I-Here.info [ไอ้-เหี้ย ดอท อินโฟ]

Zhan Long ตอนที่ 334 กำจัดศัตรูเก่า

| Zhan Long | 798 | 568 วันที่แล้ว
ตอนที่แล้วตอนต่อไป

แปลโดย : SanaKunGz

“เคร้ง!”

เมื่อการนับถอยหลังจบลง เหยียนจ้าวอู่ซวง เงื้อมือไปที่ด้านหลัง ดึงดาบของเขาออกมาจับด้วยมือ ทั้งสองอย่างมั่นคง จากนั้นเขาก็แกว่งดาบออกด้วยมือซ้าย แล้วแบมือขวาออก มีคริสตัลทรงห้าเหลี่ยม ส่องสว่างอยู่ภายในนั้น เนื่องจากการประลองเริ่มแล้ว ผมจึงดึงดาบแห่งจักรพรรดิฉินออกมาจากฝักเป็นที่เรียบร้อย และเรียก เสือน้อยของผมออกมาจากมิติกักเก็บสัตว์เลี้ยง

เสือน้อยคำรามออกอย่างดุร้ายโดยมีออร่าสีแดงเข้ม ล้อมรอบตัว เผยให้เห็นลักษณะท่าทางอันสง่างามของราชันสัตว์อสูร …..

“เข้ามา เสียวเหยาจื่อไจ๋!”

เหยียนจ้าวอู่ซวง กล่าวท้าทาย พร้อมกับกำดาบในมือให้แน่นมากขึ้น เขาเดินไปรอบๆ อย่างไม่รีบร้อน ท่าทางของเขาเหมือนกำลังบอกผมว่า

“จัดมาให้เต็มที่ ฉันจะไม่เปิด ช่องให้แน่”

ผมมองไปที่ เหยียนจ้าวอู่ซวง ผมไม่พบช่องโหว่ในการป้องกันของเขาเลย เขาเหวี่ยง ดาบไปมาพร้อมกับเสียงกรีดร้องอันน่าสพรึงกลัวของ ตั้กแตนตำข้าวอสูร ที่ด้านหลัง ในขณะเดียวกัน ผมก้าวไปด้านหน้า และชั่วพริบตาดาบของผมก็พุ่งเข้าใส่ เหยียนจ้าวอู่ซวง เพื่อ ทดสอบการโจมตี

“เคร้ง!”

ในเสี้ยววินาที เหยียนจ้าวอู่ซวง ก็ปรับท่าทางของเขาเข้าสู่การตั้งรับ และสามารถปัดการโจมตีของ ผมทิ้งออกไปได้ จากนั้นเขาก็เริ่มโจมตีสวนกลับทันที ดาบของเขาเหมือนเงาที่กำลังฟาดฟันเข้ามาใส่ ตัวของผม ผมหลบการโจมตีนั้นและแทงดาบแห่งจักรพรรดิฉิน ไปด้านหน้า เหยียนจ้าวอู่ซวง ปัดมันออกไปอีกครั้ง

แต่ครั้งนี้เขาใช้ลำตัวกระแทกไปด้านหน้า ความเร็วของเขา เพิ่มขึ้นในทันที ความสม่ำเสมอในการโจมตีของเขาเปลี่ยนไป ดาบของเขาเริ่มมีเปรวไฟลุกโชนขึ้นมา มันคือท่าเริ่มต้นของ [ศาสตราเพลิง]! ผมกัดฟัน มาเลย!

ผมจะตั้งรับการโจมตีของเขาด้วย  [คมศาสตราน้ำแข็งทมิฬ]!

