I-Here.info [ไอ้-เหี้ย ดอท อินโฟ]

Zhan Long ตอนที่ 327 ไจ๋ไจ๋น้อย

| Zhan Long | 995 | 744 วันที่แล้ว
ตอนที่แล้วตอนต่อไป

แปลโดย Kradiz

‘เฟ่ยเอ๋อ’ที่ยืนอยู่บนเวทีนั้น เธอไม่มีความตื่นเต้นเลยแม้แต่น้อย ในมือของเธอมีไมล์ชนิดพิเศษที่ทำขึ้นมาเพื่อเกมนี้โดยเฉพาะ เสียงหวานใสของเธอดังก้องกังวานไปทั่วทั้งเวที

“ผู้เข้าแข่งขัน และผู้เล่นทุกท่านยินดีต้อนรับสู่การแข่งขัน ‘กำเนิดวีระบุรุษ’ ของปีนี้”

“ต่อไปนี้ ทุกท่านจะได้รับชมการแข่งขันอันน่าตื่นเต้นของเหล่าผู้เล่นจากเมืองจิวหลี่ เมืองฟ่านชูและเมืองป้าฮวง ใครจะได้รับเหรียญตราแห่งเกียรติยศครั้งนี้ไป? จะเป็น ฟางเก่อเช่วแห่งกิลด์ [Legend] Q-Sword แห่งกิลด์ [Hero’s Mound] เจี้ยนเฟิงฮานหรือว่าจะเป็นม้ามืดกันแน่ เรามาชมไปพร้อมกันเลย!!”

“การแข่งคู่แรกคือการต่อสู้ระหว่างอันดับหนึ่งแห่งเมืองป้าฮวง หัวหน้ากิลด์ [Zhan Long] เซียวเหยาจื่อไจ๋ ปะทะกับหัวหน้ากิลด์ [Appearance Alliance] มู่เสวียน โอ้มู่เสวียนคือสาวงามที่ทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่าเธอแข็งแกร่งและงดงามเพียงใด พวกเราจะได้เป็นพยานของการต่อสู้ครั้งนี้ ขอเชิญผู้แข่งขันทั้งสองขึ้นมาบนเวทีได้เลยคะ”

…… ตริงง หลังจากกดตกลง ผมก็ถูกส่งไปยังสนามต่อสู้ทันที ครั้งนี้ สนามนั้นกว้างประมาณ 200*200 เมตร นี่มันเอื้อให้’มู่เสวียน’สามารถไคร์ผมได้สบายๆ เลยนะนี่ แถมยังส่งผลเสียต่อสายประชิดแบบผมอีก ผมชอบสนามแบบกว้าง 10*10 เมตรมากกว่า เพราะผมสามมารถเข้าถึงตัวคู่ต่อสู้ได้ในไม่กี่ก้าว

ตรงข้ามผมคือมู่เสวียนที่กำลังยิ้มแย้ม บอกได้เลยว่าเธอนั้นผ่านสนามรบมามากมาย นอกจากนี้เธอยังเป็นคนที่มีจิตใจสูงส่งและพูดจริงทำจริงเสมอ ดูเหมือนเธอจะไม่ได้สนผลที่ออกมา แต่เธอสนความสนุกในการได้ต่อสู้มากกว่า ‘เฟ่ยเอ๋อ’ประกาศออกไมล์ทันที

“โอเค เอาหละ ทั้งสองฝั่งก็ได้เข้ามายังสนามเรียบร้อยกันแล้ว โปรดเตรียมพร้อมกันด้วย เซียวเหยาจื่อไจ๋ มู่เสวียน หลังจากที่ดิฉันออกจากสนาม นั่นคือสัญญาณเริ่มการต่อสู้คะ”

หลังจากที่’เฟ่ยเอ๋อ’กล่าวจบ เธอก็กลายเป็นแสงสีขาวหายไป และระบบก็เริ่มนับถอยหลัง

“3!”

“2!”

“1!”

Battle Start!

