มีคนเยอะ แต่ไม่มีผู้เล่นที่มีทักษะดีๆ เยอะ ….

พวกเรายังคงล่อรถศึกออกมาทีละตัวเพื่อจัดการ พวกเราเห็นว่าอัตราการดรอปของมันสูงมาก ทุกๆ 3 ตัว จะมีอุปกรณ์ดรอปออกมาหนึ่งชิ้นเสมอ แน่นอนว่าส่วนมากมันจะเป็นของระดับทองแดงและเขียว

แต่นานๆ ที จะมีของระดับเงินดรอปออกมา แต่ของระดับทองไม่น่าจะมี แต่พวกเราก็คิดว่าอุปกรณ์เหล่านี้ก็ให้เงินเรามากพอตัวทีเดียว

“แคกๆ”

‘เฉิงเย่ว’หยุดโจมตีและพูด

“ว่านเอ๋อ เมื่อกี้ฉันคุยกับ Q-Sword เขาถามว่าพรุ่งนี้เรามีแผนจะทำอะไรมั้ย?”

‘ว่านเอ๋อ’ตอบกลับอย่างแปลกใจ

“มีอะไรงั้นเหรอ?”

‘เฉิงเย่ว’กล่าวเรียบๆ

“พรุ่งนี้ Q-Sword เขาจะมาติดต่อเรื่องงานที่เซี้ยงไฮ้ เขาบอกว่า ถ้าพวกเราว่าง เขาอาจจะมาเยี่ยมเราที่เมืองหางโจว”

“โอ้”

เธอขมวดคิ้วพร้อมกับหันมาทางผม

“พรุ่งนี้เรามีอะไรสำคัญต้องทำมั้ย?”

ผมส่ายหัว

“นอกจากการเก็บระดับ ก็ไม่มีอะไรสำคัญละนะ ไม่ต้องห่วง ถ้า Q-Sword อยากมาเจอพวกคุณละก็ พวกเธอควรไปพบเขานะ ถ้ากิลด์ผมมีรองหัวหน้ากิลด์ที่เก่งแบบเธอสองคน ผมก็อยากจะไปเจอพวกเขานะ”

‘ซงฮาน’ยิ้ม

“มันก็เป็นกลยุทธทั่วไปในการมัดใจลูกน้องละนะ หัวกิลด์ไปเจอสมาชิกที่เป็นเสาหลักในชีวิตจริง มันจะช่วยเพิ่มความสนิทสนมมากขึ้น”

‘อวี่จื่อเฉิงโช่ว’ยิ้มและหัวเราะ

“ฉันกลัวว่ามันจะไม่ใช่แบบนั้นนะซิใช่มั้ย? Q-Sword รู้จักกันในชื่อ เป่ยเฉินเฟิง เขาเป็น CEO ของ เป่ยเฉินเอนเตอร์ไพร ที่ตั้งอยู่ลั่วอยางในมนฑณเหอหนาน และเขายังเป็นนักดาบระดับแนวหน้าอีกด้วย เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ชายที่เพอร์เฟ็กที่สุดในเซิฟเวอร์ เพราะงั้นเธอจะต้องไม่เชื่อแน่ว่า จริงๆแล้ว เขาไปเพราะอยากเจอสาวสวยทั้งสอง อย่างพวกเธอมากกว่า…..เธอคิดว่าฉันพูดถูกมั้ย?”

จู่ๆ ‘รันมิน’ก็โพล่งออกมา

“บางทีข่าวลืออาจเป็นจริงก็ได้ เป่ยเฉินเฟิง เขาชอบ หลินว่านเอ๋อ”

ทันใดนั้น’ว่านเอ๋อ’ก็หันมาหาผมหน้าซีดๆ ก่อนจะกันไปหา’รันมิน’

“รันมิน หุบปากไปเลย”

ผมจับไหล่เธอเบาๆ พร้อมพูด

“เป็นอะไรไปว่านเอ๋อ รันมินเขาก็แค่พูดเล่นไปเรื่อยเท่านั้นเอง”

“ฉัน….ฉัน..ฉันไม่เป็นอะไร”

‘ว่านเอ๋อ’ก้มหน้าลงพร้อมกับจ้องไปยังรถม้าศึก พลางพูดเงียบๆ

“งั้น…พรุ่งนี้ตอนบ่าย นายต้องพาฉันกับตงเฉิงไปเจอ Q-Sword นะ ไปกินข้าวด้วยกันนะ”

ผมพยักหน้าและหัวเราะ

“อ่า แน่นอน จริงๆ ผมก็อยากไปเจอเขานะ อยากเห็นว่าเขาจะเป็นยังไง ชายหนุ่มที่เพอร์เฟ็กที่สุดในเซิฟเวอร์น่ะ ชั้นอยากรู้ว่าเขาจะเป็นคนแบบไหน”

‘อวี่จื่อเฉิงโชว’ยิ้มขำ

“โอ พ่อรูปหล่อของเรา เซียวเหยาจื่อไจ๋ นายอยากจะไปเทียบกับเขางั้นเหรอไง”

“ฮ่าๆ”

ผมหัวเราะ พร้อมกำหมัดเบาๆ

“ความงามของผู้คนไม่ใช่รูปลักษณ์ของเขา ผมอยากจะรู้ว่าผมกับเขาใครจะแข็งแกร่งกว่ากัน”

‘อวี่จื่อเฉิงโช่ว’

“เสพติดความรุนแรงจริงๆ……”

ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ….

ผ่านไปสามชั่วโมงพวกเราก็ฆ่ารถศึกไปทั้งหมดแล้ว ตามที่ผมคิดไว้ ผมมาถึงระดับ 57 แล้ว และค่าประสบการอีก 49% ‘ว่านเอ๋อ’กับ’ตงเฉิง’ ระดับ 58 ทุกคนใน Zhan Long ก็ได้ระดับมาไม่น้อย ซงฮานระดับ 51 รันมินและหลิวย่งระดับ 50 มัทฉะระดับ 47

ทุกคนไปได้ไกลกว่าที่ผมคาดไว้ซะอีก ‘รันมิน’คิดว่าถ้าจบเควสระดับของเขาคงจะอยู่ราวๆ 52 และเมื่อเขาระดับ 54 เขาจะสวมใส่ขวานรบสองคมวิญญาณสิ่งสู่ ได้ และเมื่อถึงตอนนั้น เขาจะกลายเป็นเครื่องจักรสังหารเลยหละ

แต่ว่าเขายังมีอุปกรณ์ที่ไม่ดีเท่าไหร่ ถ้าเขาปรับเปลี่ยนใหม่ละก็ จะกลายเป็นนักรบแนวหน้าเลยหละ พวกเราหยุดยืนที่หน้าห้องโถงน้ำแข็ง ข้างในนั้นมีโลงศพคริสตัลที่อยู่ภายในน้ำแข็ง และรอบโลงศพยังมีโซ่สีแดงโลหิตพันรอบ และยังมีเครื่องรางของขลังจำนวนมากวางไว้อยู่

ขณะที่ผมสงสัยว่านั่นจะเป็นที่ปิดผนึกจิตวิญญาณของหรันมิน ผมมองไปยังข้างบนโรงศพ เห็นแม่ทัพสงครามนั่งอยู่ ตั้งแต่หัวจรดเท้ามันคือชุดเกราะ ในมือของมันมีดาบยาว

นี่คือบอสตัวสุดท้าย – จักรพรรดิแห่งเซียนเป่ย มู่หรงจวิ้น!!!!

ที่มา:

ตอนที่แล้วตอนต่อไป
comments