“Pu pu!” 1929! 2711! ดาบของเราฟาดฟันกัน ก่อนที่เราจะแยกออกจากกัน มันมีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างระดับสถานะของ พวกเรา [เสียงคำรามของมังกรแห่งสายฟ้าฟาด] ของผมเพิ่ม พลังโจมตีและพลังป้องกันขึ้น 40 เปอร์เซ็นต์ ทำให้พลังทำลายของผมมากเกินกว่าคนปกติทั่วไป

แม้แต่ เหยียนจ้าวอู่ซวง ที่ใส่ ของระดับท๊อปทุกอย่างก็ยังไม่สามรถเอาชนะพลังโจมตีของผมได้ นอกจากนี้ เกราะอกของ เหยียนจ้าวอู่ซวง ยังถูกแช่แข๊งซึ่งทำให้การเคลื่อนที่ของเขาช้าลง อีกทั้งผมยังได้เลือดมาเพิ่มอีก 271 หน่วย จาก lifesteal มันเป็นที่แน่ชัดว่าใครกันแค่ที่ได้ประโยชน์จากการโจมตีเมื่อกี้มากกว่ากัน ผมลดตัวดาบลงเล็กน้อยพร้อมกันนั้นก็เรียกใช้ [ดาบตัดมิติ]!

ผมพึ่งตรงไปด้านหน้าเป็นระยะ 5 หลา พร้อมกันนั้น เทพพยัคฆ์เพลิงเทวะ ของผมก็เริ่มขู่คำรามอีกครั้ง มันเรียกใช้ [เพลิงเทวะทลายทัพ] ตามการโจมตีของผมเข้ามา เหยียนจ้าวอู่ซวง เริ่มเปลี่ยนแปลง ท่าทาง เขาหลบ [ดาบตัดมิติ] ของผม แล้วเหลือบมองอย่างเยือกเย็น

มือของเขาตัดผ่านอากาศอย่าง รวดเร็วเกิดประกายแสงสีแดงขึ้นบนมือ เขากำลังสร้างโซ่โลหิตสีชาด! การกวัดแกว่งของโซ่นี้ไม่มีทาง ที่จะหลบมันได้ “ปั้ค” มันมัดไปที่ขาของผมทั้ง 2 ข้าง

“Di!” แจ้งเตือนการต่อสู้ : อันตราย! ผู้เล่น เหยียนจ้าวอู่ซวง เรียกใช้ [โซ่โลหิต] คุณไม่ สามารถขยับเขยื้อนได้เป็นเวลา 5 วินาที!

…… หัวใจของผมเต็มไปด้วยความรู้สึกตื่นตระหนก ผมกำลังถูกกดดัน! โดยไม่มีความลังเล ผมเอนตัวไปด้านหลัง และพยายามออกแรงไปที่ขา [ดาบเจ็ดดารา] ปรากฏขึ้นและระเบิดเข้าใส่ เหยียนจ้าวอู่ซวง และ ตั้กแตนตำข้าวอสูร ของเขาอย่างจัง!  2318! 3412!

เหยียนจ้าวอู่ซวง ยิ้มเยาะ แล้วเคลื่อนที่ไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว ที่ใต้เท้าของเขาเริ่มมีพลังงานบาง อย่างปะทุขึ้น มันคือท่าเริ่มต้นของคอมโบ  [คมดาบไร้เทียมทาน]!

เมื่อผมเห็น เหยียนจ้าวอู่ซวง เริ่มตั้งท่าโจมตี แขนของผม กระตุกขึ้นจากนั้นก็ปรากฏมังกรสีชาด ปรากฏตัวทะลุผ่านพื้นออกมาวนล้อมรอบตัวของผมเป็นโล่คอยป้องกันการโจมตีจาก เหยียนจ้าวอู่ซวง ดาบของเขาฟาดลงมาที่ด้านขวาของหน้าอกของผม

“เคร้ง เคร้ง เคร้ง”

ประกายไฟเกิดขึ้น 5 ครั้ง จากการโจมตีโดย [คมดาบไร้เทียมทาน] บนร่างของผม ถึงแม้ว่าผมจะมี [โล่แห่งมังกรสีชาด] เคยปกป้องอยู่ ผมก็ยังผมเหลือเลือดไปมากกว่า 2600 หน่วย หลัง จากการจู่โจมจาก [คมดาบไร้เทียมทาน] จบลง ผมเรียกใช้ [ดาบสายลม] โจมตีเข้าใส่ หัวไหล่ขวาของ เหยียนจ้าวอู่ซวง อย่างรวดเร็ว