นี่เป็นครั้งแรกเลย ที่ผมได้เป็นคู่เปิดของการแข่งใหญ่ขนาดนี้ การแข่งครั้งนี้มันสำคัญมาก ผมจะแพ้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมต้องทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อให้ไปไกลที่สุดเท่าที่ไปได้

ปังง รองเท้าของผมระเบิดพื้นดังลั่น ร่างของผมพุ่งเข้าหา’มู่เสวียน’อย่างรวดเร็ว ด้วยเสียงคำรามที่แผ่วเบา ร่างของผมก็ถูกปกคลุมไปด้วยทักษะ [เสียงคำรามของมังกรแห่งสายฟ้า] เพิ่มพลังป้องกันและพลังโจมตี 40% แน่นอนว่าแค่การเพิ่มพลังป้องกันแค่ 40% นั้น ไม่มีความหมายสำหรับศัตรูอย่าง’มู่เสวียน’เลยแม้แต่น้อย

เพราะเวทต์มนต์นั้นต้องป้องกันด้วยป้องกันเวทเท่านั้น ซึ่งก็โชคดีที่ผมค่อนข้างจะถึกอยู่พอตัว ‘มู่เสวียน’เหล่มองมายังผม พลางผายมือออกมาด้านหน้า ปล่อย [กรวยน้ำแข็ง] พุ่งเข้ามาหาผม ปังงง 1102!

ผู้หญิงคนนี้แข็งแกร่งจริงๆ แม้ว่าจะเป็นทักษะที่ร่ายแค่แป๊บเดียว แต่ก็ยังสามารถสร้างดาเมจได้มากแบบนี้ เธอทำได้ยังไงกัน!!

แม้ว่าผมจะถูกทำให้เคลื่อนที่ช้าลง ผมก็ยังคงพุ่งหน้าต่อไป ในจังหวะเดียวกันผมก็เรียกพยัคฆ์น้อยออกมา พลางสั่งให้มันเข้าจู่โจมมู่เสวียนจากอีกทิศหนึ่ง นี่คือหัวใจหลักของแผนของผม เธอไม่มีทางร่าย [กรวยน้ำแข็ง] พร้อมกันสองทางได้แน่นอน ตอนนี้ก็แค่รอโอกาสดีๆ เพื่อจู่โจมเท่านั้น ‘มู่เสวียน’ถอยกลับพลางเรียกสัตว์เลี้ยงของเธอออกมา

นกอินทรีขนาดยักษ์ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าพร้อมกับเสียงร้องดังลั่น พร้อมกับพุ่งเข้าจู่โจมเทพพยัคฆ์ ปากของมันเปล่งประกายสีแดงจ้า ฉั้วว มันจิกลงใกล้กับดวงตาของเจ้าพยัคฆ์ ส่งผลให้มันร้องออกมาอย่างเจ็บปวด พร้อมกับทำให้มันสูญเสียทัศนะวิสัยไป มันคือการจู่โจมทำให้ตาบอด

ส่งผลให้ผมไม่สามารถควบคุมทิศทางการโจมตีหรือการเคลื่อนไหวของมันได้ ผมกัดฟันพร้อมกับสั่งให้มันใช้ [เพลิงเทวะทลายทัพ] โฮกกกกก  ร่างกายของพยัคฆ์น้อยค่อยๆ ขยายขนาดขึ้น กรงเล็บทั้งสี่ทุกปกคลุมไปด้วยเพลิงอย่างคลุ้มคลั่ง และที่น่าดีใจไปกว่านั้นคือ ทิศทางที่มันพุ่งไปคือทิศที่อินทรียักษ์อยู่!!

และเพราะอินทรียักษ์บินต่ำเพื่อจะจู่โจมอีกครั้ง ทำให้มันไม่สามารถหลบการโจมตีของเจ้าพยัคฆ์ได้ เมื่อผมเห็นดังนั้นผมจึงผายมือออกพร้อมกับปลดปล่อยทักษะ [โลกาสิ้นสูญ] เข้าสู่เจ้าอินทรียักษ์ 3488!

“บ้าจริง….”

เลือดของอินทรียักษ์ลดลงอย่างมาก ทำให้’มู่เสวียน’สับสน ปากของเธอเบิกกว้าง

“พลังโจมตีของเจ้าหนูนี่แรงจริงๆ….ถ้าฉันรู้มาก่อนหละก็ ฉันน่าจะเรียกเสือดาวเพลิงออกมาดีกว่า”

ยังไม่สิ้นคำกล่าวของเธอดี มู่เสวียนก็ใช้ เวทเพลิงและน้ำแข็งพุ่งเข้าจู่โจมหน้าออกของผม ส่งผลให้เลือดของผมลดลงไปมากทีเดียว 1673! 1426!