ถึงแม้จะยังมีผลของ [โซ่โลหิต] อยู่ซึ่งทำให้ผมไม่ สามารถขยับเขยื้อนได้ แต่มันไม่มีผลต่อการโจมตีของผม   3117!   เหยียนจ้าวอู่ซวง ถอยไปด้านหลังอย่างเจ็บปวด และรีบกลินยาเพิ่มพลังเข้าไปอึกใหญ่ ถ้าไม่อย่าง นั้นเขาคงไม่สามรถที่จะสู้ต่อไปได้ เมื่อเห็นอย่างนั้น ผมก็เอื้อมมือออกไปและแบมือออกเพื่อเรียกใช้ [โลกาสิ้นสูญ]!

ในชณะเดียวกัน ตั้กแตนตำข้าวอสูร ที่กำลังต้านรับการโจมตีของ เทพพยัคฆ์เพลิงเทวะ ก็ทิ้งการต่อสู้ แล้วกวัดแกว่งดาบในมือทั้งสองข้างเข้าใส่ผมเพื่อเรียกใช้สกิล [ฟาดฟันกลืนวิญญาณ]!

“เป้ง!” 1123! ถึงแม้ว่าความเสียหายของมันจะไม่มาก แต่มันก็ทำให้ผมสตั้นไป วินาที และสกิล [โลกาสิ้นสูญ] ของผมถูกยกเลิก! เหยียนจ้าวอู่ซวง หันหลังกลับมา แล้วกระโจนเข้าหาผม เขาโน้มตัว ลงต่ำลงมันคือ [คอมโบ] + [ศาสตราสะท้านฟ้า] ตอนนี้ชีวิตผมแขวนอยู่บนเส้นด้ายแล้ว!!

รองเท้าของผม ก้าวไปที่ด้านตรงข้ามอย่างรีบเร่ง ร่างของผมเคลื่อนที่ไปที่ด้านซ้าย เกิดเสียง”ปั้ง”ที่ด้านหลังของผมตัวอักษร  MISSes  ขึ้นติดกันเป็นจำนวนมากซึ่งทำให้ผมรู้ว่า [คอมโบ] ที่ฟาดฟันเข้ามานั้น ฟันเข้าใส่อากาศที่ว่างเปล่า จากนั้น ก่อนที่ เหยียนจ้าวอู่ซวง จะหันมาทางนี้

ผมรีบกลับตัวและเรียกใช้สกิลระดับ 8 เข้าใส่ไหล่ของ เหยียนจ้าวอู่ซวง ในเวลาเดียวกันผมก็เรียกใช้ [ฮิล] ใส่ตัวเองและกลืนน้ำยาเพิ่มพลังลงไปอึกใหญ่ ในเวลานั้น สัตว์เลี้ยงของ เหยียนจ้าวอู่ซวง, ตั้กแตนตำข้าวอสูร ก็เรียกใช้ [คอมโบ] ระดับ 8 ซึ่งมีพลังทำลายพอสมควร

ทั้ง เหยียนจ้าวอู่ซวง และ สัตว์เลี้ยง แข๊งแกร่งมากจริงๆ “แบ้งง!” เมื่อดาบของผมพุ่งเจ้าไปใกล้ เหยียนจ้าวอู่ซวง  กลับตัวและยกดาบขึ้นในระดับไหล่เพื่อบล๊อคการ โจมตีของผม เขากระเด็นถอยหลังไปหลายเมตรจากแรงปะทะ และเลือดของเขาลดลงสู่ระดับวิกฤต แล้วเรียบร้อย ผมกึ่งหลบกึ่งโจมตีไปเรื่อยๆ

จากผลของสกิล ขโมยเลือด ทำให้ตอนนี้พลังชีวิตของผม ยังคงอยู่ที่ 50 เปอร์เซ็นต์ ผมฆ่า ตั้กแตนตำข้าวอสูร ของเขาลง และยิ้มบางๆไปให้ เหยียนจ้าวอู่ซวง และพูดขึ้น

“ลุง  ทำไมเราไม่จบเรื่องนี้กันซะที?”

เหยียนจ้าวอู่ซวง ยืนขึ้นอย่างอ่อนแรง เมื่อสัตว์เลี้ยงของเขาถูกฆ่า เขาก็ไม่สามารถเลี้ยงสัตว์เลี้ยง ตัวอื่นออกมาได้อีก หน้าของเขาบิดเบี้ยว เขามองมาที่ผมแล้วพูดขึ้น

“เสียวเหยาจื่อไจ๋ นายนี่มัน เสียวเหยาจื่อไจ๋  จริงๆ ตั้งแต่ที่เจอกันที่เมืองป้าฮวง นายก็เต็มไปด้วยความมั่นใจและตนเองและแข๊ง แกร่ง ดูเหมือนว่านายจะเข้าใกล้การเป็นผู้เล่นระดับสุดยอดเข้าไปทุกที เข้ามาเลย ฆ่าฉันซะ!”

“อย่างนั้นเหรอ?   แต่ผมยังไม่มีแผนเรื่องนั้นซักเท่าไหร่…”

ผมหัวเราะออกเสียงดัง เหยียนจ้าวอู่ซวง คิดว่าผมเป็นผู้ที่สามารถเปลี่ยนแปลงสถานะการณ์ใน สนามรบได้ เรื่องนี้บางทีมันน่าจะมาจากสกิลของผม [ขโมยเลือด] and [ฮิล] ซึ่งมันก็เป็นความจริง สองสกิลนีเป็นสกิลที่สามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ในสนามรบได้ น่าเสียดายที่ผมไม่ชอบที่จะเป็น คนกำหนดกระแสของการต่อสู้

ผมชอบที่จะมุ่งไปที่ด้านหน้าเพื่อชัยชนะ  กดดันศัตรูของผมให้อยู่ใน สถานการณ์ที่ไม่สามารถทำอะไรได้   ต้อนเขาไปเรื่อยๆจนกว่าเขาจะตาย   นั้นสิคือบทบาทจริงๆของผม   เมื่อมองไปที่ เหยียนจ้าวอู่ซวง ที่ใกล้ตาย ผมก็ไม่ได้ขยับเขยื้อนไปที่ใด ผมเลือกที่จะให้ เทพพยัคฆ์เพลิงเทวะ ใช้ [กรงเล็บเพลิง]+[ดูดโลหิต] โจมตีเข้าใส่หน้าอกของ เหยียนจ้าวอู่ซวง 1828! 1911! ……

ตัวของ เหยียนจ้าวอู่ซวง ค่อยๆกลายเป็นแสงสลายหายไป  ผมมองไปที่เลือดที่เหลืออยู่ของตนเอง เหยียนจ้าวอู่ซวง สมแล้วที่ถือเป็นหนึ่งใน 3 นักดาบอันดับท๊อปของเมืองป้าฮวง เมื่อคิดว่าเขา สามารถสู้และไล่ต้อนผมด้วยคอมโบสกิลต่างๆของเขา ถ้าผมไม่รีบเรียกใช้ [ดาบตัดมิติ] ในทันที และ กลับตัวหลบคอมโบของเขาได้ทัน

ผมก็ไม่มั่นใจว่าผมจะได้ชัยชนะในครั้งนี้ ที่ด้านล่างของสนามเต็มไปด้วยกองเชียร์จำนวนมาก บางส่วนในนั้นเป็นแฟนของ [Zhan Long] หลายๆคนเฝ้ารอการต่อสู้ระหว่างหัวหน้ากิลของ [Prague] และ [Zhan Long] ชัยชนะของผมทำให้ คนจำนวนไม่น้อยตื่นเต้นเป็นอย่างมาก