ผมเริ่มที่จะกังวลเล็กน้อย แต่ก็ตัดสินใจที่จะพุ่งต่อไป พร้อมกับใช้ [เร่งความเร็ว] เพิ่มความเร็วของตนเอง พร้อมกับสั่งให้เจ้าพยัคฆ์น้อยพุ่งเข้าโจมตีจากด้านข้าง มันใช้ [กรงเล็บเพลิง] เข้าใส่โล่มานาอย่างจัง ส่งผลให้ความทนทานของโล่มานาเหลือเพียง 47% เท่านั้น ถ้าโดน [คมดาบน้ำแข็งทมิฬ] เข้าไปอีกทีแล้วหละก็ มันจะแตกอย่างแน่นอน

ฟุบบบ แท่งน้ำแข็งขนาดยักษ์ เริ่มก่อตัวขึ้นบนฝ่ามือของเธอ นั่นมัน [ศรทะเลคราม] กำลังจะมาแล้ว!! หลังจากที่ [ศรทะเลคราม] พุ่งออกมา มู่เสวียนก็ยังคงขยับมือของเธออีกครั้ง ใช้ [เสาเพลิงน้ำแข็ง] เบื้องหน้าศรดอกนั้น ผู้หญิงคนนี้ฉลาดจริงๆ เธอรู้ว่าผมจะใช้ [ดาบตัดมิติ] หลบศรทะเลคราม

โชคไม่ดีที่เธอคำนวณพลาดไปอย่าง ถ้าหากเป็นผมเมื่อหนึ่งเดือนก่อน ปฏิกิริยาของผมไม่มีทางหลบได้แน่นอน แต่ผมในตอนนี้นั้น แตกต่างอย่างสิ้นเชิง ผมหมุนร่างพร้อมกับใช้ [ดาบตัดมิติ] เลียดพื้นไปพร้อมกับสไลต์ทำมุม 75 องศา ส่งผลให้การโจมตีทั้งสองของเธอ พลาดเป้าไป

ในขณะที่ผมกำลังพุ่งตรงไปผมก็ใช้ [ดาบเจ็ดดารา] ออกมา

เปรี้ยงงงง เพียงพริบตาเดียว มันพุ่งเข้าใส่ร่างของมู่เสวียนอย่างจัง ส่งผลให้โล่มานาของเธอลดความทนทานเหลือเพียง 11% และที่ยิ่งไปกว่านั้น เธออยู่ห่างจากผมเพียง 5 หลาเท่านั้นเอง เป็นการเข้าประชิดได้อย่างว่องไวทีเดียว

“ชิบ….”

‘มู่เสวียน’กัดริมฝีปากแน่น พลางถอยออกจากตำแหน่งเดิม พร้อมกับใช้ [แท่งน้ำแข็ง] ลดความเร็วของผมลง

แต่ครั้งนี้กลับมีบางอย่างเหนือความคาดหมายเกิดขึ้น MISS! MISS!

การโจมตีต่อเนื้องทั้งสองครั้งพลาดเป้าไป และที่ยิ่งไปกว่านั้นการโจมตีครั้งนี้เธอคิดว่ามันต้องโดนแน่ๆ

“เป็นไปได้ยังไงกัน!!!”

‘มู่เสวียน’อดจะตกใจไม่ได้ นั่นหมายความว่าเธอยังหาข้อมูลมาไม่เพียงพอ ไม่งั้นเธอคงจะรู้แล้ว ว่าผมนั้นสวมใส่ชุดเกราะมนตราแห่งความพิโรธ ทำให้ผมสามารถหลบเวทมนต์ได้ 30% ต้องขอบคุณมันอย่างมากจริงๆ

ที่ทำให้ผมสามารถรอดมาได้จนถึงตอนนี้ ผมระเบิดความเร็วขึ้น พร้อมกับกระแทกเข้าใส่ร่างของมู่เสวียน ส่งผลให้เธอกระเด็นถอยหลังไปหลายเมตร ดาบแห่งจักรพรรดิฉินเปล่งประกายเจิดจ้าเป็นแสงห้าสายระเบิดออกมา การโจมตีครั้งแรกทำลายโล่มานาของเธอไป ตามติดมาด้วยครั้งต่อๆ มาเข้าสู่ร่างของเธออย่างจัง MISS! 1737! 1822! 1739! 1802!