เมื่อคิดว่า หมาตัวหนึ่งสามารถล้มสุดยอดฝีมือลงได้ มันพิสูจน์ ให้เห็นว่าในเกมๆนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้   ไม่มีใครที่จะเป็นผู้ชนะไปตลอด   ถ้ามันผู้นั้นไม่หมั่นฝึกตนอยู่ เรื่อยๆ ก็จะวันหนึ่งที่เขาหรือเธอ ตามหลังมันผู้นั้นมาจนทัน

“ชรั่ว” เหยียนจ้าวอู่ซวง ถูกส่งกลับมาที่อารีน่า เขาเรียก ตั้กแตนตำข้าวอสูร ออกมา แล้วจ้องมองมาที่ผม อย่างไม่วางตา เขาพูดขึ้น

“เสียวเหยาจื่อไจ๋ นายคิดจริงๆเหรอว่าสามารถเอาชนะฟางเก่อเชว่ได้?”

“ก็ไม่รู้สิ…”

ผมครุ่นคิดว่า ฟางเก่อเชว่ สามารถสร้างสกิลระดับ S ต่างๆออกมาได้มากมายขนาดนี้ได้อย่างไร ซึ่งมันทำให้ผมหนาวสั่นออกมาจากส่วนลึกภายในจิตใจ ผมพูดขึ้น

“ฟางเก่อเชว่ แข๊งแกร่งเกินไป ไม่ใช่แค่ว่าเขามีปฏิกิริยาและการวิเคราะห์ระดับสุดยอด เขายังเป็นนักเวทระดับ 3 เมื่อเทียบกับอาชีพ สกิล [กระโดดข้ามมิติ] ที่สามารถใช้ได้ถึง 3 ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งเคลื่อนที่ออกไปได้ 60 หลา และถ้า สภาพแวดล้อมเอื้ออำนวย เขาก็จะสามารถฆ่านักสู้ประชิดตัวระดับท๊อปได้ไม่ยาก เราไม่แม้แต่จะได้ แตะตัวเขาด้วยซ้ำ เมื่อต้องสู้กับ ฟางเก่อเชว่ เราไม่มีข้อได้เปรียบอะไรเลยแม้แต่น้อย”

เหยียนจ้าวอู่ซวง กัดลิมฝีปากเล็กน้อย แล้วก็ยิ้ม

“นั้นก็จริง นั้นคือเหตุผลที่ต่อให้ข้าไม่สามารถ เอาชนะในรอบ 16 คนได้ ข้าก็ไม่เสียใจมากนัก!”

ผมยกดาบของผมขึ้น และพูดต่อ

“เอาเถอะ ยังไงก็ทำให้มันเต็มที่ที่สุดแล้วกัน!”

“Yea!”

ไม่นานนักการต่อสู้ก็เริ่มขึ้น ผมเรียก เทพพยัคฆ์เพลิงเทวะ ออกมา และสั่งให้มันเข้าโจมตี แต่อีกด้าน หนึ่ง ผมยังไม่ได้พุ่งเข้าไปในการต่อสู้เร็วนัก ผมยืมดูเสื้อน้อยของผมเรียกใช้ [เพลิงเทวะทลายทัพ] ซึ่ง ตอนนี้ เหยียนจ้าวอู่ซวง เรียกให้[โซ่โลหิต] ออกมาเรียบร้อยแล้ว เทพพยัคฆ์เพลิงเทวะ ถูกมันยึดตรึงไว้กับที่

จากนั้นเขาก็เรียกใช้ [คอมโบ]+[ศาสตราสะท้านฟ้า] เข้าใส่เสือน้อยของผมซึ่ง ติดกับดักอยู่   ผมคาดเดาสถานการณ์แบบนี้ไว้ก่อนแล้ว และออกคำสั่งไว้ล่วงหน้า เทพพยัคฆ์เพลิงเทวะ ขู่คำราม เปลวเพลิงเริ่มล้อมรอบตัวของมันก่อให้เกิดเป็น [เกราะเพลิง] ซึ่งช่วยเพิ่มค่าพลังป้องกันของมันได้ ทำให้ตอนนี้มันมีค่าพลังป้องกันอยู่ไม่ต่ำวก่า 4000 หน่วย