…… ‘มู่เสวียน’ร้องออกมาอย่างเจ็บปวด พร้อมกับล้มลงสู่พื้นและกลายเป็นแสงไป ทันใดนั้นก็มีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นในหูของผม เสียงแจ้งเตือน : ยินดีด้วย คุณสามารถล้มผู้เล่น [มู่เสวียน] ลงได้ และได้รับ 1 คะแนน

หลังจากการแข่งขันจบลง ร่างกายของผมก็รู้สึกอบอุ่นขึ้น ทำให้เลือดกลับมาเต็มอีกครั้ง ผมมองไปยังเกราะตรงหน้าอกพลางรู้สึกขอบคุณมันในใจ ถ้าหากไม่ใช่เพราะมัน ผมต้องโดนดาเมจอย่างรุนแรงมากแน่ๆ จากคนเก่งแบบเธอ ผู้ซึ่งแข็งแกร่งไม่ต่างจาก’ตงเฉิงเย่ว’

ความผิดพลาดเล็กน้อยก็สามารถทำให้ทุกอย่างผิดพลาดไปได้ ไม่นานนัก รอบที่สองก็เริ่มอีกครั้ง ‘มู่เสวีย’ถูกเคลื่อนย้ายเข้ามาอีกครั้ง

ฟุบบบ เธอเรียกเสือดาวเพลิงของตนเองออกมา ส่งผลให้บรรยากาศของเธอเปลี่ยนไป ดูเป็นผู้เล่นระดับสูงขึ้นทันที ในการต่อสู้กับผู้เล่นระดับสูงทุกครั้ง จะต้องมีแผนสวนกลับอยู่เสมอ แต่ในตอนแรกนั้น ผมไม่คิดว่าการที่เธอเปลี่ยนสัตว์เลี้ยง จะช่วยให้แผนของเธอเปลี่ยนได้ยังไง

หรือมันจะสามารถลดแรงกดดันจากทักษะของผมได้? ในรอบแรกนั้นผมสามารถกดดันเธอได้ ไม่ปล่อยโอกาสให้เธอได้ใช้ [กระโดดข้ามมิติ] เลยแม้แต่น้อย แล้วรอบนี้จะออกมาแบบไหนกัน?

“เข้ามาเลย…”

‘มู่เสวีย’ขยันแขนของเธอ ส่งผลให้ 32E ของเธอสั่นไหวเล็กน้อย เธอยิ้มหวานพลางกล่าว

“ฉันเริ่มจะชอบนายซะแล้วซิ ไจ๋ไจ๋น้อย”

ผมกลืนน้ำลายเล็กน้อยพลางกล่าว

“อย่าเรียกผมว่า ไจ๋ไจ๋น้อยได้มั้ย?”

“ทำไม? นายอยากจะให้ฉันเรียกว่า จื่อจื่อน้อยงั้นเหรอ?”

‘มู่เสวียน’ชายตามอง หน้าของผมเริ่มจะเขียวคล้ำ

“จะทำอะไรก็ทำ! เอาที่สบายใจเลย! รอบหน้าก็พยายามเข้าหละ ผมไม่ลังเลที่จะทำแบบรอบแรกหรอกนะ”

‘มู่เสวียน’ยิ้มบางๆ พลางกล่าว

“ไม่ต้องห่วง เกมพึ่งจะเริ่มเท่านั้น ฉันแค่ทดสอบนายเอง รอบนี้แหละของจริง เตรียมตัวถูกฉันทำลายล้างซะ ไจ๋ไจ๋น้อย!!”

เมื่อ’มู่เสวีย’เรียกผมว่าไจ๋ไจ๋น้อย ผมรู้สึกเหมือนมีมดมาไต่ตามผิวหนัง เมื่อการนับถอยหลังสิ้นสุด ผมชูดาบขึ้นพร้อมกับพุ่งตรงเข้าไป ฟุบบบบบ วงเวทห้าเหลี่มปรากฏขึ้น พร้อมกับเทพพยัคฆ์พุ่งเข้าตะปบ แผนของผมเหมือนกับรอบแรก แยกกันจู่โจมสองทาง เพื่อสร้างแรงกดดันให้เธอสับสนในการใช้ทักษะ ผมคงไม่กล้ารับดาเมจของเธอเพียงลำพังแน่ๆ

ในจังหวะต่อมา ‘มู่เสวียน’ก็ปล่อยทักษะ [แท่งน้ำแข็ง] พุ่งมายังผม ลดความเร็วของผมลงไป หลังจากนั้นเธอสั่งให้เสือดาวเพลิงของเธอตะปบเข้าใส่พยัคฆ์น้อยของผม ก่อนที่มันจะได้ตอบสนองใดๆ [เพลิงยึดจับ] สตั้นพยัคฆ์น้อยของผมไป 3 วินาทีทันที 478!

เมื่อผมเห็นดาเมจนั้นผมก็รู้ทันทีว่า มันคือสัตว์เลี้ยงสายความเร็วอย่างแน่นอน แม้ดาเมจจะน้อย แต่มันก็เร็วกว่าสัตว์เลี้ยงของผมแน่นอน และยังสามารถใช้ [เพลิงยึดจับ] หยุดการเคลื่อนไหวได้อีก มันได้เปรียบสัตว์เลี้ยงของผมอย่างมากทีเดียว สัตว์เลี้ยงประเภทนี้มีเพียงพวกระดับสูงจริงๆ เท่านั้นที่ใช้กัน มู่เสวียนขยับมืออกีครั้ง ปล่อย [ศรทะเลคราม] + [บอลเพลิง] เข้าใส่พยัคฆ์น้อยของผม!! 4129! 1737!

ส่งผลให้มันได้รับดาเมจอย่างรุนแรง ผมตะลึกอย่างจัง ก่อนจะริบฮิลให้มัน หลังจากที่มันหายจากการมึนงง มันคำรามออกมาดังลั่นพร้อมกับใช้ [เกราะเพลิง] และ [เพลิงเทวะทลายทัพ] เข้าใส่เจ้าเสือดาว ก่อนจะยกกรงเล็บเข้าตะปบด้วยทักษะ [ดื่มโลหิต] ดูดเลือดมา 3000 กว่า

ในจังหวะเดียวกัน ผมก็พุ่งเข้าจู่โจมเช่นกัน ย่นระยะห่างระหว่างเราในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ก่อนที่เธอจะใช้ [กระโดดข้ามมิติ] หนีไป ในขณะเดียวกัน เสือดาวเพลิงก็พุ่งเข้าจู่โจมผมด้วย [เพลิงยึดจับ] เข้าที่ไหล่ของผม ทำให้ผมติดสตั้นไป

‘มู่เสวียน’นั้นไม่เร่งรีบที่จะฆ่าผม เธอหันกลับไปโจมตีเทพพยัคฆ์ต่อทันที ชิงความได้เปรียบที่มันอยู่ห่างจากผม แล้วค่อยๆ ลดเลือดของมัน   ……

จิตใจของผมเย็นเฉียบ นี่นะเหรือความแข็งแกร่งของผู้เล่นระดับสูง? เธอแข็งแกร่งจริงๆ ผมใช้ความได้เปรียบที่พยัคฆ์น้อยนั้นมี [เกราะเพลิง] ร่นระยะห่างระหว่างเราอย่างรวดเร็ว ก่อนจะสะบัดดาบเข้าใส่เสือดาวเพลิง พร้อมกับเก็บมันด้วย [ดาบเจ็ดดารา] 3167!

พยัคฆ์น้อยคำรามดังลั่นพลางใช้ [พยัคฆ์คำราม] ออกมา ดักทางเสือดาวเพลิงด้วยทักษะแบบแอเรีย ทำให้มันร้องออกมาอย่างเจ็บปวด ก่อนจะเป็นแสงหายไป ‘มู่เสวียน’อดที่จะอ้าปากเหวอไม่ได้

“ชิบ..ฉันต้องเปลี่ยนแผนอีกแล้ว! ฉลาดจริงๆ ไจ๋ไจ๋น้อย นายสามารถหาช่องโหวจนได้”

…… ผมเงยหน้าพร้อมกับร่ายฮิลใส่พยัคฆ์น้อยอีกครั้ง ก่อนจะพุ่งเข้าใส่มู่เสวียน เมื่อเจ้าของและสัตว์เลี้ยงเลือดเต็ม ผมย่อมต้องมีโอกาสชนะมากขึ้น!!

‘มู่เสวียน’ชูไม้เท้าขึ้น พลางใช้ [กระโดดข้ามมิติ] ไปอยู่ตรงขอบสนามต่อสู้ เธอโบกไม้เท้าพลางตะโกนออกมา

“โอเคๆ ฉันยอมแพ้…”

ที่มา:

ตอนที่แล้วตอนต่อไป
comments