การจู่โจมของ เหยียนจ้าวอู่ซวง ไม่ สามารถสังหารเสือน้อยของผมลงได้ เมื่อแบบนั้นเสือน้อยจึงเริ่มจู่โจมกลับ มันข่วนเข้าใส่ ตั้กแตนตำข้าวอสูร สร้างความเสียหายได้มากกว่า 2000 หน่วย และเพิ่มเลือดให้ตนเองได้มากกว่า 2000 หน่วย เช่นกัน โอกาสของผมมาแล้ว!

ผมพุ่งตรงไปข้างหน้าทันทีพร้อมกันกับยกดาบของผมขึ้น ผมเรียกใช้ [ดาบเจ็ดดารา] พร้อมกันนั้นผมก็แบมืออีกข้างออก [โลกาสิ้นสูญ]!!

“ปั้ง ปั้ง…”

เหยียนจ้าวอู่ซวง เคลื่อนที่เป็นรูปตัว Z ในทันทีส่งผลให้เกิดตัวอักษร MISSs อันสวยงามขึ้นหลัง การโจมตีของผม ไม่ว่าเขาจะคาดเดาการโจมตีของผมแบบนี้มาก่อนหรือไม่ กว่าที่ร่างกายของเขาจะ กลับมาบาลานซ์อีกครั้ง ผมก็ก้มตัวลงและชกไปที่พื้นเรียบร้อยแล้ว “แบ้ง!” แผ่นกระเบื้องใต้พื้นแตกออก และโซ่สีชาดก็ผุดทะลุออกมาพันเข้ากับขาของ เหยียนจ้าวอู่ซวง ทั้งสองข้าง

มันคือสกิล [โซ่ยึดจับ]! ของผม ในตอนนั้นเอง สีหน้าของหัวหน้ากิล [Prague] ก็บิด เบี้ยว “บ้าเอ้ย! ไอคนเจ้าเล่ห์…” ถูกต้อง ผมเรียกใช้ [ดาบเจ็ดดารา] และ [โลกาสิ้นสูญ] โดยมีเป้า หมายเพื่อไล่ต้อน เหยียนจ้าวอู่ซวง ไปในสถานที่ที่ผมต้องการให้เขาอยู่ จากนั้นผมก็ปล่อยให้ [โซ่ยึดจับ] ทำงาน

ผมไม่ประหลาดใจเลยที่เขาจะติดกับดักของผม! เมื่อ [โซ่ยึดจับ] ล๊อคกับตัวเป้าหมายได้แล้ว ผลแพ้ชนะก็ถูกกำหนดเช่นกัน [โล่แห่งมังกรสีชาด] ถูกผมเรียกใช้ขึ้นพร้อมกันนั้นผมก็พุ่งไปด้านหน้าพร้อมกับเรียกใช้ [แข็งแกร่งนับพันคน]+[คอมโบ] ส่ง เหยียนจ้าวอู่ซวง ออกไปจากสนามประลอง 2:0 ชัยชนะอย่างสวยงามของผมต่อหัวหน้ากิล [Prague] …..

“ชรั่ว!” ผมถูกส่งมานอกลานประลองพบว่า ว่านเอ๋อ กำลังยิ้มอยู่

“ยินดีด้วย นายล้มตาลุงโกเล็มหินได้สำเร็จ!”

ผมพยักหน้าและพูดขึ้น “เยพ!” จากนั้น ตงเฉิงเย่ว ก็พูดต่อ

“การประลองรอบต่อไปจะต้องหน้าสนใจขึ้นกว่านี้แน่ๆ มันเป็นศึก ระหว่าง หัวหน้ากิล [Hero’s Mound]  เจอกับหัวหน้ากิล [Vanguard] ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยก็ สามารถตัดสินชะตาได้…”

ผมกำดาบของผมแน่นและสูดหัวใจเข้าลึกๆ จากนั้นจึงพูดขึ้น

“ใช่..ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ชนะ มันผู้นั้นคือ ศัตรูคนถัดไปของผม…”

….. ในสนามประลอง Q-Sword และ เจี้ยนเฟิงฮาน กำลังยืนจ้องซึ่งกันและกันอยู่ พวกเขาเรียกอสูร สัตว์เลี้ยงออกมา และดึงดาบออกจากฝัก ในความเป็นจริงพวกเขาทั้งสองคนต่างเป็นผู้แข่งกันมาก่อน เจี้ยนเฟิงฮาน มีเปอร์เซ็นการชนะอยู่ที่ 46 ซึ่งต่ำกว่าอีกฝ่ายเล็กน้อย อย่างไรก็ตามมันก็ยากที่จะ บอกได้ว่าใครจะเป็นผู้ชนะในการแข่งขันครั้งนี้

ชิงเชียนกระพริบตาเล็กน้อยก่อนจะเริ่มพูดถึงสถานะของแต่ละฝ่าย

“Q-Sword มีพลังโจมตี 3577 หน่วย พลังป้องกัน 2574 หน่วย มี ความเร็วเพิ่มมากกว่าปกติ 12 เปอร์เซ็นต์ มีโอกาสที่จะทำให้ติด สถานะเลือดออก 15.7 เปอร์เซ็นต์ และมีเหตุซึ่งเพิ่มความสามารถในการดูดเลือดได้ 9 เปอร์เซ็นต์ เขา เป็นสุดยอดผู้เล่นจริงๆ ในขณะที่ เจี้ยนเฟิงฮาน มีพลังโจมตี 3601 หน่วยและพลังป้องกัน 2551 หน่วย ความเร็วในการโจมตีของเขาเพิ่มขึ้นกว่าปกติ 15 เปอร์เซ็นต์ และมีความสามารถในการดูด เลือดได้ 12.4 เปอร์เซ็นต์ ”

เมื่อเธอพูด ชิงเชียน เธอกัดลิมฝีปากเบาๆและขยับหน้าอกขาวๆขนาด 34B ไปมา เธอยิ้มเล็กน้อย แล้วพูดต่อ

“จากทั้งหมดนี้ มันมีช่วงห่างไม่มากระหว่างพลังโจมตีและพลังป้องกันของพวกเขา แต่ เจี้ยนเฟิงฮาน มีรองเท้าซึ่งสามารถเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ให้แก่เขาได้ ซึ่งนั้นทำให้เขา เคลื่อนที่ได้เร็วกว่า Q-sword ในทางตรงกันข้าม Q-Sword มีโอกาสทำให้ติดสถานะเลือดไหลได้ มากกว่า ซึ่งนั้นทำให้ยากที่จะตัดสินได้ว่าใครมีโอกาสชนะมากกว่ากัน อย่างไรก็ตาม มันก็ขึ้นอยู่กับ การพลิกแพลงสถานการณ์หลังจากใครคนใดคนหนึ่งถูกจัดการไปก่อน”

จบตอน

SanaKunGz : สวัสดีอีกครั้งครับผู้อ่านทุกท่าน ช่วงนี้ผมกับเพื่อนกำลังหานิยายเรื่องใหม่ๆมาแปลกัน อยู่ครับ (แต่ยังหาที่ถูกใจไม่เจอเลย ฮ่าๆ) ท่านใดมีนิยายที่น่าสนใจ และอยากให้ช่วยแปล โพสไว้ได้ เลยนะครับ ผมกับเพื่อนๆจะขออนุญาตลองอ่านดูแล้วจะพิจารณาอีกครั้งครับ ขอบคุณครับ

ปล. ZL ผมก็ทยอยแปลอยู่เรื่อยๆครับ ทุกท่านไม่ต้องกังวล

ที่มา:

ตอนที่แล้วตอนต่อไป
comments